Category: ข่าวที่เป็นกระแส

ขโมยเงินนานกว่า 9 ปีสูญเงินไปเกือบ 10 ล้านบาท 

 

  อดีตนายกเทศมนตรีตำบลหนองไม้แดงถูกเลขาสาวขโมยเงินนานกว่า 9 ปีสูญเงินไปเกือบ 10 ล้านบาท 

      เมื่อวันที่ 25 เดือนกันยายนปีพศ 2563   เดือนกันยายนปีพศ2563 ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากอดีตนายกเทศมนตรีตำบลหนองไม้แดง   ชื่อว่านางดวงทิพย์  ได้นำหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดและคลิปเพื่อเอาไปดำเนินคดีนางสาวสุนันทา  สืบแก้ว  โดยนางตวงทิพย์  กล่าวว่า  นางสาวสุนันทานั้นมีการขโมยเงินของตนเองไปจำนวนหลายครั้ง

ซึ่งตนเองนั้นมีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดที่สามารถเก็บภาพไว้ได้ขณะที่นางสาวสุนันทาเข้ามาภายในห้องนอนและเข้ามาขโมยเงินไปโดยหลักฐานที่ส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจดูนั้นมีข้อมูลการยักยอกเงินไปทั้งสิ้นจำนวน 21 ครั้งด้วยกัน

         ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้เห็นหลักฐานจึงได้มีการเตือนตัวนางสาวสุนันทามาที่สถานีตำรวจและทำการสอบสวนในที่สุดนางสาวสุนันทาก็ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือขโมยเงินนางตวงทิพย์เองโดยมีการทำมาแล้วหลายครั้งซึ่งเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 9 ปีด้วยกันโดยแต่ละครั้งนั้นนางสาวสุนันทาจะมีการหยิบเงินออกมาครั้งละประมาณ 10,000 บาทหรือบางครั้งอาจจะมีการหยิบมา 20,000 บาทถึง 30,000 บาทก็มีขึ้นอยู่กับว่าช่วงที่ไปหยิบเงินนั้นมีเงินอยู่ในกระเป๋ามากน้อยแค่ไหน 

       สำหรับสาเหตุที่นางสาวสุนันทาเข้าไปหยิบเงินในกระเป๋าของนางพวงทิพย์ได้นั้นเนื่องจากว่านางสาวสุนันทานั้นปลูกนางพวงทิพย์รับมาเลี้ยงดูตั้งแต่อายุ 9 ขวบด้วยกันและเลี้ยงเสมือนเป็นลูกสาวอยู่ใกล้ชิดด้วยกันตลอดเวลาอีกครั้งนางสาวสุนันทายังทำหน้าที่เลขาของนางตวงทิพย์ซึ่งนางตรงทิศนั้นค่อนข้างไว้ใจนางสาวสุนันทาเป็นอย่างมาก

ทำให้นางสาวสุนันทานั้นสามารถเข้าออกห้องนอนของนางตวงทิพย์ได้โดยที่นั่งตรงทิศนั้นไม่เกิดความสงสัย  โดยเงินที่ขโมยไปนั้นนางสาวสุนันทาจะนำไปใช้จ่ายซื้อข้าวของเครื่องใช้ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมและซื้อรถยนต์เป็นการนำไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยปกติของเธอ

         ทางด้านนางตวงทิพย์นั้นบอกว่าตลอดระยะเวลาที่เงินหายนั้นไม่เคยสงสัยนางสาวสุนันทาเลยเพราะไว้ใจมากแต่เนื่องจากมีเงินหายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดทำให้จำเป็นต้องแอบติดตั้งกล้องวงจรปิดจึงทำให้รู้ว่านางสาวสุนันทาเป็นคนขโมยเงินไปซึ่งในครั้งแรกที่เห็นภาพการขโมยเงินนั้นนางตวงทิพย์ยังหวังว่านางสาวสุนันทาจะทำเพียงแค่ครั้งเดียวแล้ว

เลิกแต่หลังจากที่เปิดโอกาสให้นางสาวสุนันทาได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกับพบว่าไม่ยอมที่จะเลิกขโมยเงินในที่สุดจึงได้นำหลักฐานเหล่านี้มาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจับกุมดำเนินคดีนางสาวสุนันทาต่อไป ซึ่งถึงแม้ในตอนนี้นางสาวสุนันทาจะไหว้ขอโทษและสำนึกผิด แต่นางตวงทิพย์ ยืนยันไม่ให้อภัยแล้ว เพราะต้องสูญเสียเงินไปมากกว่า 10 ล้านบาทแล้ว 

