Tag: คนไข้ปกปิดข้อมูลความเสี่ยงโควิด-19

คนไข้ปกปิดข้อมูลความเสี่ยงโควิด-19

คนไข้ปกปิดข้อมูลความเสี่ยงโควิด-19 รักษาเสร็จสุดท้ายสารภาพ หมอเดือดร้อนต้องกักตัว 14 วัน

    มีเรื่องเล่าจากคุณหมอที่จะนำมาเล่าให้ประชาชนทุกคนได้ฟังและตระหนักความสำคัญเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างที่จะนำมาซึ่งความเสี่ยงในการที่จะติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ซึ่งคุณหมอท่านนี้อัณฑะทําหน้าที่เป็นหมอฟันไม่ได้มีผลอะไรกับการรักษาเชื้อไวรัสโควิด-19เลย  แต่ท่านต้องมาเสี่ยงต้องถูกกักตนเองอยู่แต่ในบริเวณบ้านนั่นก็เพราะว่าผู้ป่วยไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลอันเป็นจริงเหตุการณ์ในครั้งนี้คุณหมอฟันท่านนี้ได้เล่าให้ฟังว่า

ไม่ใช่คนหนึ่งมีอาชีพขับรถแท็กซี่ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลด้วยอาการปวดเมื่อยตัวและปวดหัวและปวดฟันโดยใช้ขับแท็กซี่ยืนยันต้องการขอพบแพทย์ที่รักษาฟันเพราะต้องการถอนฟันเบื้องต้นพยาบาลได้มีการซักประวัติว่ามีเคยไปในจุดที่มีความเสี่ยงในการที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือเคยรับผู้โดยสารแถวสนามมวยลุมพินี

หรือไม่ซึ่งแท็กซี่คนดังกล่าวได้มีการปฏิเสธตลอดพร้อมกับยืนยันว่ามีการสวมใส่หน้ากากอนามัยเป็นอย่างดีขนาดที่มีการขับรถแท็กซี่พยาบาลจึงได้ส่งตัวไปพบกับทันตแพทย์เนื่องจากเห็นว่าคนขับรถแท็กซี่มีอาการฟันเป็นน้ำหนองจำเป็นจะต้องถอนฟันให้ด่วนและสาเหตุที่เป็นไข้และปวดเมื่อยตัวปวดหัวนั้นน่าจะมาจากการที่ปวดฟันนั่นเองเมื่อทันตแพทย์ได้รับตัวคนขับรถแท็กซี่มาตรวจก็มีการซักประวัติอีกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงในการที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19โดยทางแท็กซี่เองก็ยืนยันคำตอบเดิมก็ไม่เคยไปในจุดเสี่ยง

มาก่อนทางทันตแพทย์จึงได้ลงมือทำการถอนฟันให้เนื่องจากเป็นเคสเร่งด่วนเพราะตอนนี้ฟันมีหนองแล้วแต่หลังจากที่คุณหมอได้มีการถอนฟันให้กับแท็กซี่เรียบร้อยแล้วนั้น  แท็กซี่กลับมาสารภาพให้ฟังว่าเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมเขาเพิ่งรับผู้โดยสารตากสนามมวยลุมพินีมาซึ่งทางรัฐบาลได้มีการประกาศหาตัวคนขับแท็กซี่ที่ไปรับลูกค้าแถวสนามมวยลุมพินีไปตรวจสอบ

โดยเพื่อนของเขาถูกกักตัวอยู่บ้านกันหมดยกเว้นเขาคนเดียวที่ไม่ได้ถูกกัดตัวหลังจากนั้นเขาก็ยังคงทำงานขับรถแท็กซี่โดยไม่ได้หยุดพักจนมีอาการปวดฟันจึงมาหาหมอแต่ก่อนที่จะมาเขารู้สึกว่าเขาปวดเมื่อยเนื้อตัวและเป็นไข้เมื่อคุณหมอจะได้ทราบเรื่องก็พาส่งตัวไปตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19ทันทีและไม่นานผลตรวจก็ออกมาพบว่าแท็กซี่คนดังกล่าวติดเชื้อไวรัสโควิด-19ซึ่งเป็นเหตุให้คุณหมอและพยาบาลที่ได้สัมผัสกับแท็กซี่รายนี้ถูกสั่งกักตัวให้อยู่แต่บ้านทันทีเป็นระยะเวลา 14 วันรวมถึงจะต้องมีการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าหากแท็กซี่คนดังกล่าวไม่เห็นแก่ตัวเองเราข้อมูลที่เป็นจริงให้กับทางหมอและพยาบาลได้รับทราบแต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบุคลากรทางการแพทย์ที่ควรจะได้ดูแลผู้ป่วยรายอื่นก็ต้องถูกกักตัวอยู่แต่ที่บ้านเพราะเป็นความเสี่ยงมากเกินไปที่จะปล่อยให้มารักษาคนไข้คนอื่นๆ

ซึ่งนี่ถือว่าเป็นอุทาหรณ์สำหรับประชาชนทุกคนที่ควรจะรู้เอาไว้ว่าไม่ควรมีการปกปิดข้อมูลเราไปในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงมาเพื่อจะได้ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนโดยเฉพาะหมอและพยาบาลที่ต้องมีหน้าที่ดูแลคนไข้คนอื่นๆอีกมากมาย 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet