Category: ข่าวทั่วไป

ตามล่าชายชรา วัย 64 ปี ขมขื่นหลานวัยเพียงแค่ 11 ขวบ

           ที่จังหวัดหนองบัวลำภูมีคดีปู่วัย 64 ปีกระทำชำเราหลานสาวอายุแค่เพียง 11 ปีเท่านั้น เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากว่าในขณะที่ชายชรากำลังข่มขืนหลานตัวเองอยู่นั้นผู้เป็นญาติได้เดินเข้ามาเห็นซึ่งในตอนนั้นอยู่ระหว่างที่ใช้พละกำลังนุ่งกางเกงจึงทำให้ผู้เป็นญาติพาหลานวัย 11 ขวบเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจและในขณะเดียวกันชายชราก็ได้หนีเพราะเกรงว่าจะถูกตำรวจจับ ผู้สื่อข่าวได้ลงไปบ้านของที่เกิดเหตุและเข้าไปสัมภาษณ์คุณย่าของเด็ก

ซึ่งคุณย่าก็ให้สัมภาษณ์ว่าในวันเกิดเหตุนั้นกลับมาถึงบ้านแล้วเจอในสภาพที่กำลังสวมใส่กางเกงอยู่พอดีจึงได้มีการต่อว่าและพาหลานไปทำการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเมื่อทราบผลการตรวจร่างกายแน่นอนที่ชัดเจนแล้วว่าหลานถูกกระทำชำเราจึงได้พาหลานสาวไปแจ้งความที่สถานีตำรวจซึ่งทางจากที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลานสาววัย 11 ปีก็อยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจโดยพลเป็นย่าบอกว่าบ้านหลังที่เกิดเหตุนั้นมีย่ากับปู่และหลานอาศัยเป็นอยู่ 3 คนเพราะพ่อกับแม่ของเด็กต้องไปทำงานที่กรุงเทพฯ  ซึ่งคุณยายถามหลานวัย 11 ขวบแล้วทำให้ทราบว่าร้านถูกข่มขืนมาแล้วประมาณ 4 ครั้งด้วยกัน

โดยแต่ละครั้งปู่ก็จะมีการข่มขู่ไม่ให้หลานไปบอกใครไม่เช่นนั้นก็จะฆ่าให้ตายทำให้หลานสาวกลัวจึงไม่กล้าบอกใครถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยทุกครั้งปู่มักจะกระทำการเงินรามหลานในช่วงที่ไม่มีใครอยู่บ้าน และเมื่อนักข่าวได้ไปสอบถามแม่ของเด็กแม่ของเด็กก็ยอมรับว่าเสียใจมากที่ไม่ได้ดูแลลูกให้ดีกว่านี้เพราะต้องไปทำงานจนทำให้ลูกต้องมาถูกกระทำย่ำยีแบบนี้คุณแม่ของเด็กยังได้กล่าวอีกว่ายาของเด็กได้มีการเสนอไปยังปู่ที่ข่มขืนเด็กว่าให้จ่ายเงินมา 50,000 บาทแล้ว

จะทำให้จบคดีนี้ไม่เอาความแต่แม่ของเด็กยืนยันว่ายังไงก็จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดจะไม่ยอมรับเงิน 50000 บาทเป็นอันขาดเพื่อต้องการให้ปู่รู้จักมาดำเนินคดีให้ได้ ในขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการประสานงานไปยังศาลให้ออกหมายจับปู่ที่ข่มขืนหลานตัวเองเรียบร้อยแล้วและขณะนี้กำลังติดตามตัวให้ปู่มารับทราบข้อกล่าวหาเพื่อที่จะได้ดำเนินคดี

โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมั่นใจว่าปู่ที่ก่อคดีข่มขืนหลานนั้นยังคงอยู่ในพื้นที่ไม่ได้ไปไหน   ส่วนการดำเนินคดีนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการเร่งให้เต็มที่

     สำหรับกรณีที่เด็กมักถูกล่วงละเมิดทางเพศจากคนในครอบครัวไม่ว่าจะเป็นปู่  คือพ่อแท้ๆ  หรือพี่แท้ๆ  หรือแม้แต่น้าแท้ๆก็ตามเรามักจะพบเห็นในสังคมไทยมากขึ้นทุกทีซึ่งสิ่งนี้กำลังจะซื้อให้เราเห็นว่าปัจจุบันคนในสังคมเริ่มมีความเสื่อมทรามไม่สามารถแยกแยะได้แล้วว่านี่คือลูกหลานของตนเอง

ดังนั้นคนที่เป็นแม่จึงควรใส่ใจลูกและดูแลลูกให้มากขึ้นคุณจะหาทางป้องกันไม่ให้ลูกต้องพบกับปัญหาแบบนี้และควรมีการอบรมให้ลูกรู้ถึงปัญหาว่าหากถูกกระทำย่ำยีแบบนี้ให้รีบมาบอกแม่ไม่ต้องกลัวข้อความต่างๆที่บุคคลเหล่านั้นข่มขู่เพื่อที่จะได้แจ้งความดำเนินคดีกับคนที่กระทำย่อมดีกับบุตรหลานของเราได้ 

    

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แอพคาสิโน ได้เงินจริง

เหตุการณ์สาววัยรุ่นถูกรุมตบ พ่อผู้เสียหายลั่นเอาความถึงที่สุด

        ที่จังหวัดพิษณุโลกเกิดเหตุการณ์วัยรุ่นพบกันที่ตลาดโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้กลุ่มผู้ที่ไปรุมตบวัยรุ่นวัย 17 ปีได้มีการถ่ายคลิปเอาไว้ด้วยและมีการนำคลิปดังกล่าวไปเผยแพร่ผ่านทางสื่อโซเชียลต่างๆไม่ว่าจะเป็น Facebook รวมถึง line สร้างความอับอายให้กับครอบครัวของเหยื่อเป็นอย่างมากเหตุการณ์ในครั้งนี้จะเห็นว่าในคลิปจะมีเด็กผู้หญิงคนนึงรูปร่างผอมบางตัวเล็กในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามมีมากถึง 5 คน

