Category: ข่าวทั่วไป

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ถูกนักศึกษาประท้วงขอลดค่าเทอม

สถานการณ์โควิด-19 ทำพิษส่งผลให้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ถูกนักศึกษาประท้วงขอลดค่าเทอม

             ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีกลุ่มนักศึกษาออกมารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้ทางมหาวิทยาลัยช่วยลดค่าเทอม  30% เพื่อเป็นการเยียวยานักศึกษาที่ได้รับผลกระทบกับโควิด-19 โดยมองว่าทางมหาวิทยาลัยได้กำไรจากการศึกษาปีที่แล้วมากถึงสองพันล้าน บาทจึงอยากให้มหาวิทยาลัยนำเงินส่วนนั้นออกมาช่วยเหลือนักศึกษาซึ่งทางด้านอาจารย์ออกมาต่อว่าอธิการบดีถึงเรื่องที่มีการนำตำรวจมาข่มขู่นักศึกษาที่ออกมาเรียกร้องการขอลดค่าเทอมโดยอ้างการทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยไม่ยอมออกมาพูดคุยกับนักศึกษาด้วยดี  

มีรายงานออกมาจากกลุ่มเครือข่ายนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่และตัวแทนผู้ปกครองต่างก็ออกมาเรียกร้องให้มาหาวิทยาลัยช่วยเหลือนักศึกษาและผู้ปกครองในการลดค่าธรรมเนียมการศึกษาแบบเท่าเทียมกันทุกคนประมาณ 30% เนื่องจากในปัจจุบันทุกคนต่างก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งยังคงระบาดจนถึงณขนาดนี้โดยเมื่อวันที่ 24 เดือนเมษายนปีพศ 2563

กลุ่มเครือข่ายนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ออกมารวมตัวกันที่มหาวิทยาลัยเพื่อที่เรียกร้องให้ทางอธิการบดีช่วยพิจารณาการลดค่าธรรมเนียมการศึกษาให้กับนักศึกษาเนื่องจากเดิมมีการลด 10% แล้วแต่ยังไม่เพียงพอเพราะปัจจุบันทุกครอบครัวยังคงต้องประสบปัญหาเรื่องของการไม่มีเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายดังนั้นจึงอยากให้ทางมหาวิทยาลัยช่วยพิจารณาเพิ่มเป็นลด 30% 

ซึ่งทางกลุ่มตัวแทนผู้ปกครองก็ได้ออกมาพูดถึงเรื่องของสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันว่าขณะนี้ผู้ปกครองหลายคนกำลังประสบปัญหาเรื่องของรายได้ที่จะเข้ามาใช้จุนเจือครอบครัวการที่ทางมหาวิทยาลัยจะช่วยลดเรื่องของค่าเทอมโดยช่วยเหลือผู้ปกครองได้มากที่สุดเท่าที่มหาวิทยาลัยจะทำจะเป็นการแบ่งเบาภาระให้กับทางผู้ปกครองเป็นอย่างมากอีกทั้งผู้ปกครองทุกคนก็อยากจะรู้ถึงความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องของการเรียนการสอนว่าจะไปในทิศทางไหนจะได้กลับมาเรียนในมหาวิทยาลัยหรือจะได้เรียนผ่านทางระบบออนไลน์คู่ครองส่วนใหญ่อยากทราบความชัดเจน

เพื่อจะได้จะได้เตรียมตัวได้ถูกสัญญาณนักศึกษาเองก็มองว่ายิ่งหากมีการเปิดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์มหาวิทยาลัยยิ่งควรจะลดค่าเทอมลงมาซึ่งการที่มหาวิทยาลัยบอกว่าค่ารถค่าเทอมจะทำให้ประสิทธิภาพในการเรียนลดลงนั้นไม่เป็นความจริงฟังแล้วไม่เห็นสมเหตุสมผลเลยเพราะที่จริงแล้วมีการไปตรวจเช็ครายได้ของมหาวิทยาลัยเมื่อปี 2562

พบว่าปีที่แล้วมหาวิทยาลัยได้กำไรจากการเรียนการสอนมาถึง 2.3 พันล้านบาทซึ่งในส่วนนั้นทางมหาวิทยาลัยสามารถนำมาช่วยเหลือนักศึกษาได้ซึ่งขณะที่ทางนักศึกษาเองได้รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องขอส่วนลดค่าเทอมนี้ ทางอธิการบดีก็ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาข่มขู่นักศึกษาว่าทำผิดพรก. ฉุกเฉินซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้หลังจากนั้นก็มีศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยออกมาต่อว่ามหาวิทยาลัยถึงเรื่องที่การเอาเจ้าหน้าที่ตำรวจมาข่มขู่นักศึกษา

โดนมองว่าอาจจะลดค่าเทอมหรือไม่ลดค่าเทอมก็ควรมาคุยกับนักศึกษาดีๆไม่ควรเอาตำรวจมาข่มขู่นักศึกษาแบบนี้เพราะตั้งแต่นักศึกษาเรียกร้องในการลดค่าเทอมมาเขาก็ยังไม่เห็นอธิการบดีลงมาคุยกับนักศึกษาเลย

