Author: adminone

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ถูกนักศึกษาประท้วงขอลดค่าเทอม

สถานการณ์โควิด-19 ทำพิษส่งผลให้ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ถูกนักศึกษาประท้วงขอลดค่าเทอม

             ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มีกลุ่มนักศึกษาออกมารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้ทางมหาวิทยาลัยช่วยลดค่าเทอม  30% เพื่อเป็นการเยียวยานักศึกษาที่ได้รับผลกระทบกับโควิด-19 โดยมองว่าทางมหาวิทยาลัยได้กำไรจากการศึกษาปีที่แล้วมากถึงสองพันล้าน บาทจึงอยากให้มหาวิทยาลัยนำเงินส่วนนั้นออกมาช่วยเหลือนักศึกษาซึ่งทางด้านอาจารย์ออกมาต่อว่าอธิการบดีถึงเรื่องที่มีการนำตำรวจมาข่มขู่นักศึกษาที่ออกมาเรียกร้องการขอลดค่าเทอมโดยอ้างการทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยไม่ยอมออกมาพูดคุยกับนักศึกษาด้วยดี  

มีรายงานออกมาจากกลุ่มเครือข่ายนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่และตัวแทนผู้ปกครองต่างก็ออกมาเรียกร้องให้มาหาวิทยาลัยช่วยเหลือนักศึกษาและผู้ปกครองในการลดค่าธรรมเนียมการศึกษาแบบเท่าเทียมกันทุกคนประมาณ 30% เนื่องจากในปัจจุบันทุกคนต่างก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งยังคงระบาดจนถึงณขนาดนี้โดยเมื่อวันที่ 24 เดือนเมษายนปีพศ 2563

กลุ่มเครือข่ายนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ออกมารวมตัวกันที่มหาวิทยาลัยเพื่อที่เรียกร้องให้ทางอธิการบดีช่วยพิจารณาการลดค่าธรรมเนียมการศึกษาให้กับนักศึกษาเนื่องจากเดิมมีการลด 10% แล้วแต่ยังไม่เพียงพอเพราะปัจจุบันทุกครอบครัวยังคงต้องประสบปัญหาเรื่องของการไม่มีเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายดังนั้นจึงอยากให้ทางมหาวิทยาลัยช่วยพิจารณาเพิ่มเป็นลด 30% 

ซึ่งทางกลุ่มตัวแทนผู้ปกครองก็ได้ออกมาพูดถึงเรื่องของสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันว่าขณะนี้ผู้ปกครองหลายคนกำลังประสบปัญหาเรื่องของรายได้ที่จะเข้ามาใช้จุนเจือครอบครัวการที่ทางมหาวิทยาลัยจะช่วยลดเรื่องของค่าเทอมโดยช่วยเหลือผู้ปกครองได้มากที่สุดเท่าที่มหาวิทยาลัยจะทำจะเป็นการแบ่งเบาภาระให้กับทางผู้ปกครองเป็นอย่างมากอีกทั้งผู้ปกครองทุกคนก็อยากจะรู้ถึงความชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องของการเรียนการสอนว่าจะไปในทิศทางไหนจะได้กลับมาเรียนในมหาวิทยาลัยหรือจะได้เรียนผ่านทางระบบออนไลน์คู่ครองส่วนใหญ่อยากทราบความชัดเจน

เพื่อจะได้จะได้เตรียมตัวได้ถูกสัญญาณนักศึกษาเองก็มองว่ายิ่งหากมีการเปิดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์มหาวิทยาลัยยิ่งควรจะลดค่าเทอมลงมาซึ่งการที่มหาวิทยาลัยบอกว่าค่ารถค่าเทอมจะทำให้ประสิทธิภาพในการเรียนลดลงนั้นไม่เป็นความจริงฟังแล้วไม่เห็นสมเหตุสมผลเลยเพราะที่จริงแล้วมีการไปตรวจเช็ครายได้ของมหาวิทยาลัยเมื่อปี 2562

พบว่าปีที่แล้วมหาวิทยาลัยได้กำไรจากการเรียนการสอนมาถึง 2.3 พันล้านบาทซึ่งในส่วนนั้นทางมหาวิทยาลัยสามารถนำมาช่วยเหลือนักศึกษาได้ซึ่งขณะที่ทางนักศึกษาเองได้รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องขอส่วนลดค่าเทอมนี้ ทางอธิการบดีก็ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาข่มขู่นักศึกษาว่าทำผิดพรก. ฉุกเฉินซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้หลังจากนั้นก็มีศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยออกมาต่อว่ามหาวิทยาลัยถึงเรื่องที่การเอาเจ้าหน้าที่ตำรวจมาข่มขู่นักศึกษา

โดนมองว่าอาจจะลดค่าเทอมหรือไม่ลดค่าเทอมก็ควรมาคุยกับนักศึกษาดีๆไม่ควรเอาตำรวจมาข่มขู่นักศึกษาแบบนี้เพราะตั้งแต่นักศึกษาเรียกร้องในการลดค่าเทอมมาเขาก็ยังไม่เห็นอธิการบดีลงมาคุยกับนักศึกษาเลย

