Author: adminone

ขโมยเงินนานกว่า 9 ปีสูญเงินไปเกือบ 10 ล้านบาท 

 

  อดีตนายกเทศมนตรีตำบลหนองไม้แดงถูกเลขาสาวขโมยเงินนานกว่า 9 ปีสูญเงินไปเกือบ 10 ล้านบาท 

      เมื่อวันที่ 25 เดือนกันยายนปีพศ 2563   เดือนกันยายนปีพศ2563 ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากอดีตนายกเทศมนตรีตำบลหนองไม้แดง   ชื่อว่านางดวงทิพย์  ได้นำหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดและคลิปเพื่อเอาไปดำเนินคดีนางสาวสุนันทา  สืบแก้ว  โดยนางตวงทิพย์  กล่าวว่า  นางสาวสุนันทานั้นมีการขโมยเงินของตนเองไปจำนวนหลายครั้ง

ซึ่งตนเองนั้นมีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิดที่สามารถเก็บภาพไว้ได้ขณะที่นางสาวสุนันทาเข้ามาภายในห้องนอนและเข้ามาขโมยเงินไปโดยหลักฐานที่ส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจดูนั้นมีข้อมูลการยักยอกเงินไปทั้งสิ้นจำนวน 21 ครั้งด้วยกัน

         ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นได้เห็นหลักฐานจึงได้มีการเตือนตัวนางสาวสุนันทามาที่สถานีตำรวจและทำการสอบสวนในที่สุดนางสาวสุนันทาก็ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือขโมยเงินนางตวงทิพย์เองโดยมีการทำมาแล้วหลายครั้งซึ่งเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 9 ปีด้วยกันโดยแต่ละครั้งนั้นนางสาวสุนันทาจะมีการหยิบเงินออกมาครั้งละประมาณ 10,000 บาทหรือบางครั้งอาจจะมีการหยิบมา 20,000 บาทถึง 30,000 บาทก็มีขึ้นอยู่กับว่าช่วงที่ไปหยิบเงินนั้นมีเงินอยู่ในกระเป๋ามากน้อยแค่ไหน 

       สำหรับสาเหตุที่นางสาวสุนันทาเข้าไปหยิบเงินในกระเป๋าของนางพวงทิพย์ได้นั้นเนื่องจากว่านางสาวสุนันทานั้นปลูกนางพวงทิพย์รับมาเลี้ยงดูตั้งแต่อายุ 9 ขวบด้วยกันและเลี้ยงเสมือนเป็นลูกสาวอยู่ใกล้ชิดด้วยกันตลอดเวลาอีกครั้งนางสาวสุนันทายังทำหน้าที่เลขาของนางตวงทิพย์ซึ่งนางตรงทิศนั้นค่อนข้างไว้ใจนางสาวสุนันทาเป็นอย่างมาก

ทำให้นางสาวสุนันทานั้นสามารถเข้าออกห้องนอนของนางตวงทิพย์ได้โดยที่นั่งตรงทิศนั้นไม่เกิดความสงสัย  โดยเงินที่ขโมยไปนั้นนางสาวสุนันทาจะนำไปใช้จ่ายซื้อข้าวของเครื่องใช้ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมและซื้อรถยนต์เป็นการนำไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยปกติของเธอ

         ทางด้านนางตวงทิพย์นั้นบอกว่าตลอดระยะเวลาที่เงินหายนั้นไม่เคยสงสัยนางสาวสุนันทาเลยเพราะไว้ใจมากแต่เนื่องจากมีเงินหายอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดทำให้จำเป็นต้องแอบติดตั้งกล้องวงจรปิดจึงทำให้รู้ว่านางสาวสุนันทาเป็นคนขโมยเงินไปซึ่งในครั้งแรกที่เห็นภาพการขโมยเงินนั้นนางตวงทิพย์ยังหวังว่านางสาวสุนันทาจะทำเพียงแค่ครั้งเดียวแล้ว

เลิกแต่หลังจากที่เปิดโอกาสให้นางสาวสุนันทาได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกับพบว่าไม่ยอมที่จะเลิกขโมยเงินในที่สุดจึงได้นำหลักฐานเหล่านี้มาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจับกุมดำเนินคดีนางสาวสุนันทาต่อไป ซึ่งถึงแม้ในตอนนี้นางสาวสุนันทาจะไหว้ขอโทษและสำนึกผิด แต่นางตวงทิพย์ ยืนยันไม่ให้อภัยแล้ว เพราะต้องสูญเสียเงินไปมากกว่า 10 ล้านบาทแล้ว 

         

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sa gaming ทดลองเล่น

ประกันสังคมแจ้งความจับเชฟหนุ่มวัย 35 ข้อหาโพสต์ด่า

    มีรายงานข่าวเข้ามาเมื่อวันที่ 15 เดือนกันยายนปีพุทธศักราช 2536 ว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อมีชายหนุ่มคนหนึ่งอายุ 35 ปี  ถูกแจ้งความดำเนินคดีจากทางเจ้าหน้าที่ประกันสังคมโดยข้อหาที่ทางเจ้าหน้าที่ประกันสังคมเข้าไปแจ้งความนั้นก็คือข้อหาหมิ่นประมาทโดยชายหนุ่มคนดังกล่าวนั้นทำงานอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งที่จังหวัดเชียงใหม่เขามีอาชีพเป็นเชฟในโรงแรมแห่งนั้น

ส่วนสาเหตุที่เขาถูกแจ้งความดำเนินคดีนั่นก็เพราะว่าเขาได้มีการโพสต์ต่อว่าประกันสังคมด้วยถ้อยคำที่หยาบคายลงไปใน Facebook ส่วนตัว  ส่วนสาเหตุที่มีการโพสต์ด่าประกันสังคมนั้นชายหนุ่มคนดังกล่าวให้ข้อมูลว่าตั้งแต่ช่วงที่มีการระบาดของไวรัสเขาตกงานและได้มีการยื่นเรื่องขอเงินประกันสังคมที่เป็นเงินทดแทนช่วยเหลือตอนที่ลูกจ้างตกงาน