และมีลักษณะของรูปร่างสูงใหญ่กันทุกคนซึ่งแต่ละคนก็พากันรุมทั้งตบทั้งกระทืบและจิกหัวเด็กวัย 17 ปีจนได้รับบาดเจ็บสาหัสโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้พ่อของเด็กที่เป็นผู้เสียหายได้เห็นคลิปดังกล่าวแล้วเกิดความไม่พอใจที่สำคัญในช่วงที่เกิดเหตุมีทั้งพ่อค้าแม่ค้ารวมถึงวินมอเตอร์ไซค์อยู่ในจุดเกิดเหตุกันหลายคนแต่ไม่มีใครเลยที่จะเข้ามาช่วยเหลือเด็กหญิงคนดังกล่าว เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นใกล้กับสถานีรถไฟพิษณุโลก

         ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้พ่อของเด็กสาวที่ได้รับบาดเจ็บได้ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่าในขณะที่ลูกสาวโดนทำร้ายนั้นลูกสาวได้มีการโทรเข้ามาหาพ่อและมีการบอกพ่อว่าเจ็บซึ่งยังไม่ทันคุยอะไรกันสายก็ถูกตัดไปจนมีชาวบ้านส่งคลิปวีดีโอมาให้ดูจึงรู้ได้รู้ว่าลูกสาวถูกโดนรุมทำร้ายและเมื่อขับรถไปถึงจุดเกิดเหตุก็ไม่พบกลุ่มวัยรุ่นที่มาทำร้ายลูกสาวแล้วเหลือเพียงลูกสาวที่นั่งร้องไห้อยู่คนเดียว

ซึ่งถามจากวินมอเตอร์ไซค์แถวนั้นก็พบว่ากลุ่มวัยรุ่นทั้ง 5 คนได้เดินหายเข้าไปในตลาดโดยช่วงเวลานั้นไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเหลือเนื่องจากว่าทั้ง 5 คนนั้นได้มีการชี้หน้าห้ามให้มีใครเข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งในกลุ่มที่รุมทำร้ายเด็กสาวนั้นมีผู้ชายอยู่ในนั้นด้วย 1 คน   ซึ่งพ่อของเด็กที่ได้รับบาดเจ็บรู้สึกโมโหมากที่มีคนมารุมทำร้ายลุูกสาวของตนเองและยังมีการนำภาพมาโพสต์ประจาน พ่อของเด็กที่เสียหายยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ไม่ยอมความโดยเด็ดขาด หลังจากที่พ่อของเด็กเห็นสภาพลูกสาวที่ถูกทำร้ายแล้วก็พาลูกสาวไปแจ้งความที่สถานีตำรวจซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวกลุ่มวัยรุ่นที่มาทำร้ายเด็กสาววัย 17 ได้จำนวน 3 คนแล้วเหลืออีก 2 คนที่ยังเป็นเยาวชนจึงต้องมีการสหวิชาชีพมาสอบปากคำควบคู่กันไปด้วยอย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางคนหมู่มากที่อยู่ในพื้นที่ตลาดมีผู้ใหญ่เป็นจำนวนมาก

ที่อยู่ในบริเวณนั้นแต่ก็ไม่มีใครที่จะเข้าไปห้ามปรามหรือช่วยเหลือเด็กสาวเลย ส่วนสาเหตุที่มีการรวมทำร้ายกันน้ำตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบสาเหตุแต่อย่างใดต้องรอมีการควบคุมตัวให้ครบทั้ง 5 คนและมาทำการสอบสวนกันอีกครั้งหนึ่ง   เหตุการณ์รุมทำร้ายกันในครั้งนี้ควรจะมีการลงโทษผู้ที่ทำความผิดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างให้กับคนอื่นเนื่องจากว่าเหตุการณ์นำพวกมาตบตีกันหรือรุมทำร้ายกันนี้เกิดขึ้นบ่อยมากในกลุ่มวัยรุ่น

และที่สำคัญเมื่อมีการตบตีกันแล้วก็ยังมีการถ่ายคลิปนำไปประจานให้คนอื่นเห็นทำให้ผู้ที่ถูกตบได้รับความเสียหายดังนั้นควรจะมีการลงโทษไม่ควรเห็นว่าเป็นเยาวชนแล้วให้โทษสถานเบาเพราะเด็กจะไม่เกิดความกลัวต่อกฎหมายดังนั้นการลงโทษสถานหนักจะทำให้เด็กๆกลัวที่จะกระทำผิด 

 

 

ขอขอบคุณ  aesexy  ที่ให้การสนับสนุน

พยาบาลสุดช้ำลงเวรเจอเคอร์ฟิว!