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  UFABET เว็บตรง

ลูกทรพีหลอนยาคุ้มคลั่ง

ลูกทรพีหลอนยาคุ้มคลั่งทำร้ายแม่แถมเผาบ้านตัวเอง

        เหตุการณ์ที่มีลูกทรพีเกิดอาการหลอนยาแล้วมักจะชอบทำร้ายปีแม่ของตนเองเป็นประจำนั้นเกิดที่จังหวัดมหาสารคามซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่บ้านของนางสุทินโดยนางสุทินเล่าถึงเรื่องราวดังกล่าวว่าตนเองอยู่กับลูกชาย 2 คนลูกชายติดยาเสพติดซึ่งมักจะมีอาการหลอนยาเป็นประจำทุกวันและมักจะทำร้ายทุบตีนางสุทินอยู่บ่อยครั้งบางครั้งนายสุทินทนไม่ไหวก็จะหนีออกไปอยู่บ้านเพื่อนบ้าน

เมื่อลูกรู้ก็จะตามไปตีและลากตัวกลับมาที่บ้านบางครั้งก็เคยโดนตีจนหัวแตกจนต้องเย็บก็มีแต่ก็ไม่สามารถที่จะหนีรูปได้ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่าเป็นการรุนแรงที่สุดเนื่องจากลูกชายได้จุดไฟเผาบ้านตนเองเลยลูกนำเสื้อผ้าของนางสุทินออกมาเผาหมดรวมทั้งยังจุดไฟเผาบ้านตนเองจนไม่เหลือซากอะไรแล้วทั้งนี้นางสุธินยังกล่าวอีกว่าตนเอง

ขณะนี้ไม่ได้ทำงานจึงไม่มีเงินที่จะมาสร้างบ้านใหม่เพื่ออยู่อาศัยตอนนี้ก็อาศัยเพื่อนบ้านอยู่ไปพลางๆก่อนอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือเพราะยังอยากที่จะอยู่อาศัยที่บ้านหลังเดิมของตนเองนี้อยู่ส่วนลูกชายของนางสุทินนั้นหลังจากที่มีการเผาบ้านเสร็จก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมโดยเข้ารับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือเผาบ้านจริงซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มีการนำตัวของลูกชายของนางสุทินไปตรวจสอบหาสารเสพติดต่อไปและดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาทำลายทรัพย์สินที่อยู่อาศัยโดยนางสุทินเองก็ต้องการให้ลูกชายอยู่ในคุกไม่อยากให้ออกมาข้างนอก

เพราะเธอเองก็กลัวว่าหากลูกชายออกมาจากคุกเมื่อไหร่อาจจะมาฆ่าเธอก็ได้ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าเธอต้องถูกลูกชายทำร้ายตีเป็นประจำตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาซึ่งบางครั้งเธอรู้สึกเสียใจที่ลูกชายที่เธอเลี้ยงมาตั้งแต่เกิดมาทำร้ายเธอได้ลูกชายเธอบอกว่าถ้าได้ทำร้ายเธอเขาจะรู้สึกมีความสุข

           เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเพราะฤทธิ์ของยาเสพติดที่ทำให้ลูกชายคนหนึ่งถึงกับอกตัญญูทำร้ายแม่ของตนเองได้ลงคอแถมยังทำลายทรัพย์สินที่มีอยู่เพียงน้อยนิดทำให้ทั้งตัวเองและแม่ไม่มีที่อยู่อาศัยซึ่งที่จริงแล้วชื่อว่าทุกคนรู้ดีว่าการใช้สารเสพติดนั้นมีอันตรายต่อตัวเองอย่างไรบ้างและเมื่อใช้ในปริมาณมากๆจะมีอาการหลอนจากยาเสพติดอย่างไรแต่หลายคนก็ยังคิดจะลองใช้ยาเสพติดทั้งที่รู้ว่ามันไม่ดี

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sexybaccarat

ระวังการระบาดของโควิด-19

ระวังการระบาดของโควิด-19  เพราะคนไทยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นกำลังจะเดินทางกลับประเทศไทยอีกรอบ

           อย่างที่เราทราบกันดีว่าตอนนี้ปัญหาจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19ประเทศไทยนั้นยังสามารถควบคุมอยู่ได้ไม่ให้ลุกลามเป็นจำนวนมากโดยเฉลี่ยแล้วทุกวันนี้ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะมีเพิ่มขึ้นทุกวันแต่ก็เพิ่มขึ้นประมาณแค่เพียงวันละ 30 กว่าคนเท่านั้นซึ่งถือได้ว่าประเทศไทยยังอยู่ในสถานะที่ยังสามารถควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เป็นอย่างดีเพราะมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากนักหากเทียบกับประเทศอื่นๆทั้งแถบยุโรปและอเมริกา

แต่ด้วยความที่ประเทศไทยยังคงต้องมีการควบคุมไม่ให้เชื้อไวรัสโควิด-19  มีการแพร่ระบาดมากขึ้นไปกว่านี้ดังนั้นทางรัฐบาลจึงได้มีประกาศออกมาเป็น พ.ร.ก. ฉุกเฉินสั่งห้ามเที่ยวบินของต่างประเทศเดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยก่อนหน้านี้มีการทำการสั่งไปแล้ว 1 รอบซึ่งมีผลถึงเมื่อวันที่ประมาณ 15 เดือนเมษายนปีพศ 2563