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  UFABET เว็บตรง

ลูกทรพีหลอนยาคุ้มคลั่ง

ลูกทรพีหลอนยาคุ้มคลั่งทำร้ายแม่แถมเผาบ้านตัวเอง

        เหตุการณ์ที่มีลูกทรพีเกิดอาการหลอนยาแล้วมักจะชอบทำร้ายปีแม่ของตนเองเป็นประจำนั้นเกิดที่จังหวัดมหาสารคามซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่บ้านของนางสุทินโดยนางสุทินเล่าถึงเรื่องราวดังกล่าวว่าตนเองอยู่กับลูกชาย 2 คนลูกชายติดยาเสพติดซึ่งมักจะมีอาการหลอนยาเป็นประจำทุกวันและมักจะทำร้ายทุบตีนางสุทินอยู่บ่อยครั้งบางครั้งนายสุทินทนไม่ไหวก็จะหนีออกไปอยู่บ้านเพื่อนบ้าน

เมื่อลูกรู้ก็จะตามไปตีและลากตัวกลับมาที่บ้านบางครั้งก็เคยโดนตีจนหัวแตกจนต้องเย็บก็มีแต่ก็ไม่สามารถที่จะหนีรูปได้ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่าเป็นการรุนแรงที่สุดเนื่องจากลูกชายได้จุดไฟเผาบ้านตนเองเลยลูกนำเสื้อผ้าของนางสุทินออกมาเผาหมดรวมทั้งยังจุดไฟเผาบ้านตนเองจนไม่เหลือซากอะไรแล้วทั้งนี้นางสุธินยังกล่าวอีกว่าตนเอง

ขณะนี้ไม่ได้ทำงานจึงไม่มีเงินที่จะมาสร้างบ้านใหม่เพื่ออยู่อาศัยตอนนี้ก็อาศัยเพื่อนบ้านอยู่ไปพลางๆก่อนอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือเพราะยังอยากที่จะอยู่อาศัยที่บ้านหลังเดิมของตนเองนี้อยู่ส่วนลูกชายของนางสุทินนั้นหลังจากที่มีการเผาบ้านเสร็จก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมโดยเข้ารับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือเผาบ้านจริงซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มีการนำตัวของลูกชายของนางสุทินไปตรวจสอบหาสารเสพติดต่อไปและดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาทำลายทรัพย์สินที่อยู่อาศัยโดยนางสุทินเองก็ต้องการให้ลูกชายอยู่ในคุกไม่อยากให้ออกมาข้างนอก

เพราะเธอเองก็กลัวว่าหากลูกชายออกมาจากคุกเมื่อไหร่อาจจะมาฆ่าเธอก็ได้ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าเธอต้องถูกลูกชายทำร้ายตีเป็นประจำตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาซึ่งบางครั้งเธอรู้สึกเสียใจที่ลูกชายที่เธอเลี้ยงมาตั้งแต่เกิดมาทำร้ายเธอได้ลูกชายเธอบอกว่าถ้าได้ทำร้ายเธอเขาจะรู้สึกมีความสุข

           เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเพราะฤทธิ์ของยาเสพติดที่ทำให้ลูกชายคนหนึ่งถึงกับอกตัญญูทำร้ายแม่ของตนเองได้ลงคอแถมยังทำลายทรัพย์สินที่มีอยู่เพียงน้อยนิดทำให้ทั้งตัวเองและแม่ไม่มีที่อยู่อาศัยซึ่งที่จริงแล้วชื่อว่าทุกคนรู้ดีว่าการใช้สารเสพติดนั้นมีอันตรายต่อตัวเองอย่างไรบ้างและเมื่อใช้ในปริมาณมากๆจะมีอาการหลอนจากยาเสพติดอย่างไรแต่หลายคนก็ยังคิดจะลองใช้ยาเสพติดทั้งที่รู้ว่ามันไม่ดี

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sexybaccarat

ยายถูกกดยกเลิกขอรับเงิน5000 บาทจากรัฐบาล

ยายถูกกดยกเลิกขอรับเงิน5000 บาทจากรัฐบาล โดยมองว่าหลานสาวเป็นคนกลั่นแกล้ง

               ยายถูกกดยกเลิกขอรับเงิน5000   เมื่อช่วงวันที่ 5 เดือนพฤษภาคม ปีพ.ศ. 2563   ผู้สื่อข่าวที่ประจำอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมาได้รับการร้องเรียนจากนาง สุดา อายุ 61 ปี ว่าตอนเองถูกหลานสาวกลั่นแกล้ง ด้วยการกดยกเลิกไม่ขอรับเงินเยียวยา 5000 บาทจากรัฐบาลที่มีการเปิดช่วยเหลือประชาชนด้วยการผ่านโครงการเราไม่ทิ้งกัน ซึ่งนาง สุดา ได้เล่าให้ฟังว่าปัจจุบันตัวเองอายุมากแล้ว และไม่ได้มีลูกและสามี  และที่สำคัญตัวเอง

อายุเยอะแล้วไม่สามารถลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาจากรัฐบาลได้เพราะทำไม่เป็น  นางสุดาจึงได้ไหว้วานให้หลานสาว อายุ ประมาณ 35 ปีเป็นคนกดส่งลงทะเบียนให้ โดยรับปากว่าหากได้เงินมาจะให้ 500 บาทค่ากดลงทะเบียน แต่เมื่อมีการลงทะเบียนไปแล้ว หลานสาวกลับมาขอเงินเพิ่มอีก 500 บาทกลายเป็น 1000 บาท

ทำให้นางสุดา ไม่ยอม ทำให้หลานสาวโกรธจึงได้ไปกดยกเลิกการลงทะเบียนการรับเงิน 5000 บาทเป็นผลทำให้นางสุดาไม่ได้รับเงินช่วยเหลือในครั้งนี้ ซึ่งนางสุดาบอกว่าเงินห้าพันบาทนั้นมีความหมายต่อตนเองมาก เพราะตอนนี้นางสุดา อายุเยอะแล้ว จึงไม่มีใครจ้างทำงาน ทุกวันนี้มีกินได้เพราะเงินช่วยเหลือคนชราภาพเท่านั้น ดังนั้นจึงมีการคาดหวังไว้สูงมากว่าเงินห้าพันบาทนั้นจะได้มาเพื่อเก็บไว้ซื้อกิน