ซึ่งเขาได้มีการติดต่อไปนานมากแล้วแต่เขายังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือประกันสังคมแต่อย่างใดซึ่งผ่านมาหลายเดือนแล้วอีกทั้งทุกครั้งเวลาที่เขาโทรติดต่อประกันสังคมเขาก็ไม่สามารถติดต่อประกันสังคมได้เลยโทรไปทีไรก็ไม่มีคนรับสายหรือบางครั้งสายก็ไม่ว่างติดต่อไม่ได้จนทำให้เขารู้สึกว่าประกันสังคมนั้นไม่ได้บริการประชาชนอย่างแท้จริงซึ่งเมื่อเขาหันหน้าไปพึ่งใครไม่ได้

และติดต่อประกันสังคมก็ไม่ได้เขาจึงเกิดอารมณ์โมโหต่างจากนั้นจึงได้โพสต์ข้อความลงใน Facebook เพื่อด่าทอต่อว่าประกันสังคมและระบายความรู้สึกที่เขามีต่อประกันสังคมอยู่ในขณะนี้รายละเอียดของการต่อว่านั้นก็เป็นลักษณะของการที่ประกันสังคมนั้นไม่ช่วยเหลือประชาชนไม่สามารถติดต่อได้และทำงานกันแย่มากรวมถึงประกันสังคมเอางบประมาณของประชาชนไปใช้จ่ายอย่างอื่น

จนไม่มีเอามาจ่ายคืนให้กับประชาชนอย่างที่ประชาชนมีปัญหาและยังมีข้อมูลอื่นๆอีกมากมายที่เขาได้มีการโพสต์ลงไปซึ่งแต่ละข้อความที่โพสต์เป็นข้อความที่ค่อนข้างหยาบคาย

       อย่างไรก็ตามทางด้านประกันสังคมได้นำหลักฐานต่างๆในเฟสของเขามาทำการติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำการแจ้งดำเนินคดีโดยในที่สุดเขาก็โดนจับในข้อหาหมิ่นประมาท  ส่วนทางด้านประกันสังคมเองก็ออกมาชี้แจงกรณีที่ประชาชนติดต่อประกันสังคมไม่ได้นั้นก็เพราะว่าในช่วงที่มีการระบาดใหม่ๆรัฐบาลได้มีการประกาศให้ประชาชนอยู่

แต่ที่บ้านดังนั้นประกันสังคมจึงปิดการให้บริการหลังจากนั้นเมื่อมีการเปิดให้บริการมาประกันสังคมก็เร่งดำเนินการทำงานอย่างเร่งด่วนแต่เนื่องจากมีปริมาณผู้ที่ติดต่อเข้ามาที่สำนักงานบริการประกันสังคมค่อนข้างเยอะมากจึงทำให้ประชาชนนั้นติดต่อประกันสังคมได้ค่อนข้างยากนั่นเอง

          อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วทางด้านประกันสังคมและทางด้านผู้ที่โพสต์ต่อว่าประกันสังคมก็ได้มีการพูดคุยเจรจากันจนเป็นที่เข้าใจเรียบร้อยแล้วและชายวัย 35 ปีก็ได้มีการขอโทษเจ้าหน้าที่ประกันสังคมไปแล้วโดยให้เหตุผลว่าตนเองเกิดความเครียดมากจนเกินไปจึงทำให้รู้เท่าไม่ถึงการณ์และไปโพสต์ข้อความดังกล่าวนั้นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  แอพคาสิโน ได้เงินจริง

ลูกชายวัย 7 ขวบเสียชีวิต

ลูกชายวัย 7 ขวบเสียชีวิตเพราะเล่นโรลเลอร์เบลดเลื่อนล้มคอไปพลาดในบ่วงทำพ่อหัวใจสลาย

          เรื่องราวสุดสะเทือนใจในครั้งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดอุดรธานีเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่ามีเหตุการณ์เด็กชายเสียชีวิตภายในบ้านพักจึงได้เดินทางมายังบ้านหลังเกิดเหตุเมื่อถึงก็พบเจ้าของบ้านชื่อว่านายสิรีรอให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่โดยพาไปยังจุดที่พบศพซึ่งผู้เสียชีวิตนั้นเป็นเด็กชายอายุแค่เพียง 7 ขวบเท่านั้นโดยนายเสรีได้ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเด็กชายที่เสียชีวิตนั้นเป็นลูกชายของตนเอง

ส่วนภรรยาของตนนั้นไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯซึ่งนายเสรีจะอยู่ดูแลลูกชายที่บ้านที่ต่างจังหวัดรวมถึงดูแลแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตและมีพี่สาวที่เป็นโรคหูหนวกซึ่งตอนที่เกิดเหตุนั้นไม่มีใครเห็นว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นโดยป้าของผู้เสียชีวิตนั้นทำกับข้าวอยู่ในครัวแต่เนื่องจากว่าเป็นโรคหูหนวกจึงทำให้ไม่ได้ยินเสียงของหลานในขณะที่ตัวพ่อนั้นได้พายายเข็นรถเข็นไปนั่งสูดอากาศอยู่หน้าบ้าน

ซึ่งก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์นี้นายเสรีละว่าด้วยชวนแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาตออกไปนั่งเล่นหน้าบ้านและส่วนลูกชายวัย 7 ขวบที่เสียชีวิตนั้นออกไปเล่นโรลเลอร์เบลดหน้าบ้านซึ่งลูกชายเล่นได้สักพักหนึ่งก็เข้ามาในบ้านโดยนายเสรีเองก็ไม่ได้เอะใจอะไรนั่งรอประมาณซัก 15 นาทีไม่เห็นลูกชายออกมาย่าและนายเสรีจึงได้พากันกลับเข้าไปในบ้านแล้วมาพบว่าเด็กชายวัย 7 ขวบนั้นเสียชีวิตแล้ว