         

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sa gaming ทดลองเล่น

ระวังการระบาดของโควิด-19

ระวังการระบาดของโควิด-19  เพราะคนไทยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นกำลังจะเดินทางกลับประเทศไทยอีกรอบ

           อย่างที่เราทราบกันดีว่าตอนนี้ปัญหาจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19ประเทศไทยนั้นยังสามารถควบคุมอยู่ได้ไม่ให้ลุกลามเป็นจำนวนมากโดยเฉลี่ยแล้วทุกวันนี้ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะมีเพิ่มขึ้นทุกวันแต่ก็เพิ่มขึ้นประมาณแค่เพียงวันละ 30 กว่าคนเท่านั้นซึ่งถือได้ว่าประเทศไทยยังอยู่ในสถานะที่ยังสามารถควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เป็นอย่างดีเพราะมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากนักหากเทียบกับประเทศอื่นๆทั้งแถบยุโรปและอเมริกา

แต่ด้วยความที่ประเทศไทยยังคงต้องมีการควบคุมไม่ให้เชื้อไวรัสโควิด-19  มีการแพร่ระบาดมากขึ้นไปกว่านี้ดังนั้นทางรัฐบาลจึงได้มีประกาศออกมาเป็น พ.ร.ก. ฉุกเฉินสั่งห้ามเที่ยวบินของต่างประเทศเดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยก่อนหน้านี้มีการทำการสั่งไปแล้ว 1 รอบซึ่งมีผลถึงเมื่อวันที่ประมาณ 15 เดือนเมษายนปีพศ 2563

ซึ่งหลังจากที่มีการประกาศออกมานั้นปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสจากบุคคลที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยถือได้ว่าลดจำนวนลงเป็นอย่างมากทำให้รัฐบาลเล็งเห็นว่าควรจะมีการขยายการเดินทางกลับประเทศไทยเพิ่มขึ้นจนถึงวันที่ 30 เมษายนปีพศ 2563 ดังนั้นเมื่อมีผลประกาศออกมาจำนวนคนที่อยู่ต่างประเทศและต้องการเดินทางกลับมาประเทศไทยจึงได้ออกมาเรียกร้องทางรัฐบาลให้มีความช่วยเหลือในการที่อยากจะกลับมาอยู่ในประเทศไทย

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือคนไทยในประเทศญี่ปุ่นที่ต่างก็ต้องการที่จะเดินทางกลับมาประเทศไทยไม่อยากอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงเวลานี้เนื่องจากที่ประเทศญี่ปุ่นเองก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กันเป็นจำนวนมากเจอหลายคนมองว่าหากต้องติดเชื้อไวรัสและอาจจะต้องถึงแก่ความตายก็อยากจะกลับมาตายในบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง

ดังนั้นทางสถานทูตของกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่นได้มีการประสานงานกับสถานทูตของประเทศไทยอยากจะประสานงานให้คนไทยที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นเดินทางกลับมาประเทศไทยโดยในเพจ Facebook ของสถานทูตญี่ปุ่นได้มีการประกาศออกมาถึงคนไทยที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นว่าหากใครมีความประสงค์ที่จะเดินทางกลับมาประเทศไทยในช่วงเวลานี้ให้รีบทำการลงทะเบียนกรอกแบบฟอร์มให้ชัดเจนก่อนวันที่ 18 เมษายนนี้ซึ่งถ้าหากว่าหลังจากวันที่ 30 เมษายนไปแล้วจะไม่สามารถเดินทางกลับมาประเทศไทยได้จนกว่าประเทศไทย

จะเปิดให้มีการบินเข้าประเทศได้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหลังจากนี้ทางรัฐบาลเองคงต้องมีแนวทางมาตรการออกมารองรับกลุ่มคนไทยที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นจะเดินทางเข้ามาประเทศไทยอีกครั้งเพื่อเป็นการกรองผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาไม่ให้มาแพร่เชื้อให้กับคนไทยคนอื่นๆ

 

 

ได้รับการสนับสนุนเรื่องราวต่างๆโดย  สมัคร บาคาร่า ufabet