เพราะตอนนี้เงินเบี้ยคนแก่ จำนวน 600 บาทที่ได้รับในแต่ละเดือนนั้นไม่ค่อยพอใจ โดยนางสุดายังฝากนักข่าวให้ประสานงานนำข้อความของตนเองส่งไปถึงหลานสาวด้วยว่า อย่าไปทำนิสัยแบบนี้กับใครเพราะไม่ดีและจะกลายเป็นบาปติดตัว ซึ่งหลังจากที่นักข่าวคุยกับนางสุดาเสร็จก็เดินทางไปพูดคุยกับหลานสาวของนางสุดาทันที 

โดยเธอก็ยอมให้สัมภาษณ์โดยดี ซึ่งเธอได้บอกว่า เธอเป็นคนลงทะเบียนห้าพันบาทให้กับนางสุดาจริง แต่หลังจากลงทะเบียนให้แล้วก็คืนมือถือให้กับนางสุดาเลยและไม่เคยนำมือถือขงนางสุดาไปกดยกเลิกแน่นอน ส่วนเรื่องเงิน ห้าร้อยบาทที่นางสุดาพูดถึงนั้นมีการตกลงเจรจากันจริงจริงซึ่งนางสุดาเป็นคนเสนอให้ โดยหลานสาวของนางสุดาบอกว่าตนเองไม่เคยเรียกร้องและตั้งใจเอาไว้ด้วยว่าจะไม่เอาเงินห้าร้อยบาทที่นางสุดาเสนอให้ด้วยซ้ำไป

ส่วนเรื่องที่นางสุดดาบอกว่า ตนเองนั้นจะขอเพิ่มเงินค่าลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาจากห้าร้อยบาทเป็นหนึ่งพันบาทนั้น ไม่เป็นความจริง ซึ่งหลานสาวของนางสุดา กล่าวว่าตนเองนั้นรู้สึกเสียความรู้สึกที่ป้าสุดามากล่าวหาตนเองเช่นนี้ ทั้งทั้งที่ตนเองไม่ได้เป็นคนกดสละสิทธิ์ให้กับป้าสุดาเลยด้วยซ้ำ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  aesexy

ส่งสอบเร่งด่วนกรณีสารวัตรยักยอกเงินงานศพอรินทราชที่เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงที่่Terminal 21จำนวน 26 ศพ 

      สารวัตรยักยอกเงินงานศพอรินทราช   หากยังจำกันได้เมื่อหลายเดือนก่อนมีเหตุการณ์ยิงที่โคราชตรงบริเวณ Terminal 21 ซึ่งในครั้งนั้นมีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารรวมถึงประชาชนทั่วไปต่างได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตกันเป็นจำนวนมากซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นสร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับคนไทยทั้งประเทศเมื่อไม่นานมานี้มี Facebook ของอยากดังเดี๋ยวจัดให้ได้มีการออกมาเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของสารวัตรคนหนึ่ง

ซึ่งมีหน้าที่อยู่ในแผนกการจัดการการฌาปนกิจศพโดยจะดูแลเรื่องของค่าใช้จ่ายงานศพรวมถึงการจ่ายเงินค่าซื้อของที่จะไปช่วยเหลืองานศพไม่ว่าจะเป็นการสั่งดอกไม้ค่าอาหารค่าสังฆภัณฑ์หรือแม้แต่ค่าโรงศพของเหล่าทหารทั้งหลายซึ่งมีรายงานจากทางเพจนี้ว่ามีร้านค้าที่ได้รับการติดต่อจากสารวัตรรายนี้ให้นำดอกไม้โลงศพหรือแม้แต่เครื่องสังฆภัณฑ์ไปจัดงานให้กับพระราชดำเนิน 26 คนที่เสียชีวิตไปจากเหตุการณ์กราดยิงที่เทอร์มินอลทเวนตี้วัน

สารวัตรยักยอกเงินงานศพอรินทราช

แต่หลังจากที่มีการส่งสินค้าไปให้และมีการผ่านพ้นงานมาหลายเดือนแล้วทางสารวัตรคนดังกล่าวก็ไม่มาทำการติดต่อเคลียร์ยอดค่าใช้จ่ายสักทีและเมื่อมีการทวงถามออกไปทางสารวัตรก็ได้ให้เหตุผลว่าตนเองทำเงินจำนวนนั้นหายไปซึ่งตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามหาเงินดังกล่าวอยู่โดยทางกลุ่มพ่อค้าที่ได้รับผลกระทบตอนนี้มีทั้งสิ้น 3 ล้านด้วยกัน

ซึ่งได้มีการติดต่อแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจเรียบร้อยแล้วโดยเรื่องนี้พลตำรวจเอกกฤษณะได้มีการรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นและมีการส่งเรื่องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำดังกล่าวจริงหรือไม่ซึ่งถ้ามีความผิดจริงก็ถือว่าเป็นการทำผิดวินัยร้ายแรง

โดยอาจจะมีการตั้งข้อหาเป็นการยักยอกทรัพย์โดยจำนวนเงินที่มีการจัดงานให้กับกลุ่มอินทราชทั้ง 26 ศพนี้เป็นจำนวนมากถึงแสนกว่าบาทด้วยกันและหากเรื่องนี้เป็นความผิดของสารวัตรคนดังกล่าวจริงก็จะต้องโดนวินัยร้ายแรงเพื่อไม่ให้คนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