ด่านเคอร์ฟิว ดักตรวจแม้มีบัตรพยาบาลและใบบันทึกข้อความ ตำรวจงง ไม่รู้ว่าพยาบาลคือบุคลากรทางการแพทย์หรือไม่

           มีเรื่องเล่ามาจากโรงพยาบาลเป็นเรื่องเล่าที่ชวนน้อยอกน้อยใจของเราพยาบาลเป็นอย่างยิ่งโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดจากการตั้งด่านตรวจ careful ของบรรดาคุณตำรวจทั้งหลายซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เกิดขึ้นกับพยาบาลของโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าโดยจะมีการโพสต์เรื่องราวเราปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงเคอร์ฟิวว่า เธอได้ปฏิบัติหน้าที่เลิกเวรดึก ซึ่งประมาณเที่ยงคืนกว่าเธอได้ขับรถกลับบ้านก็มาเจอด่านของตำรวจที่ตรวจสอบเคอร์ฟิว

ซึ่งเธอก็ได้ยื่น บัตรประชาชนให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดู แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับไม่ยอมดูบัตรประจำตัวพยาบาลของเธอแต่มีคำถาม 108 คำถามมากมายที่เอาไว้มาถามเธอเกี่ยวกับเหตุผลว่าทำไมเธอถึงกลับบ้านดึกทั้งที่ตัวเองก็บอกแล้วว่าเธอเป็นพยาบาลอยู่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้ารวมถึงเธอยังต้องบอกอีกด้วยว่าเธออยู่เข้าเวรกี่โมงออกเวรกี่โมงเมื่อตอบคำถามเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอถึงได้กลับไปที่พักได้แต่วันต่อมามีเพื่อนพยาบาลของเธอก็พบปัญหาจากตัวเธอที่เดิมซึ่งในครั้งนี้เพื่อนของเธอพบว่านอกจากจะต้องตอบคำถาม 108 คำถามแล้ว

ยื่นบัตรประจำตัวพยาบาลแล้วทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังต้องการขอใบบันทึกข้อความจากทางโรงพยาบาลซึ่งต้องเสียเวลาวุ่นวายในการโทรไปขอใบบันทึกข้อความกว่าจะได้กลับบ้านก็ประมาณ 02:00 นหลังจากเรื่องราวนี้เกิดขึ้นทางโรงพยาบาลก็ได้มีการนำรายชื่อพยาบาลทุกคนไปทำเรื่องขอใบบันทึกข้อความเพื่อที่เวลากลับบ้านในช่วงกลางดึกจะได้ไม่มีปัญหาอีก

แต่ผลปรากฏว่าล่าสุดในวันที่ 9 เดือนเมษายนปีพศ 2563   พยาบาลที่พึ่งเลิกงานในช่วงเวลา 01:00 นเดินทางกลับบ้านและผ่านจุดตรวจจุดเดิมก็ยังพบปัญหาเหมือนเดิมทั้งที่ยื่นทั้งบัตรพยาบาลใบบันทึกข้อความและมีการตอบคำถามกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหมดแล้วแทนที่จะได้ผ่านอย่างสบายใจทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกับเรียกลงมาจากรถเพื่อให้ไปสแกนบัตรประชาชน

โดยต้องไปต่อแถวกับประชาชนคนอื่นๆทำให้พวกเธอพากันตัดพ้อออกมาผ่าน Facebook ว่าพวกเธอต้องทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นระยะเวลาหลายชั่วโมงบางคนอยู่ถึง 16 ชั่วโมงจะได้กลับมานอนที่บ้านแค่เพียง 4-5 ชั่วโมงเท่านั้นแต่ก็ต้องมาติดด่านทำให้เวลาพักผ่อนแทบไม่มีซึ่งพยาบาลบางคนยังได้ยินตำรวจถามกันเองด้วยว่าพยาบาลนี้ถือว่าเป็นบุคลากรทางการแพทย์หรือไม่ทำให้เธอรู้สึกท้อแท้ใจหลักการทำงานของตำรวจ 

จนต้องออกมาบอกเล่าเรื่องราวสิ่งที่พยาบาลต้องเจอไหนจะต้องทำงานหนักตอนอยู่ที่โรงพยาบาลกลับมาเพื่อจะได้นอนพักผ่อนก็ต้องมาเจอด่านตรวจเคอร์ฟิวซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้อำนวยความสะดวกอะไรให้กับพวกพยาบาลเลยทำให้พวกพยาบาลทั้งหลายรู้สึกท้อแท้ใจและเหนื่อยยิ่งนัก จนต้องออกมาโพสต์เล่าเรื่องราวให้ทุกคนได้ทราบ

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สูตร sexy baccarat

จุดไฟเผาบ้านพร้อมเอามีดไล่แทง

หลานป่วยทางจิตโมโหป้าเอาน้ำไม่เย็นให้กินจุดไฟเผาบ้านพร้อมเอามีดไล่แทง 

              เมื่อวันที่ 27 เดือนเมษายนปี พ.ศ. 2563 มีเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านหลังหนึ่งที่จังหวัดนครราชสีมาโดยทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้พากันเดินทางไปดับเพลิงซึ่งบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้าน 2 ชั้นพบว่าบริเวณที่เกิดไฟไหม้นั้นเป็นบ้านชั้นที่2  ซึ่งหลังจากที่ใช้เวลาไม่นานก็สามารถควบคุมเพลิงไหม้ได้โดยบ้านได้รับความเสียหายชั้น 2 ทั้งหมดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางเจ้าของบ้านได้เล่าเหตุการณ์ให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจหวังว่าผู้ที่ก่อเหตุเผาบ้านนั้นคือหลานชายเจ้าของบ้านเองซึ่งเขาเป็นชายหนุ่มชื่อว่า นายท็อป

โดยเขามีอาการทางจิตซึ่งปกติแล้วหากใครขัดใจเขาก็จะเกิดอาการคุ้มคลั่งอยู่บ่อยครั้งจนทำให้คนที่บ้านหวาดระแวงถึงขนาดที่ไม่มีใครกล้าที่จะทำกับข้าวเพราะไม่มีมีดทำครัวส่วนใหญ่ทุกคนจึงต้องซื้อกับข้าวมากินเองแต่เหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นที่นายท็อปกลุ่มข้างในครั้งนี้ก็เพราะว่าในขณะที่นั่งกินข้าวกันอยู่นั้นนายท็อปหิวน้ำและเมื่อไปเปิดน้ำในตู้เย็นพบว่าน้ำยังไม่เย็นทำให้เขาไม่พอใจ