โดยลักษณะของศพนั้นลำคอไปคล้องอยู่กับห่วงซึ่งแขวนไว้ตรงราวผ้าม่านข้างเตียงของผู้เป็นย่าที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ส่วนบริเวณดังกล่าวนั้นมีร่องรอยตู้ล้มโดยนายเสรีเชื่อว่าลูกชายน่าจะเล่นโรลเลอร์เบลดแล้วเกิดลื่นล้มหัวไปกุ้งเสียบตรงบริเวณห่วงพอดีทำให้ห่วงรัดคอและมีการดิ้นทุรนทุรายเพื่อขอความช่วยเหลือ

แต่ไม่มีใครได้ยินเสียงจนลูกชายนั้นเสียชีวิตซึ่งตอนที่นายเสรีเข้ามาเห็นลูกชายได้พยายามปั๊มหัวใจแล้วแต่ลูกชายไม่ฝืนจึงได้มีการโทรเรียกกู้ภัยให้มาดูแลซึ่งทั้งคู่ภัยก็ยืนยันว่าลูกชายนั้นเสียชีวิตเรียบร้อยแล้วทั้งนี้นายเสรีเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายและก็จะเสียใจเพราะว่าไม่สามารถดูแลลูกชายได้ดีเลยยังบอกอีกว่าถ้าหากแม่ของเด็กชายวัย 7 ขวบรู้ว่าลูกชายเสียชีวิตคงจะไม่ยอมให้อภัยนายเสรีอย่างแน่นอน

สำหรับเหตุการณ์ในครั้งนี้ในเสรียืนยันว่าเป็นความสะเพร่าของตนเองที่ไม่ดูแลลูกชายให้ดีและมักจะมีการเอาผ้ามามัดเป็นห่วงคล้องตามจุดต่างๆเนื่องจากว่าลูกชายนั้นชอบเพราะเคยทำกิจกรรมที่โรงเรียนแล้วได้เป็นหัวหน้าโดยได้รับรางวัล

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่า sa

เจ้าอาวาสขับรถพุ่งชนหญิง ก่อนใช้มีดกระหน่ำฟันตายทั้งกลม

เป็นที่ฮือฮาและน่าสลดใจอย่างมากกับข่าวนี้ ที่เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ขับรถตู้พุ่งชนรถยนต์กระบะจนเสียหลัก ก่อนนำมีดอีโต้ไปวิ่งไล่ฟันหญิงตั้งครรภ์ 8 เดือน อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นอดีตกิ๊กจนเสียชีวิตบริเวณบ้านหนองพัฒนา ตำบลตูมใหญ่ อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์

ข่าวนี้เป็นที่เปิดเผยเมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 15 มิถุนายน 2563 ร.ต.อ.สุริยา ลีนุรัตน์ รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรหินเหล็กไฟ ได้จับกุมตัว นายอุ่ม ดีรื่นรัมย์ หรือพระอุ่ม อายุ 59 ปี เจ้าอาวาสที่ก่อเหตุดังกล่าวไปทำการสึก และมาสอบสวน พร้อมด้วยอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ คือมีดอีโต้ ความยาวประมาณ 60 เซนติเมตร จากการที่พนักงานสอบสวนนายอุ่ม ทำให้ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายอุ่มได้ขับรถตู้ของวัดออกมาข้างนอก

จึงได้บังเอิญเจอกับผู้ตาย ที่กำลังนั่งอยู่กับสามีใหม่ภายในรถยนต์กระบะ เมื่อตนเห็นจึงเกิดบันดาลโทสะ ขับรถตู้พุ่งชนรถยนต์กระบะคันดังกล่าวจนยุบ และนำมีดที่เตรียมมาด้วย พุ่งตรงจะเข้าไปทำร้ายสามีใหม่ของผู้ตาย แต่สามีใหม่ของผู้ตายวิ่งหนีไปได้ จึงถือมีดวิ่งไล่ฟันผู้ตายแทน โดยฟันไปที่กลางหลัง 1 ที และตนได้ฟันไปอีกครั้งจนผู้ตายล้มลง

จึงได้ขึ้นคร่อมร่างของผู้ตายแล้วกระหน่ำฟันอย่างไม่ยั้งมือ จนแน่ใจว่าผู้ตายได้เสียชีวิตแล้ว หลังจากนั้น ตนจึงเดินเข้าไปบอกกับญาติว่า ได้ฆ่าผู้หญิงแล้ว และนายอุ่มยังได้อ้างกับพนักงานสอบสวนว่า ทำไปเพราะแค้นที่จะถูกผู้หญิงข่มขู่ว่าจะแฉเรื่องที่ตนมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับผู้หญิง

และจะแฉเรื่องลูกในครรภ์ หากไม่นำเงินมาให้ ทั้งที่ตัวผู้หญิงเองก็มีสามีใหม่แล้ว ซึ่งในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพกพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

ซึ่งทางด้านพี่ชายของนายอุ่ม ได้ออกมาเปิดเผยว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุนายอุ่มเคยมาบอกกับตนว่า หากนายอุ่มไม่ได้ฆ่าผู้หญิงคนนี้ จะขอผูกคอตาย พี่ชายนายอุ่มจึงคาดว่า นายอุ่มและผู้ตายน่าจะมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งตั้งแต่ 2-3 ปีที่ผ่านมา ในช่วงหลังผู้ตายได้มาขอเลิกกับนายอุ่ม นายอุ่มก็ยินยอม

แต่ผู้ตายกลับไม่ยอมเลิกทั้งที่ผู้ตายก็มีสามีใหม่แล้ว และยังคงมาขอเงินจากนายอุ่มอยู่หลายครั้ง ทั้งที่ผู้ตายก็ได้ทองคำหนัก 1 บาทและบัตรเอทีเอ็มจากพระอุ่มไปแล้ว ทั้งที่ ล่าสุดผู้ตายได้มาขู่ว่าถ้าผู้ตายไม่ได้เงิน จะแฉว่าลูกในครรภ์ของผู้ตายเป็นลูกของนายอุ่ม เมื่อนายอุ่มไม่ให้ ผู้ตายจึงด่าลามปามไปถึงแม่ของนายอุ่ม ทำให้นายอุ่มบันดาลโทสะก่อเหตุน่าสลดดังกล่าว 