ซึ่งหลังจากที่มีการประกาศออกมานั้นปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสจากบุคคลที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยถือได้ว่าลดจำนวนลงเป็นอย่างมากทำให้รัฐบาลเล็งเห็นว่าควรจะมีการขยายการเดินทางกลับประเทศไทยเพิ่มขึ้นจนถึงวันที่ 30 เมษายนปีพศ 2563 ดังนั้นเมื่อมีผลประกาศออกมาจำนวนคนที่อยู่ต่างประเทศและต้องการเดินทางกลับมาประเทศไทยจึงได้ออกมาเรียกร้องทางรัฐบาลให้มีความช่วยเหลือในการที่อยากจะกลับมาอยู่ในประเทศไทย

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือคนไทยในประเทศญี่ปุ่นที่ต่างก็ต้องการที่จะเดินทางกลับมาประเทศไทยไม่อยากอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงเวลานี้เนื่องจากที่ประเทศญี่ปุ่นเองก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 กันเป็นจำนวนมากเจอหลายคนมองว่าหากต้องติดเชื้อไวรัสและอาจจะต้องถึงแก่ความตายก็อยากจะกลับมาตายในบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง

ดังนั้นทางสถานทูตของกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่นได้มีการประสานงานกับสถานทูตของประเทศไทยอยากจะประสานงานให้คนไทยที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นเดินทางกลับมาประเทศไทยโดยในเพจ Facebook ของสถานทูตญี่ปุ่นได้มีการประกาศออกมาถึงคนไทยที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นว่าหากใครมีความประสงค์ที่จะเดินทางกลับมาประเทศไทยในช่วงเวลานี้ให้รีบทำการลงทะเบียนกรอกแบบฟอร์มให้ชัดเจนก่อนวันที่ 18 เมษายนนี้ซึ่งถ้าหากว่าหลังจากวันที่ 30 เมษายนไปแล้วจะไม่สามารถเดินทางกลับมาประเทศไทยได้จนกว่าประเทศไทย

จะเปิดให้มีการบินเข้าประเทศได้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหลังจากนี้ทางรัฐบาลเองคงต้องมีแนวทางมาตรการออกมารองรับกลุ่มคนไทยที่อยู่ในประเทศญี่ปุ่นจะเดินทางเข้ามาประเทศไทยอีกครั้งเพื่อเป็นการกรองผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาไม่ให้มาแพร่เชื้อให้กับคนไทยคนอื่นๆ

 

 

ได้รับการสนับสนุนเรื่องราวต่างๆโดย  สมัคร บาคาร่า ufabet

ยายถูกกดยกเลิกขอรับเงิน5000 บาทจากรัฐบาล

ยายถูกกดยกเลิกขอรับเงิน5000 บาทจากรัฐบาล โดยมองว่าหลานสาวเป็นคนกลั่นแกล้ง

               ยายถูกกดยกเลิกขอรับเงิน5000   เมื่อช่วงวันที่ 5 เดือนพฤษภาคม ปีพ.ศ. 2563   ผู้สื่อข่าวที่ประจำอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมาได้รับการร้องเรียนจากนาง สุดา อายุ 61 ปี ว่าตอนเองถูกหลานสาวกลั่นแกล้ง ด้วยการกดยกเลิกไม่ขอรับเงินเยียวยา 5000 บาทจากรัฐบาลที่มีการเปิดช่วยเหลือประชาชนด้วยการผ่านโครงการเราไม่ทิ้งกัน ซึ่งนาง สุดา ได้เล่าให้ฟังว่าปัจจุบันตัวเองอายุมากแล้ว และไม่ได้มีลูกและสามี  และที่สำคัญตัวเอง

อายุเยอะแล้วไม่สามารถลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาจากรัฐบาลได้เพราะทำไม่เป็น  นางสุดาจึงได้ไหว้วานให้หลานสาว อายุ ประมาณ 35 ปีเป็นคนกดส่งลงทะเบียนให้ โดยรับปากว่าหากได้เงินมาจะให้ 500 บาทค่ากดลงทะเบียน แต่เมื่อมีการลงทะเบียนไปแล้ว หลานสาวกลับมาขอเงินเพิ่มอีก 500 บาทกลายเป็น 1000 บาท

ทำให้นางสุดา ไม่ยอม ทำให้หลานสาวโกรธจึงได้ไปกดยกเลิกการลงทะเบียนการรับเงิน 5000 บาทเป็นผลทำให้นางสุดาไม่ได้รับเงินช่วยเหลือในครั้งนี้ ซึ่งนางสุดาบอกว่าเงินห้าพันบาทนั้นมีความหมายต่อตนเองมาก เพราะตอนนี้นางสุดา อายุเยอะแล้ว จึงไม่มีใครจ้างทำงาน ทุกวันนี้มีกินได้เพราะเงินช่วยเหลือคนชราภาพเท่านั้น ดังนั้นจึงมีการคาดหวังไว้สูงมากว่าเงินห้าพันบาทนั้นจะได้มาเพื่อเก็บไว้ซื้อกิน