โดยผู้เป็นป้าแนะนำว่าให้เอาน้ำแข็งใส่แก้วน้ำแล้วค่อยดื่มแต่เขาก็ไม่ยอมหลังจากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในห้องนอนของตนเองแล้วนำกระติกน้ำในห้องนอนออกมาทุบตีอย่างคุ้มคลั่งหลังจากที่ทุบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็เดินเข้าไปในครัวและนำมีดจากในครัวออกมาเพื่อจะเอามาทำลายป้าของตนเองทำให้พี่ชายต้องเข้ามาห้าม

ซึ่งหลังจากที่ถูกห้ามแล้วเขาก็เดินออกไปนอกบ้านหลังจากนั้นก็ไปจุดไฟเผากระท่อมซึ่งอยู่บริเวณด้านข้างของบ้านทุกคนจึงต้องพากันไปดับไฟแล้วพากันไล่ให้นายท็อปออกไปจากบริเวณที่ไฟไหม้กระท่อมซึ่งทุกคนก็เห็นว่าเขาเดินกลับมาที่บ้านพักจึงไม่ได้สนใจอะไรเพราะทุกคนต่างก็มัวแต่ดับไฟที่กระท่อมแต่หลังจากดับไฟที่กระท่อมเสร็จปุ๊บหันมาอีกทีก็พบว่าบ้านที่อยู่กันนั้นบริเวณชั้น 2 มีไฟไหม้อยู่จึงได้มีการโทรตามรถดับเพลิงเข้ามาช่วยเหลือ

และเมื่อทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาถึงก็พบว่าคนที่ก่อเหตุจุดไฟนั่นก็คือนายเพราะนั่นเองส่วนตัวเขาเองนั้นก็ขังตัวเองอยู่ในห้องนอนที่อยู่ชั้นล่างของบ้านที่เกิดเพลิงไหม้เจ้าหน้าที่ต้องเรียกร้องอยู่นานกว่าเขาจะออกมาซึ่งหลังจากที่มีการดับไปสักพักนึงก็สามารถควบคุมเพลิงได้แต่บ้านก็ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากไม่สามารถอาศัยอยู่ได้

ด้านเจ้าของบ้านจึงร้องขอให้ทางการช่วยหาบ้านให้อยู่ชั่วคราวก่อนและให้ประสานงานนำตัวนายท็อปไปรักษาอาการบ้า

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  www.ufabet.com เริ่มเดิมพัน

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ถูกนักศึกษาประท้วงขอลดค่าเทอม

สถานการณ์โควิด-19 ทำพิษส่งผลให้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ถูกนักศึกษาประท้วงขอลดค่าเทอม

             ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีกลุ่มนักศึกษาออกมารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้ทางมหาวิทยาลัยช่วยลดค่าเทอม  30% เพื่อเป็นการเยียวยานักศึกษาที่ได้รับผลกระทบกับโควิด-19 โดยมองว่าทางมหาวิทยาลัยได้กำไรจากการศึกษาปีที่แล้วมากถึงสองพันล้าน บาทจึงอยากให้มหาวิทยาลัยนำเงินส่วนนั้นออกมาช่วยเหลือนักศึกษาซึ่งทางด้านอาจารย์ออกมาต่อว่าอธิการบดีถึงเรื่องที่มีการนำตำรวจมาข่มขู่นักศึกษาที่ออกมาเรียกร้องการขอลดค่าเทอมโดยอ้างการทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยไม่ยอมออกมาพูดคุยกับนักศึกษาด้วยดี  

มีรายงานออกมาจากกลุ่มเครือข่ายนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่และตัวแทนผู้ปกครองต่างก็ออกมาเรียกร้องให้มาหาวิทยาลัยช่วยเหลือนักศึกษาและผู้ปกครองในการลดค่าธรรมเนียมการศึกษาแบบเท่าเทียมกันทุกคนประมาณ 30% เนื่องจากในปัจจุบันทุกคนต่างก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งยังคงระบาดจนถึงณขนาดนี้โดยเมื่อวันที่ 24 เดือนเมษายนปีพศ 2563

กลุ่มเครือข่ายนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ออกมารวมตัวกันที่มหาวิทยาลัยเพื่อที่เรียกร้องให้ทางอธิการบดีช่วยพิจารณาการลดค่าธรรมเนียมการศึกษาให้กับนักศึกษาเนื่องจากเดิมมีการลด 10% แล้วแต่ยังไม่เพียงพอเพราะปัจจุบันทุกครอบครัวยังคงต้องประสบปัญหาเรื่องของการไม่มีเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายดังนั้นจึงอยากให้ทางมหาวิทยาลัยช่วยพิจารณาเพิ่มเป็นลด 30% 

ซึ่งทางกลุ่มตัวแทนผู้ปกครองก็ได้ออกมาพูดถึงเรื่องของสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันว่าขณะนี้ผู้ปกครองหลายคนกำลังประสบปัญหาเรื่องของรายได้ที่จะเข้ามาใช้จุนเจือครอบครัวการที่ทางมหาวิทยาลัยจะช่วยลดเรื่องของค่าเทอมโดยช่วยเหลือผู้ปกครองได้มากที่สุดเท่าที่มหาวิทยาลัยจะทำจะเป็นการแบ่งเบาภาระให้กับทางผู้ปกครองเป็นอย่างมากอีกทั้งผู้ปกครองทุกคนก็อยากจะรู้ถึงความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องของการเรียนการสอนว่าจะไปในทิศทางไหนจะได้กลับมาเรียนในมหาวิทยาลัยหรือจะได้เรียนผ่านทางระบบออนไลน์คู่ครองส่วนใหญ่อยากทราบความชัดเจน