ข่าวดังกล่าวถือว่าเป็นเหตุอุกฉกรรจ์ น่าสะเทือนใจและน่าสลดใจมาก เมื่อชายในผ้าเหลืองก่อเหตุฆ่าหญิงตายทั้งกลม เกินกว่าคำว่าโหดร้ายไปแล้ว ในเมื่อเจ้าอาวาสที่เป็นผู้ทรงศีล อยู่ในศีลอยู่ในธรรมกลับเป็นผู้สร้างบาปอย่างมหันต์ ก่อเหตุฆาตกรรมหญิงตั้งครรภ์ได้อย่างเลือดเย็น ทำให้สองชีวิตต้องสูญเสียไปอย่างไม่มีวันกลับ หวังเพียงอย่างเดียวว่าผู้กระทำความผิดจะสำนึกและได้รับโทษในสิ่งที่ตนเองได้กระทำลงไป

 

 

ขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนโดย    www.ufabet.com ลูกค้าลองเข้าผ่านลิ้งนี้นะค่ะ

เคอร์ฟิว ดีหรือไม่ 

เมื่อเรานั้นเป็นที่รู้ดีอยู่แล้วว่าบ้านเมืองของเราเกิดการมีโรคระบาด   เพราะว่าด้วยเรื่องของโรคโควิดนั่นเอง การที่เรานั้นต้องปิดประเทศนั้นเป็นเรื่องที่เราคิดว่าเป็นเรื่องที่เพราะว่าการที่เราจะได้เชื้อนั้นมาจาการที่เราเปิดประเทศนั่นเองการที่เราปิดนั้นเพื่อที่จะไม่ให้คนที่เข้านั้นออกหรือว่าห้ามที่จะออกไปไหนนั้นเป็นเรื่องที่ดี

เพราะว่าเรานั้นจะได้ควบคุมเรื่องการที่เราจะงดเชื้อเพราะว่าจะได้ไม่แพร่กระจายนั่นเอง  การที่เราสามารถที่จะงดเชื้อได้เป็นที่ดีเพราะว่าประเทศไทยจะได้ควบคุมเรื่องการแพร่เชื้อ  และประเทศของเราจะได้ไม่มีคนตายนั่นเอง  แต่ว่าอย่างไรนั้นเราก็ต้องมาฟังนายกของเรานั้นพูดว่าจะเอาแนวทางแบบไหน กันที่จะทำให้บ้านเมืองของเรานั้นไม่เป็นโรคระบาดกัน  

       และทางนายกของเราได้มีการประกาศว่าให้มาตาการ เคอร์ฟิว  เพื่อที่จะไม่ให้ประชนนั้นออกไปไหน หรือว่าแพร่เชื้อได้โดยเป็นเป็นการเปิดเคอร์ฟิวตั้งแต่สี่ทุ่มถึงตีสี่นั่นเอง  เพราะว่าจะทำให้ประชานของเราไม่ออกไปแพร่เชื้อกระจายของโรค  แต่ว่าเป็นอย่างไรเราก็มาดูกัน  

     เมื่อทางนายกนั้นได้ประกาศเคอร์ฟิวแล้วเราคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะว่าการที่ประกาศเคอร์ฟิวนั้นเป็นการที่เราไม่ให้ผู้คนนั้นไปที่ไหน ให้ไปทำงานและรีบกลับบ้านเพราะว่าเมื่อประกาศเคอร์ฟิวจะไม่สามารถที่จะออกมาข้างนอกได้ต้องอยู่แต่ในบ้าน และเมื่อออกมาข้างนอกนั้นเราจะโดนปรับตามมาตรา เพราะว่าการที่เราโดยปรับนั้นจะทำให้มีราคาที่แพง ดีไม่ดีนั้นอาจจะทั้งโดนปรับและจำคุกก็ได้เหมือนกัน  

      แต่เรานั้นต้องยอมรับว่าเมื่อทางนายกนั้นได้ประกาศเรื่องเคอร์ฟิวเป็นที่หน้าพอใจเพราะว่าการแพร่ระบาดที่บ้านเราสามารถลดน้อยลง  และการติดเชื้อนั้นก็ไม่เจอ  ว่าง่ายเป็นเรื่องที่ดี  แต่ว่าส่วนคนที่เป็นนั้นต้องอยู่รักษาจนหา  และก็ไม่มีรายงานว่าประเทศไทยมีคนที่ติดเชื้อจากโรควิดเพิ่มขึ้น  

       จากที่เรื่องที่ดีแล้วคราวนี้ก็จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการค้าขายเพราะว่าบ้านเราไม่สามารถที่จะค้าขายได้ แต่ว่าเราได้ยินข่าวว่าจะมีการปลดล๊อค นั้นจะเป็นในทางใด เพราะว่าการที่เราสามารถที่จะปลดล็อก ได้นั้นเป็นเรื่องที่พ่อค้าแม่ค้าจะได้กลับมาขายของทำงานกัน เพราะว่าในช่วงที่มีการแพร่ระบาดนั้นทางพ่อค้าแม่ค้านั้นก็ไม่ได้ขายของกันเลย

  เพราะว่าทำให้ขาดรายได้  เมื่อเราสามารถที่จะปลดล็อกได้เป็นเรื่องที่ดีอย่างมาก  เพื่อที่จะได้ให้ประชาชนสามารถที่จะกลับมาใช้ชีวิตอย่างเดิม  แต่ว่าเรานั้นก็ควรที่จะเฝ้าระวังด้วยเพราะว่าสามารถที่จะติดเชื้อได้อีก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  คาสิโน ปอยเปต