           หากมีการตรวจสอบแล้วพบว่าสารวัตรดังกล่าวมีการยักยอกเงินหลวงเอาออกไปใช้ส่วนตัวจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจควรจะมีการจัดการขั้นเด็ดขาดกับทางสารวัตรคนดังกล่าวพร้อมทั้งควรจะหาแนวทางป้องกันสำหรับคนที่จะมาดูแลงบประมาณในจุดนี้ในอนาคตเพราะว่าเงินจำนวนมากเป็นสิ่งล่อตาล่อใจให้คนกระทำความผิดได้ยิ่งในช่วงนี้หลายคนมีปัญหาเรื่องเงินไม่พอใช้จ่ายไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป

หรือกลุ่มคนทำงานก็แล้วแต่ต่างก็พากันได้รับผลกระทบทั้งหมดอยู่แล้วเพราะฉะนั้นถ้าเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเรื่องจริงก็ควรจะนำมาเป็นบทเรียนเพื่อปรับปรุงการทำงานของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มีการรัดกุมมากกว่านี้

 

 

สนับสนุนโดย  ufabet

พ่อค้าร้านส้มตำปากหมา


พ่อค้าร้านส้มตำปากหมา

 

       พ่อค้าร้านส้มตำปากหมา กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันมากในโลกสังคมโซเชี่ยวเกี่ยวกับพ่อค้าส้มตำร้านดังร้านหนึ่งที่มีชื่อเสียงด้านความอร่อยและความปากหมาของพ่อค้าในจังหวัดเชียงใหม่ โดยร้านนี้จะมีจุดขายตรงพ่อค้าส้มตำที่ชอบพูดจากแซวลูกค้า แต่มักจะใช้คำพูดที่หยาบคาย ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้คนนิยมไปกินส้มตำร้านนี้มากจนมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ไม่นานมานี้มีหญิงสาวคนหนึ่งได้ไปซื้อส้มตำที่ร้านดังกล่าว

และเธอถูกพ่อค้าส้มตำแซวเธอเรื่องของหน้าตาที่ไม่สวยและยังว่าเธอโง่ ทำให้เธอไม่พอใจเป็นอย่างมาก เธอจึงมาโพสต์เล่าเรื่องราวดังกล่าวลงบนเฟสบุ๊กและบอกด้วยว่า เธอเข้าไปซื้อส้มตำในฐานะของลูกค้าเป็นคนนำเงินไปให้พ่อค้า ดังนั้นการด่าว่าลูกค้าด้วยคำพูดที่รุนแรงจึงเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง เธอยังบอกอีกว่าก่อนหน้าที่เธอจะไปซื้อส้มตำ

เธอพอจะรู้มาบ้างว่าร้านนี้พ่อค้าจะพูดจากับลูกค้าด้วยถ้อยคำหยาบคายซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทางร้าน แต่การที่พ่อค้าเอาปมด้อยของคนอื่นมาวิพากษ์วิจารณ์และมาด่าว่าลูกค้าโง่เป็นการไม่สมควร  เธอยังบอกด้วยว่า หากพ่อค้าจะแซวลูกค้าเล่นนิดๆหน่อยๆ พูดด้วยหน้าตายิ้มแย้ม พอให้สนุกก็สามารถทำได้ แต่การที่พูดคำหยาบมากเกินไปก็ไม่สมควร

ซึ่งเธอยืนยันว่า ตอนนี้ไม่ได้ติดใจกับทางร้านแล้ว แต่คงไม่ไปซื้อส้มตำร้านนี้อีก เพราะเธอไม่ชอบร้านแนวนี้ ยังมีร้านอื่นที่ขายส้มตำรสชาติอร่อยและพูดจาดีมากมาย ซึ่งหลังจากที่โพสต์ของเธอออกมา มีหลายคนต่างเข้ามาเขียนแสดงความคิดเห็นและต่างก็เล่าประสบการณ์ที่เคยไปกินส้มตำร้านนี้ออกมามากมาย ซึ่งหลายคนไม่ชอบพฤติกรรมของพ่อค้าเช่นกัน

บางคนเขียนเล่าว่าพา พ่อแม่ไปทาน ยังไม่ทันได้หาที่นั่งก็โดนต่อว่าทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจที่พ่อค้าไม่สนใจว่ามีคนสูงอายุไปด้วย ยังคงพูดจากไม่ดีเธอจึงต้องพาพ่อแม่ไปกินร้านอื่น และมีการเขียนเพจร้องเรียนไปที่ร้าน แต่พ่อค้าก็เข้ามากด่าผ่านทางเพจ ซึ่งทำให้พวกเขาเหล่านั้นเข็ดไม่มาอุดหนุนส้มตำร้านนี้อีกเลย

             จากที่สังคมออกมาวิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก คงจะมีผลกระทบต่อยอดขายส้มตำของพ่อค้าไม่มากก็น้อย คงต้องรอดูกันต่อไปว่า พ่อค้าส้มตำจะออกมาแก้ตัวกับเรื่องนี้อย่างไรบ้างซึ่งมีรายงานเข้ามาว่า พ่อค้าได้ไลฟ์สดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า ไม่แคร์หากลูกค้าคนไหนไม่ชอบสิ่งที่เขาทำ เพราะเป็นธรรมดาที่มีคนรักก็ย่อมมีคนเกลียด หากใครโลกสวยก็ไม่ต้องมากินส้มตำที่ร้านของเขา คงต้องรอดูกันต่อไปว่าหลังจากเรื่องนี้จะจบลงแบบไหน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   gclub