เพราะตอนนี้เงินเบี้ยคนแก่ จำนวน 600 บาทที่ได้รับในแต่ละเดือนนั้นไม่ค่อยพอใจ โดยนางสุดายังฝากนักข่าวให้ประสานงานนำข้อความของตนเองส่งไปถึงหลานสาวด้วยว่า อย่าไปทำนิสัยแบบนี้กับใครเพราะไม่ดีและจะกลายเป็นบาปติดตัว ซึ่งหลังจากที่นักข่าวคุยกับนางสุดาเสร็จก็เดินทางไปพูดคุยกับหลานสาวของนางสุดาทันที 

โดยเธอก็ยอมให้สัมภาษณ์โดยดี ซึ่งเธอได้บอกว่า เธอเป็นคนลงทะเบียนห้าพันบาทให้กับนางสุดาจริง แต่หลังจากลงทะเบียนให้แล้วก็คืนมือถือให้กับนางสุดาเลยและไม่เคยนำมือถือขงนางสุดาไปกดยกเลิกแน่นอน ส่วนเรื่องเงิน ห้าร้อยบาทที่นางสุดาพูดถึงนั้นมีการตกลงเจรจากันจริงจริงซึ่งนางสุดาเป็นคนเสนอให้ โดยหลานสาวของนางสุดาบอกว่าตนเองไม่เคยเรียกร้องและตั้งใจเอาไว้ด้วยว่าจะไม่เอาเงินห้าร้อยบาทที่นางสุดาเสนอให้ด้วยซ้ำไป

ส่วนเรื่องที่นางสุดดาบอกว่า ตนเองนั้นจะขอเพิ่มเงินค่าลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาจากห้าร้อยบาทเป็นหนึ่งพันบาทนั้น ไม่เป็นความจริง ซึ่งหลานสาวของนางสุดา กล่าวว่าตนเองนั้นรู้สึกเสียความรู้สึกที่ป้าสุดามากล่าวหาตนเองเช่นนี้ ทั้งทั้งที่ตนเองไม่ได้เป็นคนกดสละสิทธิ์ให้กับป้าสุดาเลยด้วยซ้ำ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  aesexy

โชเชียลออกมาวิจารณ์ อดีตน้องร้องชื่อดัง กานดา ไลฟ์สดด่าลูกค้าขณะขายของ

กานดา ไลฟ์สดด่าลูกค้าขณะขายของ

          กานดา ไลฟ์สดด่าลูกค้าขณะขายของ     เป็นอีกเรื่องที่กำลังเป็นกระแสร้อนแรงอยู่ในขณะนี้เมื่อมีอดีตนักร้องชื่อดัง  อย่างกานดาได้ออกมาไลฟ์สดขายของขนาดเดียวกันนั้นเธอก็ได้มีการต่อว่าลูกค้าที่เข้ามาซื้อของเกี่ยวกับเรื่องของการสั่งซื้อสินค้าของเธอโดยมีคำพูดลักษณะประมาณเหมือนกับว่าหากลูกค้าไม่มีปัญญาซื้อซึ่งคนที่ได้ฟังขณะที่เธอไลฟ์สดนั้นต่างก็ไม่พอใจกันเป็นอย่างมากโดยมีเพจบางเพจได้มีการแคปข้อมูลช่วงที่เธอมีการไลฟ์สดออกไปลงแชร์ในโลกโซเชียลทำให้ยิ่งมีกระแสร้อนแรงเป็นคำพูดของเธอเป็นอย่างมาก

            ซึ่งหลังจากที่เธอรับทราบเรื่องของการใช้ข้อความที่เธอมีการไลฟ์สดออกไปเธอก็ได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเหตุที่มีการแชร์ข้อมูลของเธอออกไปโดยเธอให้เหตุผลกับทางนักข่าวและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าสิ่งที่บางเพจมีการนำข้อมูลของเธอออกไปประจานนั้นเป็นแค่ข้อความบางส่วนที่สร้างความเสื่อมเสียและความเสียหายให้กับเธอ

เนื่องจากว่าที่เธอได้มีการร้ายขายของนั้นเธอนำสินค้าที่เป็นสินค้าพื้นบ้านมาขายนั่นก็คือมะขามแช่อิ่มและในขณะที่เธอมีการขายนั้นก็มีลูกค้าบางคนที่มีการสั่งสินค้ากับเธอแล้วไม่ยอมโอนเงินกลับมาให้เธอซึ่งสินค้าเรานี้เธอต้องรับมาขายอีกต่อหนึ่งดังนั้นเมื่อลูกค้า cancel สินค้าของเธอทำให้เธอต้องเป็นคนรับผิดชอบจำนวนสินค้าต่อนั้น

ซึ่งเธอก็ต้องมานั่งกินมะขามแช่อิ่มเองทำให้เธอรู้สึกว่ากำลังถูกกลั่นแกล้งเพราะเงินลงทุนของเธอก็จะจมจากการที่ลูกค้าปฏิเสธที่จะรับสินค้าที่สั่งซื้อกับเธอแถมทางเพจก็ยังนำข้อมูลบางส่วนที่ไม่ครบถ้วนไปทำการโพสต์ลง Facebook เหมือนเป็นการประจานเธอทำให้มีประชาชนหลายคนที่ได้ดูแค่ในช่วงที่มีการด่าลูกค้าออกทางไลฟ์สดต่างเข้ามาต่อว่าเธอรวมถึงทำให้ยอดการขายของเธอลดลงด้วยซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความเสียหายให้กับเธอเป็นจำนวนมากเธอ