แม่ค้าขายมะม่วงลูกละ50บาท

เป็นเรื่องดังในโลกโซเชียลขณะนี้เรื่องที่แม่ค้าคนหนึ่งได้ขายมะม่วงและผลไม้ต่างๆในตอนแรกคนที่ถูกหลอกนั้นเห็นว่าตรงร้านนั้นได้ติดป้ายไว้ว่ามะม่วง 1 ลูกเหรอ 1 ถุงราคา 20 บาท

คนที่ถูกหลอกจะได้เดินเข้าไปหาแม่ค้าและขอซื้อมะม่วง 1 ถุงพร้อมกับใส่พริกเกลือ แต่พอจะรับถุงแม่ค้าก็บอกว่า 50 บาทแล้วก็บอกว่าจะ 50 บาทได้ยังไงในเมื่อป้ายนี้อยากได้ว่าถุงละ 20 บาทแม่ค้าบอกว่าถ้าเกิดว่ามะม่วงที่ซื้อนั้นเป็นมะม่วงที่ผลเล็กจะคิดราคาเพียงแค่ 20 บาทเท่านั้นแต่มะม่วงผลที่ใส่ให้ในถุงของลูกค้าที่ตกเป็นเหยื่อนี้นั้นมะม่วงผลใหญ่แม่ค้าจึงคิดราคา 50 บาทมะม่วงราคา 30 บาท

และพริกกับเกลืออีก 20 บาทรวมกันเป็น 50 บาทหลังจากนั้นลูกค้าจะได้บอกว่าถ้างั้นไม่เอาแล้วเพราะราคาไม่ตรงปกหลังจากนั้นแม่ค้าก็บอกว่าไม่ได้ยังไงก็ต้องจ่ายราคา 50 บาทเนื่องจากได้ทำการปอกมะม่วงเรียบร้อยแล้วดังนั้นทางลูกค้าก็ต้องจ่าย ทางลูกค้าจนต้องจำใจจะต้องจ่ายแต่หลังจากที่เธอกลับบ้านไปเธอได้ไปโพสเรื่องราวที่เธอได้พบในวันนี้หลังจากที่เรื่องราวของแม่ค้าที่ขายมะม่วงลูกละ 50 บาท

นั้นถูกแชร์ออกไปในโลกโซเชียลวันต่อมาเมื่อทีมนักข่าวได้ไปที่นั่นเพื่อที่จะถามและสัมภาษณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้นก็ได้พบว่าแม่ค้าคนนั้นได้หนีไปขายที่อื่นแล้วแต่ทางนักข่าวก็ไม่ยอมแพ้และได้ไปถามกับวินมอเตอร์ไซค์แถวๆนั้นได้เรื่องมาว่า ตัวเองก็โดนเหมือนกันคือจะมีผู้ชายกับผู้หญิง 2 คน ขายผลไม้ผ่านมาแถวนี้ทุกๆวันหลังจากนั้นมีอยู่วันนึงวินมอเตอร์ไซค์จิ๋วนึงได้ไปซื้อมะม่วงกับคนขายผลไม้

เพราะเห็นว่ามะม่วงน้ำปลาหวานราคาแค่ 20 บาทจึงได้ไปซื้อแต่เมื่อไปซื้อแม่ค้าดันบอกว่าราคา 50 บาททางวินมอเตอร์ไซค์บอกว่าจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อป้ายก็ชี้ๆอยู่ว่าราคา 20 บาทหาแม่ค้าก็บอกว่าตนได้คิดราคามะม่วง 30 บาทเนื่องจากมะม่วงผลใหญ่มากเพราะถ้าคนเล็กก็จะคิดราคาแค่ 20 บาทแต่มีผลใหญ่จึงคิดราคา 30 บาท

คิดค่าน้ำปลาหวานอีก 20 บาทรวมๆเป็น 50 บาทหลังจากนั้นวินก็บอกว่าไม่ซื้อยกเลิกแม่ค้าก็บอกว่าซื้อต้องจ่ายเพราะว่าตนได้ปอกเปลือกมะม่วงไปเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นวินมอเตอร์ไซค์ก็จำเป็นที่จะต้องทำใจจ่ายเงินให้กับแม่ค้าอ้อนก็ได้เสียความรู้สึกมากแล้ว

ก็ไม่เคยซื้อของจากร้านนั้นอีกเลยแต่ต้นก็ไม่ได้โพสต์ใน Facebook เหมือนกับที่ลูกค้าคนนี้ทำแต่ก็ต้องขอบคุณลูกค้าคนนี้ที่ไปโพสต์เรื่องราวให้ทุกคนได้รู้อย่างนั้นทุกคนก็จะได้รู้ว่าเดี๋ยวนี้คนหลายคนก็เริ่มมาหลอกคนด้วยกันเองแล้ว 

 

ขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนโดย    ทดลองเล่นบาคาร่า

หนุ่มส่งข้าวเดือดร้อน

หนุ่มขับรถส่งข้าวกล่องโอด  สั่งซื้อข้าวร้านโคตรไกลแต่ให้เวลาส่งไม่ถึงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายยกเลิกรายการที่สั่ง ถามยังนี้ใครรับผิดชอบ

            จากกรณีที่มีการแชร์ข้อความของหนุ่มขับรถส่งอาหารของบริษัทรับส่งของดังบริษัทหนึ่ง โดยระบุว่าตนเองขับรถอยู่แถวเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ลูกค้าอยู่แถวบางใหญ่โทรมาสั่งข้าวกล่องร้านอาหารแถวข้าวสาร ซึ่งคนกรุงเทพจะรู้ดีอยู่แล้วว่าถนนเส้นนั้นรถติดมากมาย ซึ่งพนักงานก็รับรายการและรีบขี่รถจักรยานยนต์มาซื้อให้ ซึ่งลูกค้าก็สั่งในปริมาณหลายกล่องและยังบอกให้ขอน้ำจิ้มเพิ่มอีกด้วย