โจรฉุกชุมแม้แต่กล้วยน้ำว้า ก็ยังขโมย

แม้แต่กล้วยน้ำว้ายังขโมย ในช่วงนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านเข้ามาบ่อยมากเกี่ยวกับกล้วยน้ำว้าที่ปลูกเอาไว้ในบริเวณสวนหรือบริเวรบ้านและแม้แต่ปลูกเอาไว้ริมทางเท้าต่างก็พบปัญหาถูกคนมาลักลอบตัดกล้วยน้ำหว้าออกไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งตอนนี้พบว่ามีปัญหากล้วยน้ำว้าหายไปหลายหมู่บ้านแล้ว โดยชาวบ้านต่างการคาดเดากันว่าน่าจะมีคนมาแอบขโมยเอากล้วยน้ำว้าไปขาย

เพราะตอนนี้กล้วยน้ำว้าสามารถขายได้ราคาดีมากมาก และหนึ่งในจำนวนผู้เสียหายในตอนนี้พบว่ามีตากับยายอายุประมาณ 70 ปีก็ถูกโจรลักลอบเข้ามาขโมยกล้วยน้ำว้าด้วยเหมือนกัน ซึ่งทางตากับยายถูกขโมยไปมากถึง 13 เครือเห็นจะได้ โดยปัญหาที่มีโจรออกมาขโมยกล้วยน้ำว้าของชาวบ้านนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่บ้านโคกวัด 

ซึ่งชาวบ้านต่างก็ออกมาร้องเรียนว่าตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากเพราะต้นกล้วยที่บ้านได้ถูกโจรแอบมาขโมยกล้วยไป ซึ่งความเสียหายในครั้งนี้รวมกันแล้ว กล้วยน้ำว้าหายไปมากถึง 20 กว่าเครือแล้วซึ่งกล้วยน้ำว้า  1 เครือจะให้กล้วยประมาณ 10 หวี ชาวบ้านต่างก็ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตามจับกุมคนร้ายมาให้ได้เพราะสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอย่างมากเพราะกล้วยที่หาย ชาวบ้านจะเก็บเอาไว้กินเอง หรือไม่ก็ต้องการเก็บเอาไว้ไปทำบุญตักบาตรที่วัด ซึ่งตอนนี้กล้วยกำลังมีราคาแพงหากจะซื้อโดยกล้วยหวีหนึ่งสามารถขายได้ 40 บาทถึง 70 บาทเลยทีเดียว

ซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงไปตรวจสอบพื้นที่ก็พบกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเดินทางมาพูดคุยด้วยเป็นจำนวนมากเพราะต่างก็ถูกขโมยกล้วยไป ซึ่งชาวบ้านบอกว่าปกติแล้วก็ปลูกกล้วยกันแบบนี้มานานแล้วก็ไม่เคยเกิดปัญหากล้วยน้ำว้าหายเยอะแบบนี้มาก่อน แต่คิดว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี คนตกงานมีมากขึ้นและในตอนนี้กล้วยน้ำว้าก็กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด สามารถขายได้ราคาดี

เพราะตอนนี้ 1 เครือสามารถนำไปขายได้ตกเครือละ 500 บาทถึง 600 บาททำให้อาจจะมีคนที่ไม่มีรายได้ต้องการหาเงิน จึงได้มาขโมยกล้วยเพื่อนำเอาไปขาย นอกจากนี้ขณะที่นักข่าวได้ลงไปทำข่าว ชาวบ้านต่างก็บอกว่า ที่ขโมยเอาไปแล้วพวกตนจะไม่ติดใจเอาความถือว่าเป็นการทำบุญอย่างหนึ่งแต่หลังจากนี้ขอให้คนที่ขโมยกล้วยเลิกมาขโมยกล้วยของชาวบ้านเสียที

เพราะชาวบ้านเองก็ต้องการนำกล้วยที่ปลูกเอาไว้ไปทำประโยชน์อย่างอื่นบ้างเช่นกัน ซึ่งในตอนนี้ทางชาวบ้านเองต่างก็ช่วยเหลือกันด้วยการจัดทำเวรยามคอยออกตรวจตราในเวลากลางคืนเพื่อป้องกันคนที่จะมาขโมยกล้วยเอาไปอีก

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

สาเหตุเด็กชายวัย 12 ร่วงมาจากชั้น3 พบว่าปีนราวบันไดเลื่อน

สาเหตุเด็กชายวัย 12 ร่วงมาจากชั้น3  พบแล้วสาเหตุ ที่มีเด็กผู้ชายอายุประมาณ 12 ปีได้ตกลงมาจากชั้นสามของห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งโดยมีกล้องวงจรปิดพบว่าเด็กชายคนหนึ่งกล่าวได้ทำการปีมันใดเลื่อนซึ่งทำให้เขาเสียรักร่วงลงมาจากชั้นสามโดยจากการตรวจสอบพบว่าเด็กชายคนหนึ่งกล่าวเดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่เพื่อมาร่วมการแข่งขันตอบคำถามคณิศาสตร์