อยากฝากบอกกับทุกคนว่าการที่แม่ค้าไลฟ์ขายของนั้นทุกคนก็อยากจะได้ลูกค้าเข้ามาซื้อของเป็นจำนวนมากอยู่แล้วแต่บางครั้งคุณต้องฟังเหตุผลให้หมดก่อนว่าทำไมเขาถึงขายของด้วยคำพูดที่ไม่สุภาพกับลูกค้าบางคนซึ่งมันต้องมีสาเหตุอย่างแน่นอนและเหตุผลของเธอนั้นอย่างที่เธอได้บอกไปนั่นก็คือลูกค้าชอบสั่งของแล้วไม่ยอมจ่ายตังค์เธอจึงจำเป็นจะต้องมีการมาต่อว่าลูกค้า

เพื่อที่จะได้ไม่ให้คนอื่นทำเป็นเยี่ยงอย่างสำหรับกานดาบุญญาวงศ์เธอเคยเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงอย่างมากในอดีตปัจจุบันนี้เธอย้ายไปอยู่กับครอบครัวที่จังหวัดเพชรบูรณ์ซึ่งหลังจากที่มีการระบาดของไวรัสโคโรนาครอบครัวของเธอก็ประสบกับปัญหาเกี่ยวกับด้านการเงินเธอจึงจำเป็นต้องหาอาชีพเลี้ยงตนเองเป็นอาชีพเสริมด้วยการนำสินค้าพื้นบ้านมาขายอย่างเช่นมะขามแช่

 

สนับสนุนโดย  สมัครเว็บ ufabet

ผลตรวจชัดเจน  พ.ต.อ. ธีรุตม์เทวัญ ถูกฆาตกรรม ไม่ได้ฆ่าตัวเอง

   พ.ต.อ.ธีรุตม์เทวัญถูกฆาตกรรมไม่ได้ฆ่าตัวเอง    ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปชันสูตรพลิกศพ  พ.ต.อ. ธีรุตม์เทวัญผู้ก่อเหตุฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอภายในห้องพักแต่หลังจากที่เจ้าหน้าที่เดินทางไปพิสูจน์ศพกับพบพิรุธหลายอย่างทั้งในรูปแบบของศพที่แขวนคอไม่มีลักษณะของลิ้นจุกปากรวมถึงการมีการจุดธูป 1 ดอกไว้ตรงหน้าอ่างล้างหน้าซึ่งลักษณะแบบนี้ปกติแล้วจะเป็นลักษณะของการจุดธูปเพื่อสะกดวิญญาณและยังมีการพบข้อพิรุธอีกหลายอย่าง

เพราะโดยปกติแล้วบุคคลที่รู้จักกับ พ.ต.อ. ธีรุตม์เทวัญ ดีนั้นจะรู้ว่าท่านเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อารมณ์ดีและไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครที่สำคัญในตอนนี้นั้นอาชีพหน้าที่การงานของท่านกำลังเจริญรุ่งเรืองจึงไม่มีเหตุผลอันใดที่ท่านจะฆ่าตัวเองจนถึงแก่ความตายได้โดยชาวบ้านบริเวณที่พักอาศัยของท่านก็ยังให้ข้อมูลกับท่านว่าครั้งล่าสุดที่ชาวบ้านเห็นท่านนั้นท่านเดินลงมาทิ้งขยะ

พ.ต.อ.ธีรุตม์เทวัญถูกฆาตกรรมไม่ได้ฆ่าตัวเอง

ซึ่งท่านยังหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสไม่มีร่องรอยหน้าตาหมุนเศร้าของคนที่พร้อมที่จะฆ่าตัวตายเลยดังนั้นหลายคนจึงมองไปในทางเดียวกันว่าน่าจะเป็นการฆาตกรรมมากกว่า และหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการผ่าพิสูจน์ศพของ พ.ต.อ. ธีรุตม์เทวัญก็พบว่าที่บริเวณสมองของท่านมีอาการเลือดคั่งในสมองซึ่งเกิดจากการถูกต้องแข็งกระแทกและความรุนแรงของแข็งแบบนี้น่าจะส่งผลให้ร่างกายของ พ.ต.อ. ธีรุตม์เทวัญ สลบหรืออาจจะเป็นไปได้ถึงขนาดที่ว่าเสียชีวิตเลยก็ได้