แต่หลังจากที่สั่งไม่นาน คนที่สั่งก็ไลน์กลับมาหาพนักงานส่งข้าวว่าหากเกิน 20.00 น. แล้วยังมาไม่ถึงก็ไม่ต้องเอาข้าวมาส่งเพระจะไม่อยู่รอรับ ต้องออกไปทำงาน ซึ่งเวลาที่ลูกค้าคนดังกล่าวสั่งคือเวลา 19.39 ซึ่งไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลยที่จะสามารถซื้อข้าวหลายกล่องแล้วไปส่งจากข้าวสารไปบางใหญ่ทันไม่ในเวลาไม่กี่นาที

เพราะนอกจากพนักงานจะต้องฝ่ารถติดแล้วยังต้องรอคิวร้านทำข้างกล่องอีกหลายกล่องซึ่งก็ใช้เวลานานหลายนาทีอยู่แล้ว และกว่าจะฝ่ารถติดจากข้าวสารไปบางใหญ่อีกอย่างน้อยๆคงใช้เวลาเป็นชั่วโมงแต่ลูกค้ารายนี้กลับให้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะทำได้ทัน ซึ่งเมื่อเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ พนักงานส่งอาหารก็ต้องจ่ายเงินเอง เมื่อมีการแชร์ข้อความนี้ออกไป

คนในสังคมโซเชียวก็พากันรุมด่าคนทีสั่งอาหารเพราะทุกคนที่ได้อ่านข้อความต่างก็มั่นใจว่าคนที่สั่งอาหารนี้ไม่ได้ต้องการจะกินข้าวจริงๆแต่ต้องการที่จะแกล้งพนักงานส่งข้าวเท่านั้น เพราะทุกคนต่างก็รู้กันดีว่าระยะทางไกลขนาดนั้นไม่สามารถเดินทางได้ทันตามที่ลูกค้าต้องการได้อยู่แล้ว

และต่างก็พากันสงสารพนักงานรวมถึงมาโพสต์ข้อความให้กำลังใจพนักงานกันอย่างล้นหลาม และต่อมาพนักงานคนเดิมก็ออกมาโพสต์เพิ่มว่า อาหารที่สั่งมาแล้วลูกค้าไม่เอานั้น เขาได้นำไปให้กับคนเร่ร่อนกินหมดแล้ว  เพื่อเป็นการทำบุญไปในตัวดีกว่านำเข้าไปทิ้งเพราะเอามากินเองก็กินไม่หมดตั้งหลายกล่องจึงนำมาทำบุญดีกว่า ส่วนใครที่พยายามหาข้อมูลของลูกค้าคนดังกล่าวก็ขอร้องว่าไม่ต้องหาข้อมูลมาแชร์ เพราะเรื่องก็ผ่านไปแล้ว

            ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ ทางบริษัทรับส่งของควรมีมาตรการที่ดีกว่านี้เพื่อไม่ให้พนักงานที่ทำงานต้องมาเดือดร้อนเพราะเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้มีครั้งแรกบางคนหาลูกค้าไม่เจอทำให้ต้องเสียเงินซื้อของมาให้ลูกค้าฟรีๆ หวังว่านี่จะเป็นบทเรียนให้บริษัทส่งของนำไปปรับปรุงการให้บริการ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ufabet

คนไข้ปกปิดข้อมูลความเสี่ยงโควิด-19

คนไข้ปกปิดข้อมูลความเสี่ยงโควิด-19 รักษาเสร็จสุดท้ายสารภาพ หมอเดือดร้อนต้องกักตัว 14 วัน

    มีเรื่องเล่าจากคุณหมอที่จะนำมาเล่าให้ประชาชนทุกคนได้ฟังและตระหนักความสำคัญเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างที่จะนำมาซึ่งความเสี่ยงในการที่จะติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ซึ่งคุณหมอท่านนี้อัณฑะทําหน้าที่เป็นหมอฟันไม่ได้มีผลอะไรกับการรักษาเชื้อไวรัสโควิด-19เลย  แต่ท่านต้องมาเสี่ยงต้องถูกกักตนเองอยู่แต่ในบริเวณบ้านนั่นก็เพราะว่าผู้ป่วยไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลอันเป็นจริงเหตุการณ์ในครั้งนี้คุณหมอฟันท่านนี้ได้เล่าให้ฟังว่า

ไม่ใช่คนหนึ่งมีอาชีพขับรถแท็กซี่ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลด้วยอาการปวดเมื่อยตัวและปวดหัวและปวดฟันโดยใช้ขับแท็กซี่ยืนยันต้องการขอพบแพทย์ที่รักษาฟันเพราะต้องการถอนฟันเบื้องต้นพยาบาลได้มีการซักประวัติว่ามีเคยไปในจุดที่มีความเสี่ยงในการที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือเคยรับผู้โดยสารแถวสนามมวยลุมพินี

หรือไม่ซึ่งแท็กซี่คนดังกล่าวได้มีการปฏิเสธตลอดพร้อมกับยืนยันว่ามีการสวมใส่หน้ากากอนามัยเป็นอย่างดีขนาดที่มีการขับรถแท็กซี่พยาบาลจึงได้ส่งตัวไปพบกับทันตแพทย์เนื่องจากเห็นว่าคนขับรถแท็กซี่มีอาการฟันเป็นน้ำหนองจำเป็นจะต้องถอนฟันให้ด่วนและสาเหตุที่เป็นไข้และปวดเมื่อยตัวปวดหัวนั้นน่าจะมาจากการที่ปวดฟันนั่นเองเมื่อทันตแพทย์ได้รับตัวคนขับรถแท็กซี่มาตรวจก็มีการซักประวัติอีกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงในการที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19โดยทางแท็กซี่เองก็ยืนยันคำตอบเดิมก็ไม่เคยไปในจุดเสี่ยง

มาก่อนทางทันตแพทย์จึงได้ลงมือทำการถอนฟันให้เนื่องจากเป็นเคสเร่งด่วนเพราะตอนนี้ฟันมีหนองแล้วแต่หลังจากที่คุณหมอได้มีการถอนฟันให้กับแท็กซี่เรียบร้อยแล้วนั้น  แท็กซี่กลับมาสารภาพให้ฟังว่าเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมเขาเพิ่งรับผู้โดยสารตากสนามมวยลุมพินีมาซึ่งทางรัฐบาลได้มีการประกาศหาตัวคนขับแท็กซี่ที่ไปรับลูกค้าแถวสนามมวยลุมพินีไปตรวจสอบ