เพื่อจะได้จะได้เตรียมตัวได้ถูกสัญญาณนักศึกษาเองก็มองว่ายิ่งหากมีการเปิดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์มหาวิทยาลัยยิ่งควรจะลดค่าเทอมลงมาซึ่งการที่มหาวิทยาลัยบอกว่าค่ารถค่าเทอมจะทำให้ประสิทธิภาพในการเรียนลดลงนั้นไม่เป็นความจริงฟังแล้วไม่เห็นสมเหตุสมผลเลยเพราะที่จริงแล้วมีการไปตรวจเช็ครายได้ของมหาวิทยาลัยเมื่อปี 2562

พบว่าปีที่แล้วมหาวิทยาลัยได้กำไรจากการเรียนการสอนมาถึง 2.3 พันล้านบาทซึ่งในส่วนนั้นทางมหาวิทยาลัยสามารถนำมาช่วยเหลือนักศึกษาได้ซึ่งขณะที่ทางนักศึกษาเองได้รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องขอส่วนลดค่าเทอมนี้ ทางอธิการบดีก็ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาข่มขู่นักศึกษาว่าทำผิดพรก. ฉุกเฉินซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้หลังจากนั้นก็มีศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยออกมาต่อว่ามหาวิทยาลัยถึงเรื่องที่การเอาเจ้าหน้าที่ตำรวจมาข่มขู่นักศึกษา

โดนมองว่าอาจจะลดค่าเทอมหรือไม่ลดค่าเทอมก็ควรมาคุยกับนักศึกษาดีๆไม่ควรเอาตำรวจมาข่มขู่นักศึกษาแบบนี้เพราะตั้งแต่นักศึกษาเรียกร้องในการลดค่าเทอมมาเขาก็ยังไม่เห็นอธิการบดีลงมาคุยกับนักศึกษาเลย

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  UFABET เว็บตรง

ลูกทรพีหลอนยาคุ้มคลั่ง

ลูกทรพีหลอนยาคุ้มคลั่งทำร้ายแม่แถมเผาบ้านตัวเอง

        เหตุการณ์ที่มีลูกทรพีเกิดอาการหลอนยาแล้วมักจะชอบทำร้ายปีแม่ของตนเองเป็นประจำนั้นเกิดที่จังหวัดมหาสารคามซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่บ้านของนางสุทินโดยนางสุทินเล่าถึงเรื่องราวดังกล่าวว่าตนเองอยู่กับลูกชาย 2 คนลูกชายติดยาเสพติดซึ่งมักจะมีอาการหลอนยาเป็นประจำทุกวันและมักจะทำร้ายทุบตีนางสุทินอยู่บ่อยครั้งบางครั้งนายสุทินทนไม่ไหวก็จะหนีออกไปอยู่บ้านเพื่อนบ้าน

เมื่อลูกรู้ก็จะตามไปตีและลากตัวกลับมาที่บ้านบางครั้งก็เคยโดนตีจนหัวแตกจนต้องเย็บก็มีแต่ก็ไม่สามารถที่จะหนีรูปได้ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่าเป็นการรุนแรงที่สุดเนื่องจากลูกชายได้จุดไฟเผาบ้านตนเองเลยลูกนำเสื้อผ้าของนางสุทินออกมาเผาหมดรวมทั้งยังจุดไฟเผาบ้านตนเองจนไม่เหลือซากอะไรแล้วทั้งนี้นางสุธินยังกล่าวอีกว่าตนเอง

ขณะนี้ไม่ได้ทำงานจึงไม่มีเงินที่จะมาสร้างบ้านใหม่เพื่ออยู่อาศัยตอนนี้ก็อาศัยเพื่อนบ้านอยู่ไปพลางๆก่อนอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือเพราะยังอยากที่จะอยู่อาศัยที่บ้านหลังเดิมของตนเองนี้อยู่ส่วนลูกชายของนางสุทินนั้นหลังจากที่มีการเผาบ้านเสร็จก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมโดยเข้ารับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือเผาบ้านจริงซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มีการนำตัวของลูกชายของนางสุทินไปตรวจสอบหาสารเสพติดต่อไปและดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาทำลายทรัพย์สินที่อยู่อาศัยโดยนางสุทินเองก็ต้องการให้ลูกชายอยู่ในคุกไม่อยากให้ออกมาข้างนอก

เพราะเธอเองก็กลัวว่าหากลูกชายออกมาจากคุกเมื่อไหร่อาจจะมาฆ่าเธอก็ได้ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าเธอต้องถูกลูกชายทำร้ายตีเป็นประจำตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาซึ่งบางครั้งเธอรู้สึกเสียใจที่ลูกชายที่เธอเลี้ยงมาตั้งแต่เกิดมาทำร้ายเธอได้ลูกชายเธอบอกว่าถ้าได้ทำร้ายเธอเขาจะรู้สึกมีความสุข

           เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเพราะฤทธิ์ของยาเสพติดที่ทำให้ลูกชายคนหนึ่งถึงกับอกตัญญูทำร้ายแม่ของตนเองได้ลงคอแถมยังทำลายทรัพย์สินที่มีอยู่เพียงน้อยนิดทำให้ทั้งตัวเองและแม่ไม่มีที่อยู่อาศัยซึ่งที่จริงแล้วชื่อว่าทุกคนรู้ดีว่าการใช้สารเสพติดนั้นมีอันตรายต่อตัวเองอย่างไรบ้างและเมื่อใช้ในปริมาณมากๆจะมีอาการหลอนจากยาเสพติดอย่างไรแต่หลายคนก็ยังคิดจะลองใช้ยาเสพติดทั้งที่รู้ว่ามันไม่ดี