มันเป็นไปไม่ได้ที่ศพจะมาแขวนคอตัวเองตาย  ตามร่างกายของ พ.ต.อ. ธีรุตม์เทวัญมีร่องรอยการถูกทำร้ายหลายที่ไม่ว่าจะเป็นบริเวณข้างหูรวมถึงที่สำคัญนั้นที่ครองไม่มีร่องรอยของการรัดของเชือกแต่อย่างใดซึ่งเป็นไปได้มากว่าผู้ร้ายได้มีการนำของแข็งมาตีจน พ.ต.อ. ธีรุตม์เทวัญตลกหรืออาจจะเสียชีวิตไปเลยก็ได้แล้วนำไปแขวนคออีกทีนึงซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังหาข้อมูลเพิ่มเติมและหลักฐานเพิ่มเติมว่ามีใครเข้ามาในสถานที่พักอาศัยของ พ.ต.อ. ธีรุตม์เทวัญก่อนที่จะถูกพบเป็นศพ

หรือไม่เนื่องจากว่าผู้ร้ายน่าจะรู้พื้นที่เป็นอย่างดีเพราะมีการปัดกล้องวงจรปิดทำให้ไม่สามารถเห็นช่วงนาทีที่คนร้ายเดินทางมาที่ห้องของ พ.ต.อ. ธีรุตม์เทวัญได้แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะพยายามสอบปากคำของผู้ที่อยู่อาศัยภายในตึกเพื่อให้ได้ข้อมูลมากที่สุดและหาตัวผู้ก่อเหตุในครั้งนี้มาลงโทษให้ได้

     การกระทำของคนร้ายในครั้งนี้ถือว่าคนข้างโอกาสเป็นอย่างมากเพราะผู้เสียชีวิตเป็นถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจยศระดับสูงและที่อยู่อาศัยก็ยังเป็นบริเวณที่มีตำรวจอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากแต่กลับพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงถูกฆาตกรรมในพื้นที่ที่มีตำรวจอาศัยอยู่เยอะและไม่มีใครรู้ด้วยว่าถูกฆาตกรรมตั้งแต่เมื่อไหร่แสดงให้เห็นว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนที่ใกล้ชิดกับ พ.ต.อ. ธีรุตม์เทวัญและสามารถเข้าออกห้องของ พ.ต.อ. ธีรุตม์เทวัญได้เป็นอย่างดี

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงฝากขั้นต่ำ100

ส่งสอบเร่งด่วนกรณีสารวัตรยักยอกเงินงานศพอรินทราชที่เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงที่่Terminal 21จำนวน 26 ศพ 

      สารวัตรยักยอกเงินงานศพอรินทราช   หากยังจำกันได้เมื่อหลายเดือนก่อนมีเหตุการณ์ยิงที่โคราชตรงบริเวณ Terminal 21 ซึ่งในครั้งนั้นมีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารรวมถึงประชาชนทั่วไปต่างได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตกันเป็นจำนวนมากซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นสร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับคนไทยทั้งประเทศเมื่อไม่นานมานี้มี Facebook ของอยากดังเดี๋ยวจัดให้ได้มีการออกมาเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของสารวัตรคนหนึ่ง

ซึ่งมีหน้าที่อยู่ในแผนกการจัดการการฌาปนกิจศพโดยจะดูแลเรื่องของค่าใช้จ่ายงานศพรวมถึงการจ่ายเงินค่าซื้อของที่จะไปช่วยเหลืองานศพไม่ว่าจะเป็นการสั่งดอกไม้ค่าอาหารค่าสังฆภัณฑ์หรือแม้แต่ค่าโรงศพของเหล่าทหารทั้งหลายซึ่งมีรายงานจากทางเพจนี้ว่ามีร้านค้าที่ได้รับการติดต่อจากสารวัตรรายนี้ให้นำดอกไม้โลงศพหรือแม้แต่เครื่องสังฆภัณฑ์ไปจัดงานให้กับพระราชดำเนิน 26 คนที่เสียชีวิตไปจากเหตุการณ์กราดยิงที่เทอร์มินอลทเวนตี้วัน

สารวัตรยักยอกเงินงานศพอรินทราช

แต่หลังจากที่มีการส่งสินค้าไปให้และมีการผ่านพ้นงานมาหลายเดือนแล้วทางสารวัตรคนดังกล่าวก็ไม่มาทำการติดต่อเคลียร์ยอดค่าใช้จ่ายสักทีและเมื่อมีการทวงถามออกไปทางสารวัตรก็ได้ให้เหตุผลว่าตนเองทำเงินจำนวนนั้นหายไปซึ่งตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามหาเงินดังกล่าวอยู่โดยทางกลุ่มพ่อค้าที่ได้รับผลกระทบตอนนี้มีทั้งสิ้น 3 ล้านด้วยกัน

ซึ่งได้มีการติดต่อแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจเรียบร้อยแล้วโดยเรื่องนี้พลตำรวจเอกกฤษณะได้มีการรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นและมีการส่งเรื่องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงว่ามีการกระทำดังกล่าวจริงหรือไม่ซึ่งถ้ามีความผิดจริงก็ถือว่าเป็นการทำผิดวินัยร้ายแรง

โดยอาจจะมีการตั้งข้อหาเป็นการยักยอกทรัพย์โดยจำนวนเงินที่มีการจัดงานให้กับกลุ่มอินทราชทั้ง 26 ศพนี้เป็นจำนวนมากถึงแสนกว่าบาทด้วยกันและหากเรื่องนี้เป็นความผิดของสารวัตรคนดังกล่าวจริงก็จะต้องโดนวินัยร้ายแรงเพื่อไม่ให้คนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง

           หากมีการตรวจสอบแล้วพบว่าสารวัตรดังกล่าวมีการยักยอกเงินหลวงเอาออกไปใช้ส่วนตัวจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจควรจะมีการจัดการขั้นเด็ดขาดกับทางสารวัตรคนดังกล่าวพร้อมทั้งควรจะหาแนวทางป้องกันสำหรับคนที่จะมาดูแลงบประมาณในจุดนี้ในอนาคตเพราะว่าเงินจำนวนมากเป็นสิ่งล่อตาล่อใจให้คนกระทำความผิดได้ยิ่งในช่วงนี้หลายคนมีปัญหาเรื่องเงินไม่พอใช้จ่ายไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป

หรือกลุ่มคนทำงานก็แล้วแต่ต่างก็พากันได้รับผลกระทบทั้งหมดอยู่แล้วเพราะฉะนั้นถ้าเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเรื่องจริงก็ควรจะนำมาเป็นบทเรียนเพื่อปรับปรุงการทำงานของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มีการรัดกุมมากกว่านี้

 

 

สนับสนุนโดย  ufabet

พ่อค้าร้านส้มตำปากหมา


พ่อค้าร้านส้มตำปากหมา

 

       พ่อค้าร้านส้มตำปากหมา กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันมากในโลกสังคมโซเชี่ยวเกี่ยวกับพ่อค้าส้มตำร้านดังร้านหนึ่งที่มีชื่อเสียงด้านความอร่อยและความปากหมาของพ่อค้าในจังหวัดเชียงใหม่ โดยร้านนี้จะมีจุดขายตรงพ่อค้าส้มตำที่ชอบพูดจากแซวลูกค้า แต่มักจะใช้คำพูดที่หยาบคาย ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้คนนิยมไปกินส้มตำร้านนี้มากจนมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ไม่นานมานี้มีหญิงสาวคนหนึ่งได้ไปซื้อส้มตำที่ร้านดังกล่าว

และเธอถูกพ่อค้าส้มตำแซวเธอเรื่องของหน้าตาที่ไม่สวยและยังว่าเธอโง่ ทำให้เธอไม่พอใจเป็นอย่างมาก เธอจึงมาโพสต์เล่าเรื่องราวดังกล่าวลงบนเฟสบุ๊กและบอกด้วยว่า เธอเข้าไปซื้อส้มตำในฐานะของลูกค้าเป็นคนนำเงินไปให้พ่อค้า ดังนั้นการด่าว่าลูกค้าด้วยคำพูดที่รุนแรงจึงเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง เธอยังบอกอีกว่าก่อนหน้าที่เธอจะไปซื้อส้มตำ

เธอพอจะรู้มาบ้างว่าร้านนี้พ่อค้าจะพูดจากับลูกค้าด้วยถ้อยคำหยาบคายซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของทางร้าน แต่การที่พ่อค้าเอาปมด้อยของคนอื่นมาวิพากษ์วิจารณ์และมาด่าว่าลูกค้าโง่เป็นการไม่สมควร  เธอยังบอกด้วยว่า หากพ่อค้าจะแซวลูกค้าเล่นนิดๆหน่อยๆ พูดด้วยหน้าตายิ้มแย้ม พอให้สนุกก็สามารถทำได้ แต่การที่พูดคำหยาบมากเกินไปก็ไม่สมควร

ซึ่งเธอยืนยันว่า ตอนนี้ไม่ได้ติดใจกับทางร้านแล้ว แต่คงไม่ไปซื้อส้มตำร้านนี้อีก เพราะเธอไม่ชอบร้านแนวนี้ ยังมีร้านอื่นที่ขายส้มตำรสชาติอร่อยและพูดจาดีมากมาย ซึ่งหลังจากที่โพสต์ของเธอออกมา มีหลายคนต่างเข้ามาเขียนแสดงความคิดเห็นและต่างก็เล่าประสบการณ์ที่เคยไปกินส้มตำร้านนี้ออกมามากมาย ซึ่งหลายคนไม่ชอบพฤติกรรมของพ่อค้าเช่นกัน

บางคนเขียนเล่าว่าพา พ่อแม่ไปทาน ยังไม่ทันได้หาที่นั่งก็โดนต่อว่าทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจที่พ่อค้าไม่สนใจว่ามีคนสูงอายุไปด้วย ยังคงพูดจากไม่ดีเธอจึงต้องพาพ่อแม่ไปกินร้านอื่น และมีการเขียนเพจร้องเรียนไปที่ร้าน แต่พ่อค้าก็เข้ามากด่าผ่านทางเพจ ซึ่งทำให้พวกเขาเหล่านั้นเข็ดไม่มาอุดหนุนส้มตำร้านนี้อีกเลย