โดยเพื่อนของเขาถูกกักตัวอยู่บ้านกันหมดยกเว้นเขาคนเดียวที่ไม่ได้ถูกกัดตัวหลังจากนั้นเขาก็ยังคงทำงานขับรถแท็กซี่โดยไม่ได้หยุดพักจนมีอาการปวดฟันจึงมาหาหมอแต่ก่อนที่จะมาเขารู้สึกว่าเขาปวดเมื่อยเนื้อตัวและเป็นไข้เมื่อคุณหมอจะได้ทราบเรื่องก็พาส่งตัวไปตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19ทันทีและไม่นานผลตรวจก็ออกมาพบว่าแท็กซี่คนดังกล่าวติดเชื้อไวรัสโควิด-19ซึ่งเป็นเหตุให้คุณหมอและพยาบาลที่ได้สัมผัสกับแท็กซี่รายนี้ถูกสั่งกักตัวให้อยู่แต่บ้านทันทีเป็นระยะเวลา 14 วันรวมถึงจะต้องมีการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าหากแท็กซี่คนดังกล่าวไม่เห็นแก่ตัวเองเราข้อมูลที่เป็นจริงให้กับทางหมอและพยาบาลได้รับทราบแต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบุคลากรทางการแพทย์ที่ควรจะได้ดูแลผู้ป่วยรายอื่นก็ต้องถูกกักตัวอยู่แต่ที่บ้านเพราะเป็นความเสี่ยงมากเกินไปที่จะปล่อยให้มารักษาคนไข้คนอื่นๆ

ซึ่งนี่ถือว่าเป็นอุทาหรณ์สำหรับประชาชนทุกคนที่ควรจะรู้เอาไว้ว่าไม่ควรมีการปกปิดข้อมูลเราไปในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงมาเพื่อจะได้ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนโดยเฉพาะหมอและพยาบาลที่ต้องมีหน้าที่ดูแลคนไข้คนอื่นๆอีกมากมาย 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet

เด็ก 4 เดือนเสียชีวิตจากสาเหตุกะโหลกยุบ 

    มีเหตุการณ์เศร้าสลดเกิดขึ้นกับครอบครัวครอบครัวหนึ่งซึ่งได้มีการแชร์ภาพการฝังศพของหลานอายุเพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้นซึ่งในการในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ผู้สื่อข่าวได้ลงไปสอบถามแม่ของเด็กที่อยู่ในจังหวัดสระบุรีให้การว่าตัวเองมีอาชีพค้าขายไม่สะดวกที่จะต้องดูแลลูกและสามีก็ต้องคอยช่วยงานพร้อมทั้งสามียังต้องคอยดูแลแม่ที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ทำให้ไม่มีเวลาดูแลลูกดังนั้นเธอจึงได้มีการประกาศลง Facebook

ตามหาคนที่จะรับเป็นพี่เลี้ยงเด็กโดยมีหญิงสาวคนหนึ่งทัก Facebook มาอ้างว่าตนเองอายุ 23 ปีและกำลังมีลูกเช่นเดียวกันสามารถรับเป็นพี่เลี้ยงเด็กได้โดยคิดค่าเลี้ยงเด็กเดือนละ 6,000 บาทซึ่งเธอได้ส่งเด็กไปอยู่กับพี่เลี้ยงคนดังกล่าวและในทุกๆวันเธอจะมีการโทรศัพท์รวมถึง Video Call ให้เห็นวาดรูปของเธอเป็นอยู่อย่างไรโดยเธอเริ่มส่งรูปให้ไปอยู่กับพี่เลี้ยงเด็กเมื่อประมาณต้นเดือนที่ผ่านมา

ซึ่งก่อนที่เธอจะนำรูปไปให้พี่เลี้ยงเด็กเลี้ยงนั้นเธอได้ไปดูสภาพความเป็นอยู่ของพี่เลี้ยงแล้วพบว่าเป็นบ้านที่มีการอยู่แบบมีสติสะอาดสะอ้านและที่สำคัญมีเด็กซึ่งพี่เลี้ยงเด็กอ้างว่าเป็นลูกของตนเองทำให้เธอวางใจนำลูกมาให้พี่เลี้ยงเด็กคนดังกล่าวเลี้ยงแต่ต่อมาพอประมาณวันที่ 13 เดือนมีนาคมพี่เลี้ยงเด็กก็โทรมาบอกว่าเด็กไม่สบายต้องการขอเงินพาเด็กไปหาหมอถึงจะโอนเงินให้พี่เลี้ยงเด็กเป็นเงิน 500บาท หลังจากนั้นประมาณวันที่ 22 สามีของเธอจึงได้ไปเยี่ยมลูกที่บ้านของพี่เลี้ยงเด็กคนดังกล่าว

ซึ่งสามีได้กลับมาเล่าให้เธอฟังว่าสภาพของลูกมีอาการตัวผอมเล็กมากและลูกก็มีอาการเหม่อลอยดูไม่ค่อยตอบสนองราคาเท่าไหร่หลังจากนั้นเธอจึงได้เดินทางไปดูลูกอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 26 มีนาคมซึ่งระหว่างที่เธอเดินทางไปนั้นแฟนของพี่เลี้ยงเด็กได้โทรมาบอกเธอว่าไม่ต้องให้มาที่บ้านแต่ให้ไปเจอกันที่โรงพยาบาลเลยเพราะว่าเด็กไม่สบายและไม่หายใจทุกคนกำลังพาเด็กไปหาหมอที่โรงพยาบาลเธอจึงได้ตามพวกพี่เลี้ยงเด็กไปที่โรงพยาบาลและเมื่อไปถึงคุณหมอก็บอกว่าลูกชายของเธอไม่หายใจแล้วซึ่งตัวพี่เลี้ยงเด็กและสามีได้บอกว่าที่เด็กไม่หายใจนั้นน่าจะเกิดจากเด็กสำลักข้าว