จากกรณีที่มีเหตุคนตกลงมาจากชั้นสามของห้างเซ็นทรัลเวิลด์ซึ่งงานของชายที่ร่วงลงมานั้นตกลงมาที่ฉันหนึ่งล่างกระแทกพื้นและบริเวณที่ร่วงลงมานั้นอยู่ใกล้กับจุดที่กำลังมีงานเปิดตัวกิจกรรมการวิ่งงานหนึ่งโดยมีดารารับเชิญเป็นนางเอกสาว ญาญ่าซึ่งกำลังเดินทางมาร่วมงานและตอนที่ชายคนนั้นกล่าวโลมาญาญ่ากับคุณแม่ของเธอกำลังอยู่ในลิฟท์ตรงบริเวณที่เกิดเหตุพอดีทำให้เห็นเหตุการณ์ในช่วงที่ร่างของชายคนดังกล่าวร่วงลงมาผ่านหน้าของเธอส่งผลให้ญาญ่ามีความตกใจกลัวเป็นอย่างมากหลังเกิดเหตุญาญ่าเดินทางกลับทันทีโดยไม่ได้ใหับสัมภาษณ์กับนักข่าว

และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีรายงานเข้ามาล่าสุดแจ้งเข้ามาว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปทำการตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุตรงพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวแล้วรวมถึงได้ประสานงานให้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุซึ่งเมื่อไปถึงที่บริเวณชั้นหนึ่งของห้างสรรพสินค้าเจอที่ตำรวจได้พบร่างของเด็กชายอายุ 12 ปีในสภาพนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น

โดยเบื้องต้นก่อนที่กูชีพจะมาถึงได้มีเจ้าหน้าที่ของห้างมาช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้แล้วโดยชายคนหนึ่งกล่าวพบว่าเป็นเด็กนักเรียนอายุ 22 ปีที่เดินทางมาจากเชียงใหม่เพื่อมาแข่งขันด้านคณิตศาสตร์และตอนนี้อยู่ระหว่าง ที่ครูได้ปล่อยให้นักเรียนคนอื่นรวมทั้งเด็กชายคนหนึ่งกล่าวได้กินข้าวเดินเล่นในห้างตามปกติ

โดยเด็กชายสวมเสื้อยืดสีเทากางเกงสีดำไม่ใส่รองเท้าซึ่งมีผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าเด็กชายคนนั้นกล่าวได้ที่มาที่บันไดเลื่อนตรงชั้นสามแล้วก็ทำการเปลี่ยนราวบันไดเลื่อนแล้วก็พัดตกลงมาซึ่งถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังประสานงานไปยังญาติของเด็กชายให้ตามไปที่โรงพยาบาลซึ่งข้อมูลล่าสุดได้แจ้งออกมาว่าเด็กชายที่ร่วงลงมาจากชั้นสามปลอดภัยดีเพียงแต่มีอาการกระดูกหัก

ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังหาหลักฐานเพื่อทำการตรวจสอบคดีนี้อยู่สำหรับตัวเด็กเองตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้วและอยู่ระหว่างการรอผลเอกซเรย์สมองซึ่งสภาพตังค์ร่างกายทั่วไปมีกระดูกเชิงกรานและกระดูกต้นแขนซ้ายหักซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้สร้างความตกใจให้กับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะดาราสาวญาญ่าที่เห็นร่างเด็กเรื่องเล่ามาต่อหน้าต่อตา  

 

ขอขอบคุณ  ae sexy  ที่ให้การสนับสนุน

โฆษกกรุงเทพฯแจงแล้วเหตุใดจึงทำการปิดกรุงเทพฯไม่ได้ 

โฆษกกรุงเทพฯแจงแล้วเหตุใดจึงทำการปิดกรุงเทพฯไม่ได้ 

        โฆษกกรุงเทพฯแจงแล้วเหตุใดจึงทำการปิดกรุงเทพฯไม่ได้  จากสถานการณ์ที่ตอนนี้เชื้อไวรัสโคโรน่ากำลังแพร่ระบาดโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครซึ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้ออยู่เป็นจำนวนมากนั้นหลายฝ่ายได้ออกมาบอกแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดโดยให้ทำตามประเทศอื่นๆอย่างเช่นประเทศอิตาลี  ที่ทำการปิดประเทศไปเลยเพื่อป้องกันไม่ให้คนเข้าคนออกและจะสามารถหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้รวมถึงบางคนก็แนะนำให้ทำการปิดกรุงเทพฯโดยให้มีการกำหนดเคอร์ฟิว ไม่ให้ประชาชนออกมานอกบริเวณบ้านจะออกมาได้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นต้องการออกมาซื้อสินค้า หรือออกไปโรงพยาบาลเท่านั้น

โดยหวังว่าวิธีการนี้จะช่วยไม่ให้ไวรัสโคโรน่ามีการแพร่ระบาดและสามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาด ลงได้แต่ทางโฆษกของออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องของการปิดกรุงเทพฯว่าไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากว่าทางผู้ว่าราชการกรุงเทพฯเองก็ไม่ได้มีอำนาจที่จะสามารถสั่งตรวจการหรือสั่งปิดกรุงเทพฯได้นั่นเองรวมถึงหากสมมุติว่าทำได้จริงๆมีการปิดกรุงเทพฯ ได้จริงๆ

อาจจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดีขึ้นได้เพราะว่าหากมีการปิดกรุงเทพฯจริงเชื่อว่าประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯเมื่อไม่มีงานทำว่าจะพากันเดินทางกลับจังหวัดของตนเองและนั่นเองจะเป็นการนำเชื้อไวรัสโคโรน่าจากที่แพร่ระบาดอย่างหนักเฉพาะในเขตกรุงเทพฯออกไปแพร่ระบาดที่ต่างจังหวัดแทนซึ่งจะเป็นการขยายพื้นที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสให้มากขึ้นยิ่งกว่าเดิมและจะทำให้ควบคุมการแพร่ระบาดได้ยากดังนั้นวิธีการที่จะให้ปิดกรุงเทพฯหรือจะให้ปิดประเทศเลยจึงเป็นไปได้ยากยิ่ง ซึ่งในเบื้องต้นเรารู้อยู่แล้วว่าการแพร่ระบาดมักจะแพร่ระบาดตรงบริเวณที่มีคนไปชุมนุมรวมกันหนาแน่น