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sexybaccarat

ยายถูกกดยกเลิกขอรับเงิน5000 บาทจากรัฐบาล

ยายถูกกดยกเลิกขอรับเงิน5000 บาทจากรัฐบาล โดยมองว่าหลานสาวเป็นคนกลั่นแกล้ง

               ยายถูกกดยกเลิกขอรับเงิน5000   เมื่อช่วงวันที่ 5 เดือนพฤษภาคม ปีพ.ศ. 2563   ผู้สื่อข่าวที่ประจำอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมาได้รับการร้องเรียนจากนาง สุดา อายุ 61 ปี ว่าตอนเองถูกหลานสาวกลั่นแกล้ง ด้วยการกดยกเลิกไม่ขอรับเงินเยียวยา 5000 บาทจากรัฐบาลที่มีการเปิดช่วยเหลือประชาชนด้วยการผ่านโครงการเราไม่ทิ้งกัน ซึ่งนาง สุดา ได้เล่าให้ฟังว่าปัจจุบันตัวเองอายุมากแล้ว และไม่ได้มีลูกและสามี  และที่สำคัญตัวเอง

อายุเยอะแล้วไม่สามารถลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาจากรัฐบาลได้เพราะทำไม่เป็น  นางสุดาจึงได้ไหว้วานให้หลานสาว อายุ ประมาณ 35 ปีเป็นคนกดส่งลงทะเบียนให้ โดยรับปากว่าหากได้เงินมาจะให้ 500 บาทค่ากดลงทะเบียน แต่เมื่อมีการลงทะเบียนไปแล้ว หลานสาวกลับมาขอเงินเพิ่มอีก 500 บาทกลายเป็น 1000 บาท

ทำให้นางสุดา ไม่ยอม ทำให้หลานสาวโกรธจึงได้ไปกดยกเลิกการลงทะเบียนการรับเงิน 5000 บาทเป็นผลทำให้นางสุดาไม่ได้รับเงินช่วยเหลือในครั้งนี้ ซึ่งนางสุดาบอกว่าเงินห้าพันบาทนั้นมีความหมายต่อตนเองมาก เพราะตอนนี้นางสุดา อายุเยอะแล้ว จึงไม่มีใครจ้างทำงาน ทุกวันนี้มีกินได้เพราะเงินช่วยเหลือคนชราภาพเท่านั้น ดังนั้นจึงมีการคาดหวังไว้สูงมากว่าเงินห้าพันบาทนั้นจะได้มาเพื่อเก็บไว้ซื้อกิน

เพราะตอนนี้เงินเบี้ยคนแก่ จำนวน 600 บาทที่ได้รับในแต่ละเดือนนั้นไม่ค่อยพอใจ โดยนางสุดายังฝากนักข่าวให้ประสานงานนำข้อความของตนเองส่งไปถึงหลานสาวด้วยว่า อย่าไปทำนิสัยแบบนี้กับใครเพราะไม่ดีและจะกลายเป็นบาปติดตัว ซึ่งหลังจากที่นักข่าวคุยกับนางสุดาเสร็จก็เดินทางไปพูดคุยกับหลานสาวของนางสุดาทันที 

โดยเธอก็ยอมให้สัมภาษณ์โดยดี ซึ่งเธอได้บอกว่า เธอเป็นคนลงทะเบียนห้าพันบาทให้กับนางสุดาจริง แต่หลังจากลงทะเบียนให้แล้วก็คืนมือถือให้กับนางสุดาเลยและไม่เคยนำมือถือขงนางสุดาไปกดยกเลิกแน่นอน ส่วนเรื่องเงิน ห้าร้อยบาทที่นางสุดาพูดถึงนั้นมีการตกลงเจรจากันจริงจริงซึ่งนางสุดาเป็นคนเสนอให้ โดยหลานสาวของนางสุดาบอกว่าตนเองไม่เคยเรียกร้องและตั้งใจเอาไว้ด้วยว่าจะไม่เอาเงินห้าร้อยบาทที่นางสุดาเสนอให้ด้วยซ้ำไป

ส่วนเรื่องที่นางสุดดาบอกว่า ตนเองนั้นจะขอเพิ่มเงินค่าลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาจากห้าร้อยบาทเป็นหนึ่งพันบาทนั้น ไม่เป็นความจริง ซึ่งหลานสาวของนางสุดา กล่าวว่าตนเองนั้นรู้สึกเสียความรู้สึกที่ป้าสุดามากล่าวหาตนเองเช่นนี้ ทั้งทั้งที่ตนเองไม่ได้เป็นคนกดสละสิทธิ์ให้กับป้าสุดาเลยด้วยซ้ำ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  aesexy

ส่งสอบเร่งด่วนกรณีสารวัตรยักยอกเงินงานศพอรินทราชที่เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงที่่Terminal 21จำนวน 26 ศพ 

      สารวัตรยักยอกเงินงานศพอรินทราช   หากยังจำกันได้เมื่อหลายเดือนก่อนมีเหตุการณ์ยิงที่โคราชตรงบริเวณ Terminal 21 ซึ่งในครั้งนั้นมีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารรวมถึงประชาชนทั่วไปต่างได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตกันเป็นจำนวนมากซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นสร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับคนไทยทั้งประเทศเมื่อไม่นานมานี้มี Facebook ของอยากดังเดี๋ยวจัดให้ได้มีการออกมาเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของสารวัตรคนหนึ่ง

ซึ่งมีหน้าที่อยู่ในแผนกการจัดการการฌาปนกิจศพโดยจะดูแลเรื่องของค่าใช้จ่ายงานศพรวมถึงการจ่ายเงินค่าซื้อของที่จะไปช่วยเหลืองานศพไม่ว่าจะเป็นการสั่งดอกไม้ค่าอาหารค่าสังฆภัณฑ์หรือแม้แต่ค่าโรงศพของเหล่าทหารทั้งหลายซึ่งมีรายงานจากทางเพจนี้ว่ามีร้านค้าที่ได้รับการติดต่อจากสารวัตรรายนี้ให้นำดอกไม้โลงศพหรือแม้แต่เครื่องสังฆภัณฑ์ไปจัดงานให้กับพระราชดำเนิน 26 คนที่เสียชีวิตไปจากเหตุการณ์กราดยิงที่เทอร์มินอลทเวนตี้วัน