เพราะหลังจากเด็กสำลักข้าวพวกเขาก็พาเด็กมาหาหมอทันทีแต่เธอได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลทำการตรวจชันสูตรพลิกศพให้ซึ่งพระคุณหมอยืนยันออกมาแล้วว่าเด็กขาดอากาศหายใจจริงแต่ที่ศีรษะของเด็กมีร่องรอยการยุบลงไปเหมือนกับว่ามีของแข็งมากระแทกที่หัวของเด็กเมื่อตนเองทราบเรื่องจึงได้แจ้งความที่สถานีตำรวจ

เพื่อให้ดำเนินคดีกับพี่เลี้ยงเด็กและสามีทันทีหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำจึงทำให้รู้ว่าพี่เลี้ยงเด็กได้แกว่งเปลของเด็กแรงเกินไปจนทำให้เด็กหล่นจากเปลแล้วหัวกระแทกพื้นจึงเป็นเหตุให้หัวสมองของเด็กยุบลงไปแต่ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อจึงต้องรอหาหลักฐานและผลการพิสูจน์ต่อไปเพื่อที่จะได้นำที่เลี้ยงเด็กมาดำเนินคดีให้ได้ 

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   ทางเข้าufabet168

ตำรวจอ้างจับแรงงานต่างด้าว

ตำรวจอ้างจับแรงงานต่างด้าว เรียกเงินจากแม่ค้าพอไม่มีให้ขอยำปูม้าแทน

    จากกรณีที่โลกออนไลน์กำลังเผยแพร่คลิปวิดีโอซึ่งเป็นการแชร์จากทางแม่ค้าที่เปิดร้านขายปูม้าร้านนึงชื่อร้านยำแซ่บซี๊ด โดยแม่ค้าคนดังกล่าวชื่อว่าเจ๊หวาน จะได้ออกมาโพสต์และเล่าเรื่องราวว่าเธอเปิดร้านขายยำปูม้าอยู่ซึ่งมีลูกน้องเป็นแรงงานชาวต่างด้าวอยู่ 2 คนโดยยืนยันว่าลูกน้องทั้งสองคนของเธอมีการลงทะเบียนต่างด้าวอย่างถูกต้องตามกฎหมายแต่อยู่มาวันหนึ่งก็มีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นายขับรถระบุเป็นรถของทางราชการก็มาขอตรวจเอกสารแรงงานต่างด้าว

ซึ่งเธอได้บอกว่าขอเวลาเพียงแค่ 10 นาทีเธอจะไปนำเอกสารดังกล่าวมาให้แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองคนไม่ยอมพร้อมทั้งจะเอากุญแจมือมาจับพนักงานต่างด้าวของเธอทำให้เธอเกิดความรู้สึกไม่พอใจโดยเธอบอกว่ามีการต่อเอกสารเรียบร้อยแล้วแต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ยอมรับฟังอีกทั้งยังขอยำมะม่วงใส่ปูม้าอีก 2 ตัวทำให้เธอรู้สึกว่านี่คือการรีดไถเธอจึงได้มีการนำคลิปนี้

มาโพสต์เธอเป็นการประจานเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รังแกประชาชนด้วยเธอยังเล่าให้นักข่าวฟังด้วยว่าก่อนหน้านี้เพื่อนของเธอเองที่ขายขนมครกก็ถูกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาขอตรวจใบอนุญาตรับแรงงานต่างด้าวเหมือนกันซึ่งเธอไม่แน่ใจว่าเพื่อนเธอมีหรือไม่แต่เพื่อนเธอเสียเงินให้กับตำรวจไปทั้งสิ้นแสนกว่าบาท

ทำให้เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินลงมาเพื่อขอเอกสารตรวจสอบแรงงานต่างด้าวเธอจึงรีบทำการถ่ายคลิปวีดีโอไว้เป็นหลักฐานบัญชีและเธอมั่นใจว่าข้อมูลของเธอถูกต้องเพิ่มเอกสารครบถ้วนเมื่อ ยืนยันจะแสดงหลักฐานแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมดูทำให้เธอโมโหมากเพราะรู้เลยว่ากำลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการรีดไถเงินแน่นอนแถมยังจะมาเอาของในร้านเธอไปอีก

ซึ่งเธอบอกว่าปัจจุบันนี้ขายของก็ขายไม่ค่อยดีอยู่แล้วยังจะมาถูกรีดไถเงินอีกทำให้เธอโมโหเป็นอย่างมากและเมื่อทางแม่ค้ายืนยันไม่ยอมให้และมีการซักฟอกเกี่ยวกับสน.ที่ทำงานอยู่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายก็พากันเดินทางกลับ  หลังจากที่มีการเผยแพร่คลิปนี้ออกไปนักข่าวได้ลงไปสอบถามกับผู้กำกับของสนห้วยขวาง

ซึ่งเป็นสน.ในท้องที่เกิดเหตุโดยทางผู้กำกับได้มีการชี้แจงว่าได้เห็นคลิปแล้วพบว่าชายทั้งสองคนไม่ใช่ลูกน้องในสังกัดโดยไม่ใช่ตำรวจของสนห้วยขวางซึ่งในคลิปจะเห็นว่าทั้งสองคนมีการระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ 191 ดังนั้นตรงนี้ต้องให้ทางตำรวจของ 191 เป็นผู้รับผิดชอบทำการตรวจสอบว่าเป็นลูกน้องของตนเองจริงหรือไม่หรือเป็นการแอบอ้างจากพวกวิชาชีพเพื่อต้องการที่จะมารีดไถเงินของประชาชนแต่สำหรับสนห้วยขวางนั้นยืนยันได้ว่าทั้งสองคนที่อยู่ในคลิปไม่ได้เป็นตำรวจในสังกัดของตนเองแน่นอน 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sa gaming เครดิต ฟรี