และการแพร่ระบาดเกิดจากการที่เราสัมผัสกันไม่ได้ติดต่อผ่านทางระบบหายใจดังนั้นวิธีการที่จะหยุดยั้งการแพร่ระบาดเบื้องต้นได้ก็คือให้ทุกคนเว้นระยะห่างแก่กันไม่สัมผัสโดนตัวกันและขอความร่วมมือทุกคนในการงดจัดงานหรือกิจกรรมต่างๆที่จะเป็นงานรวมคนหมู่มากมาอยู่ด้วยกันเช่นงดงานแต่งหรืองดงานบวชเป็นการชั่วคราวไปก่อนโดยในเบื้องต้นทางรัฐบาลเองก็ได้มีการประกาศ ร่วมมือสถานบันเทิงสนามมวยและสถานที่อื่นๆอีกมากมายที่เราเล็งเห็นแล้วว่าจะเป็นศูนย์รวมของคนจำนวนมากมาอยู่รวมกันให้ปิดทำการชั่วคราวไปก่อนเพื่อที่จะได้เป็นการหยุดยั้

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าได้เป็นการรักษาเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นทางโฆษกกรุงเทพฯได้ออกมาบอกร่วมกับนายแพทย์ว่าที่จริงแล้วถ้าหากมีผู้ป่วยที่อาการหนักก็มียาตัวนึงที่ได้รับมาจากทางบริษัทญี่ปุ่นนำมาให้คนป่วยได้กินก็จะสามารถรักษาเธอโลกนี้ได้เพียงแต่ว่ายานี้จะให้เฉพาะกับผู้ป่วยที่มีอาการเท่านั้นสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่มีการรักษาตามอาการไปก่อนดังนั้นทางที่ดีที่สุดในการที่จะหยุดยั้งการแพร่ระบาดในช่วงนี้ก็คือการกักตนเองอยู่ในบริเวณบ้านและหมั่นล้างมือให้สะอาดไปบ่อยๆ 

 

 

ขอขอบคุณ  ทางเข้า Ufabet168  ที่ให้การสนับสนุน

จับได้แล้ว ชาย 4 คนที่ก่อเหตุอุ้มคนออกไปจากวัดกลางวันแสกๆ

จับได้แล้วคนที่ก่อเหตุอุ้มคนออกไปจากวัดกลางวันแสกๆ

   จับได้แล้วคนที่ก่อเหตุอุ้มคนออกไปจากวัดกลางวันแสกๆ ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งได้ทำการแชร์ข้อความลงเฟสบุ๊กส่วนตัวเล่าเรื่องราวของพี่ชายของตนเองที่ไปงานบวชเพื่อนอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในเขต ตลิ่งชัน และในขณะที่กำลังร่วมงานบวชอยู่ดีดีก็มีผู้ชายจำนวน 4-5 คน ได้ขับรถเข้ามาในบริเวณวัดตรงที่มีการจัดงานบวช แล้วหลังจากนั้นก็ได้นำปืนที่เตรียมมายิงขึ้นฟ้า และเมื่อทุกคนภายในงานกำลังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกชายทั้งสี่คนก็นำตัวพี่ชายของตนพาไปขึ้นรถที่ขับมาในครั้งแรกขับออกไป

หลังจากนั้นผ่านไปสักพัก ชายทั้งสี่คนก็นำพี่ชายของตนมาส่งในสภาพที่เรียกได้ว่าถูกซ้อมมาหนักมาก ทั้งหน้าแตก เลือดอาบและยังมีการข่มขู่ตนและคนในครอบครัวห้ามแจ้งความอีกด้วย โดยบอกว่าจะจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้เป็นจำนวนเงิน สี่หมื่นบาท ซึ่งเมื่อเรื่องราวได้เผยแพร่ออกไปก็สร้างความหวาดกลัวให้กับคนที่ได้อ่านข่าวกันเป็นจำนวนมากว่านี่คือกลางวัน และนี่คือกรุงเทพ

ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อนที่ไหนที่จะต้องเอาปืนมาขู่บังคับใครก็ได้พาขึ้นแล้วแล้วนำตัวไปซ้อมแล้วปล่อยออกมา ซึ่งหลังจากที่เป็นข่าวดังก็ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามจับตัวคนร้ายได้ 4 คนยังเหลืออีก 1 คนที่ยังจับตัวมาไม่ได้พร้อมกับมีพยานหลักฐานเป็นทั้งคนในงานที่เห็นเหตุการณ์และคลิปวีดิโอที่มีการถ่ายเอาไว้ได้

ซึ่งทั้งสี่คนให้การรับสารภาพ โดยเล่าว่าตนเองมางานบวชเพื่อนเหมือนกันและทราบข่าวมาว่าคนที่ตนจับตัวไปทำร้ายนั้น กำลังจะหาคนมาทำร้ายพวกตน ดังนั้นพวกตนจึงได้ชิงลงมือก่อนเพราะมีอาวุธติดตัวมาด้วย ซึ่งถือว่าเป็นความเข้าใจผิดกัน เมื่อพวกตนซ้อมชายคนดังกล่าวแล้ว จึงได้รู้ว่าญาติของชายคนดังกล่าวได้ไปทำการแจ้งความเอาไว้ จึงได้นำชายคนดังกล่าวมาส่งคืนโดยนำมาทิ้งไว้ที่