สารวัตรยักยอกเงินงานศพอรินทราช

แต่หลังจากที่มีการส่งสินค้าไปให้และมีการผ่านพ้นงานมาหลายเดือนแล้วทางสารวัตรคนดังกล่าวก็ไม่มาทำการติดต่อเคลียร์ยอดค่าใช้จ่ายสักทีและเมื่อมีการทวงถามออกไปทางสารวัตรก็ได้ให้เหตุผลว่าตนเองทำเงินจำนวนนั้นหายไปซึ่งตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามหาเงินดังกล่าวอยู่โดยทางกลุ่มพ่อค้าที่ได้รับผลกระทบตอนนี้มีทั้งสิ้น 3 ล้านด้วยกัน

ซึ่งได้มีการติดต่อแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจเรียบร้อยแล้วโดยเรื่องนี้พลตำรวจเอกกฤษณะได้มีการรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นและมีการส่งเรื่องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำดังกล่าวจริงหรือไม่ซึ่งถ้ามีความผิดจริงก็ถือว่าเป็นการทำผิดวินัยร้ายแรง

โดยอาจจะมีการตั้งข้อหาเป็นการยักยอกทรัพย์โดยจำนวนเงินที่มีการจัดงานให้กับกลุ่มอินทราชทั้ง 26 ศพนี้เป็นจำนวนมากถึงแสนกว่าบาทด้วยกันและหากเรื่องนี้เป็นความผิดของสารวัตรคนดังกล่าวจริงก็จะต้องโดนวินัยร้ายแรงเพื่อไม่ให้คนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

           หากมีการตรวจสอบแล้วพบว่าสารวัตรดังกล่าวมีการยักยอกเงินหลวงเอาออกไปใช้ส่วนตัวจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจควรจะมีการจัดการขั้นเด็ดขาดกับทางสารวัตรคนดังกล่าวพร้อมทั้งควรจะหาแนวทางป้องกันสำหรับคนที่จะมาดูแลงบประมาณในจุดนี้ในอนาคตเพราะว่าเงินจำนวนมากเป็นสิ่งล่อตาล่อใจให้คนกระทำความผิดได้ยิ่งในช่วงนี้หลายคนมีปัญหาเรื่องเงินไม่พอใช้จ่ายไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป

หรือกลุ่มคนทำงานก็แล้วแต่ต่างก็พากันได้รับผลกระทบทั้งหมดอยู่แล้วเพราะฉะนั้นถ้าเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเรื่องจริงก็ควรจะนำมาเป็นบทเรียนเพื่อปรับปรุงการทำงานของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มีการรัดกุมมากกว่านี้

 

 

สนับสนุนโดย  ufabet

พ่อค้าร้านส้มตำปากหมา


พ่อค้าร้านส้มตำปากหมา

 

       พ่อค้าร้านส้มตำปากหมา กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันมากในโลกสังคมโซเชี่ยวเกี่ยวกับพ่อค้าส้มตำร้านดังร้านหนึ่งที่มีชื่อเสียงด้านความอร่อยและความปากหมาของพ่อค้าในจังหวัดเชียงใหม่ โดยร้านนี้จะมีจุดขายตรงพ่อค้าส้มตำที่ชอบพูดจากแซวลูกค้า แต่มักจะใช้คำพูดที่หยาบคาย ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้คนนิยมไปกินส้มตำร้านนี้มากจนมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ไม่นานมานี้มีหญิงสาวคนหนึ่งได้ไปซื้อส้มตำที่ร้านดังกล่าว

และเธอถูกพ่อค้าส้มตำแซวเธอเรื่องของหน้าตาที่ไม่สวยและยังว่าเธอโง่ ทำให้เธอไม่พอใจเป็นอย่างมาก เธอจึงมาโพสต์เล่าเรื่องราวดังกล่าวลงบนเฟสบุ๊กและบอกด้วยว่า เธอเข้าไปซื้อส้มตำในฐานะของลูกค้าเป็นคนนำเงินไปให้พ่อค้า ดังนั้นการด่าว่าลูกค้าด้วยคำพูดที่รุนแรงจึงเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง เธอยังบอกอีกว่าก่อนหน้าที่เธอจะไปซื้อส้มตำ

เธอพอจะรู้มาบ้างว่าร้านนี้พ่อค้าจะพูดจากับลูกค้าด้วยถ้อยคำหยาบคายซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทางร้าน แต่การที่พ่อค้าเอาปมด้อยของคนอื่นมาวิพากษ์วิจารณ์และมาด่าว่าลูกค้าโง่เป็นการไม่สมควร  เธอยังบอกด้วยว่า หากพ่อค้าจะแซวลูกค้าเล่นนิดๆหน่อยๆ พูดด้วยหน้าตายิ้มแย้ม พอให้สนุกก็สามารถทำได้ แต่การที่พูดคำหยาบมากเกินไปก็ไม่สมควร

ซึ่งเธอยืนยันว่า ตอนนี้ไม่ได้ติดใจกับทางร้านแล้ว แต่คงไม่ไปซื้อส้มตำร้านนี้อีก เพราะเธอไม่ชอบร้านแนวนี้ ยังมีร้านอื่นที่ขายส้มตำรสชาติอร่อยและพูดจาดีมากมาย ซึ่งหลังจากที่โพสต์ของเธอออกมา มีหลายคนต่างเข้ามาเขียนแสดงความคิดเห็นและต่างก็เล่าประสบการณ์ที่เคยไปกินส้มตำร้านนี้ออกมามากมาย ซึ่งหลายคนไม่ชอบพฤติกรรมของพ่อค้าเช่นกัน