สน. เขตตลิ่งชัน และมาถูกตามจับกุมได้ ซึ่งชายทั้งสี่คนอ้างว่าเป็นการเข้าใจผิดกันเท่านั้น และพร้อมจะรับผิดชอบด้วยการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้ ซึ่งทางผู้เสียหายเองก็ได้ออกมาบอกว่าไม่ได้รู้จักกับเหล่าชายทั้ง 4-5 คนที่ได้มาหาเรื่องซ้อมตนมาก่อนและระหว่างทางที่พวกนี้พาไปทำร้าย คนเหล่านี้ก็เอาผ้าคลุมหัว และใส่กุญแจมือและพากันรุมทำร้ายโดยไม่ถามอะไรก่อนเลย จึงยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเพราะไม่ควรมีใครมีอภิสิทธิ์ขนาดที่อยากจะทำร้ายใครก็เอาปืนมจี้ไปกระทืบแบบนี้ไม่ได้

 

 

สนับสนุนโดย  gclub

เดนนรกของแท้ ฆ่ายกครัว พ่อแม่ลูกแล้วยังข่มขืนศพอีก

      เดนนรกของแท้ฆ่ายกครัวพ่อแม่ลูกแล้วยังข่มขืน   จากรายงานข่าวของต่างประเทศ มีข่าวที่สร้างความสุดสะเทือนใจให้กับคนอ่านอย่างมาก โดยรายงานข่าวแจงว่ามีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่งประกอบไปด้วย พ่ออายุ 35 ปี  แม่อายุ 30 ปี  ลูกชายวัย 4 ขวบ ลูกสาววัยสามขวบ และคนสุดท้องวัยเพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย โดยคนร้ายชื่อ นาย นศิรุดดิน อายุ  38 ปี ได้บุกเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง

ซึ่งอาศัยอยู่ด้วยกัน 5 คน พ่อแม่ลูก โดยนาย นศิรุดดิน ได้บุกเข้าไปใช้ก้อนหินทุบคนเป็นพ่อก่อนจนเสียชีวิต หลังจากนั้น ก็ฆ่าคนเป็นแม่ และลูกน้อยวัย 4 เดือน โดยหลังจากที่ฆ่าแม่ของเด็กๆแล้ว นาย นศิรุดดิน ก็ได้ทำการข่มขืนศพเป็นเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง โดยรายงานข่าวแจ้งว่า นาย นศิรุดดิน ได้มีการวางแผนมาแล้ว เพราะมีการเสพสารกระตุ้นมาก่อนที่จะมาลงมือและที่สำคัญได้เตรียมถุงยางอนามัยมาด้วย

เดนนรกของแท้ฆ่ายกครัวพ่อแม่ลูกแล้วยังข่มขืน

ซึ่งหลังจากที่ข่มขืนศพคนเป็นแม่ ยังมาข่มขืนลูกสาวอายุ 3 ขวบอีกด้วย และใช้ก้อนหินทุบลูกชายอายุ 4 ขวบ  จากการตรวจประวัติของ นาย นศิรุดดิน พบว่าเป็นโรคจิต   คลั่งการมีเซ็กส์ ชื่นชอบการมีเซ็กส์กับศพ โดยระหว่างที่มีการข่มขืนศพก็ได้มีการถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้ด้วย ซึ่งทาง นาย นศิรุดดิน ฆาตกรโรคจิตรายนี้ยังได้บอกกับตำรวจด้วยว่า เขาได้ถ่ายคลิปเอาไว้และได้ส่งให้น้องสะใภ้ดู 

          ไม่ได้มีรายงานข่าวที่แน่ชัดว่าคนที่แจ้งความจับจะเป็นน้องสะใภ้ที่ได้เห็นคลิปนี้หรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามจับกุมฆาตกรโรคจิตรายนี้ได้เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2562 ที่ผ่านมาโดยเหตุการณ์สุดสะเทือนใจนี้มีมาตั้งแต่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 แล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตามจับกุมฆาตกรโรคจิตนี้ได้ที่บ้านพัก ซึ่งเขาก็รับสารภาพทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว  ตามรายงานข่าวยังระบุอีกว่า ฆาตกรรายนี้ ไม่ได้กระทำการแบบนี้เป็นครั้งแรก แต่เขายังก่อคดีลักษณะคล้ายๆกันแบบนี้มานับไม่ถ้วน ทั้งที่ รัฐหรยาณา  นครเดลี และรัฐเบงกอลตะวันตก

          ในประเทศอินเดีย มีเหตุการณ์ฆ่ากันแบบโหดเหี้ยมออกมาไม่เว้นแต่ละวัน ผู้คนต่างมีจิตใจที่โหดร้าย อันที่จริงญาติของ นาย นศิรุดดินควรจะรู้อยู่แล้วว่านาย นศิรุดดิน เป็นคนมีนิสัยเช่นไร  น่าที่จะพาไปรักษากับทางโรงพยาบาล ไม่ควรปล่อยให้ออกมาก่อเหตุที่โหดเหี้ยมแบบนี้ได้ และไม่ใช่ที่อินเดียเท่านั้น ที่มีเหตุการณ์ที่น่ากลัวแบบนี้ ประเทศไทยเองก็มีเหตุการณ์ฆ่ากันตายทุกวัน ดังนั้น เราควรสังเกตพฤติกรรมคนรอบข้างเขาเราด้วยว่าเขามีความผิดปกติหรือไม่ จะได้พาไปรักษาได้ทันท่วงที

 

 

สนับสนุนโดย  sagame