บางคนเขียนเล่าว่าพา พ่อแม่ไปทาน ยังไม่ทันได้หาที่นั่งก็โดนต่อว่าทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจที่พ่อค้าไม่สนใจว่ามีคนสูงอายุไปด้วย ยังคงพูดจากไม่ดีเธอจึงต้องพาพ่อแม่ไปกินร้านอื่น และมีการเขียนเพจร้องเรียนไปที่ร้าน แต่พ่อค้าก็เข้ามากด่าผ่านทางเพจ ซึ่งทำให้พวกเขาเหล่านั้นเข็ดไม่มาอุดหนุนส้มตำร้านนี้อีกเลย

             จากที่สังคมออกมาวิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก คงจะมีผลกระทบต่อยอดขายส้มตำของพ่อค้าไม่มากก็น้อย คงต้องรอดูกันต่อไปว่า พ่อค้าส้มตำจะออกมาแก้ตัวกับเรื่องนี้อย่างไรบ้างซึ่งมีรายงานเข้ามาว่า พ่อค้าได้ไลฟ์สดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า ไม่แคร์หากลูกค้าคนไหนไม่ชอบสิ่งที่เขาทำ เพราะเป็นธรรมดาที่มีคนรักก็ย่อมมีคนเกลียด หากใครโลกสวยก็ไม่ต้องมากินส้มตำที่ร้านของเขา คงต้องรอดูกันต่อไปว่าหลังจากเรื่องนี้จะจบลงแบบไหน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   gclub

โจรฉุกชุมแม้แต่กล้วยน้ำว้า ก็ยังขโมย

แม้แต่กล้วยน้ำว้ายังขโมย ในช่วงนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านเข้ามาบ่อยมากเกี่ยวกับกล้วยน้ำว้าที่ปลูกเอาไว้ในบริเวณสวนหรือบริเวรบ้านและแม้แต่ปลูกเอาไว้ริมทางเท้าต่างก็พบปัญหาถูกคนมาลักลอบตัดกล้วยน้ำหว้าออกไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งตอนนี้พบว่ามีปัญหากล้วยน้ำว้าหายไปหลายหมู่บ้านแล้ว โดยชาวบ้านต่างการคาดเดากันว่าน่าจะมีคนมาแอบขโมยเอากล้วยน้ำว้าไปขาย

เพราะตอนนี้กล้วยน้ำว้าสามารถขายได้ราคาดีมากมาก และหนึ่งในจำนวนผู้เสียหายในตอนนี้พบว่ามีตากับยายอายุประมาณ 70 ปีก็ถูกโจรลักลอบเข้ามาขโมยกล้วยน้ำว้าด้วยเหมือนกัน ซึ่งทางตากับยายถูกขโมยไปมากถึง 13 เครือเห็นจะได้ โดยปัญหาที่มีโจรออกมาขโมยกล้วยน้ำว้าของชาวบ้านนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่บ้านโคกวัด 

ซึ่งชาวบ้านต่างก็ออกมาร้องเรียนว่าตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากเพราะต้นกล้วยที่บ้านได้ถูกโจรแอบมาขโมยกล้วยไป ซึ่งความเสียหายในครั้งนี้รวมกันแล้ว กล้วยน้ำว้าหายไปมากถึง 20 กว่าเครือแล้วซึ่งกล้วยน้ำว้า  1 เครือจะให้กล้วยประมาณ 10 หวี ชาวบ้านต่างก็ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตามจับกุมคนร้ายมาให้ได้เพราะสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอย่างมากเพราะกล้วยที่หาย ชาวบ้านจะเก็บเอาไว้กินเอง หรือไม่ก็ต้องการเก็บเอาไว้ไปทำบุญตักบาตรที่วัด ซึ่งตอนนี้กล้วยกำลังมีราคาแพงหากจะซื้อโดยกล้วยหวีหนึ่งสามารถขายได้ 40 บาทถึง 70 บาทเลยทีเดียว

ซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงไปตรวจสอบพื้นที่ก็พบกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเดินทางมาพูดคุยด้วยเป็นจำนวนมากเพราะต่างก็ถูกขโมยกล้วยไป ซึ่งชาวบ้านบอกว่าปกติแล้วก็ปลูกกล้วยกันแบบนี้มานานแล้วก็ไม่เคยเกิดปัญหากล้วยน้ำว้าหายเยอะแบบนี้มาก่อน แต่คิดว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี คนตกงานมีมากขึ้นและในตอนนี้กล้วยน้ำว้าก็กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด สามารถขายได้ราคาดี

เพราะตอนนี้ 1 เครือสามารถนำไปขายได้ตกเครือละ 500 บาทถึง 600 บาททำให้อาจจะมีคนที่ไม่มีรายได้ต้องการหาเงิน จึงได้มาขโมยกล้วยเพื่อนำเอาไปขาย นอกจากนี้ขณะที่นักข่าวได้ลงไปทำข่าว ชาวบ้านต่างก็บอกว่า ที่ขโมยเอาไปแล้วพวกตนจะไม่ติดใจเอาความถือว่าเป็นการทำบุญอย่างหนึ่งแต่หลังจากนี้ขอให้คนที่ขโมยกล้วยเลิกมาขโมยกล้วยของชาวบ้านเสียที

เพราะชาวบ้านเองก็ต้องการนำกล้วยที่ปลูกเอาไว้ไปทำประโยชน์อย่างอื่นบ้างเช่นกัน ซึ่งในตอนนี้ทางชาวบ้านเองต่างก็ช่วยเหลือกันด้วยการจัดทำเวรยามคอยออกตรวจตราในเวลากลางคืนเพื่อป้องกันคนที่จะมาขโมยกล้วยเอาไปอีก

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