             จากที่สังคมออกมาวิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก คงจะมีผลกระทบต่อยอดขายส้มตำของพ่อค้าไม่มากก็น้อย คงต้องรอดูกันต่อไปว่า พ่อค้าส้มตำจะออกมาแก้ตัวกับเรื่องนี้อย่างไรบ้างซึ่งมีรายงานเข้ามาว่า พ่อค้าได้ไลฟ์สดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า ไม่แคร์หากลูกค้าคนไหนไม่ชอบสิ่งที่เขาทำ เพราะเป็นธรรมดาที่มีคนรักก็ย่อมมีคนเกลียด หากใครโลกสวยก็ไม่ต้องมากินส้มตำที่ร้านของเขา คงต้องรอดูกันต่อไปว่าหลังจากเรื่องนี้จะจบลงแบบไหน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   gclub

โจรฉุกชุมแม้แต่กล้วยน้ำว้า ก็ยังขโมย

แม้แต่กล้วยน้ำว้ายังขโมย ในช่วงนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านเข้ามาบ่อยมากเกี่ยวกับกล้วยน้ำว้าที่ปลูกเอาไว้ในบริเวณสวนหรือบริเวรบ้านและแม้แต่ปลูกเอาไว้ริมทางเท้าต่างก็พบปัญหาถูกคนมาลักลอบตัดกล้วยน้ำหว้าออกไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งตอนนี้พบว่ามีปัญหากล้วยน้ำว้าหายไปหลายหมู่บ้านแล้ว โดยชาวบ้านต่างการคาดเดากันว่าน่าจะมีคนมาแอบขโมยเอากล้วยน้ำว้าไปขาย

เพราะตอนนี้กล้วยน้ำว้าสามารถขายได้ราคาดีมากมาก และหนึ่งในจำนวนผู้เสียหายในตอนนี้พบว่ามีตากับยายอายุประมาณ 70 ปีก็ถูกโจรลักลอบเข้ามาขโมยกล้วยน้ำว้าด้วยเหมือนกัน ซึ่งทางตากับยายถูกขโมยไปมากถึง 13 เครือเห็นจะได้ โดยปัญหาที่มีโจรออกมาขโมยกล้วยน้ำว้าของชาวบ้านนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ที่บ้านโคกวัด 

ซึ่งชาวบ้านต่างก็ออกมาร้องเรียนว่าตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากเพราะต้นกล้วยที่บ้านได้ถูกโจรแอบมาขโมยกล้วยไป ซึ่งความเสียหายในครั้งนี้รวมกันแล้ว กล้วยน้ำว้าหายไปมากถึง 20 กว่าเครือแล้วซึ่งกล้วยน้ำว้า  1 เครือจะให้กล้วยประมาณ 10 หวี ชาวบ้านต่างก็ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตามจับกุมคนร้ายมาให้ได้เพราะสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอย่างมากเพราะกล้วยที่หาย ชาวบ้านจะเก็บเอาไว้กินเอง หรือไม่ก็ต้องการเก็บเอาไว้ไปทำบุญตักบาตรที่วัด ซึ่งตอนนี้กล้วยกำลังมีราคาแพงหากจะซื้อโดยกล้วยหวีหนึ่งสามารถขายได้ 40 บาทถึง 70 บาทเลยทีเดียว

ซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงไปตรวจสอบพื้นที่ก็พบกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเดินทางมาพูดคุยด้วยเป็นจำนวนมากเพราะต่างก็ถูกขโมยกล้วยไป ซึ่งชาวบ้านบอกว่าปกติแล้วก็ปลูกกล้วยกันแบบนี้มานานแล้วก็ไม่เคยเกิดปัญหากล้วยน้ำว้าหายเยอะแบบนี้มาก่อน แต่คิดว่าช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี คนตกงานมีมากขึ้นและในตอนนี้กล้วยน้ำว้าก็กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด สามารถขายได้ราคาดี

เพราะตอนนี้ 1 เครือสามารถนำไปขายได้ตกเครือละ 500 บาทถึง 600 บาททำให้อาจจะมีคนที่ไม่มีรายได้ต้องการหาเงิน จึงได้มาขโมยกล้วยเพื่อนำเอาไปขาย นอกจากนี้ขณะที่นักข่าวได้ลงไปทำข่าว ชาวบ้านต่างก็บอกว่า ที่ขโมยเอาไปแล้วพวกตนจะไม่ติดใจเอาความถือว่าเป็นการทำบุญอย่างหนึ่งแต่หลังจากนี้ขอให้คนที่ขโมยกล้วยเลิกมาขโมยกล้วยของชาวบ้านเสียที

เพราะชาวบ้านเองก็ต้องการนำกล้วยที่ปลูกเอาไว้ไปทำประโยชน์อย่างอื่นบ้างเช่นกัน ซึ่งในตอนนี้ทางชาวบ้านเองต่างก็ช่วยเหลือกันด้วยการจัดทำเวรยามคอยออกตรวจตราในเวลากลางคืนเพื่อป้องกันคนที่จะมาขโมยกล้วยเอาไปอีก

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

สาเหตุเด็กชายวัย 12 ร่วงมาจากชั้น3 พบว่าปีนราวบันไดเลื่อน

สาเหตุเด็กชายวัย 12 ร่วงมาจากชั้น3  พบแล้วสาเหตุ ที่มีเด็กผู้ชายอายุประมาณ 12 ปีได้ตกลงมาจากชั้นสามของห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งโดยมีกล้องวงจรปิดพบว่าเด็กชายคนหนึ่งกล่าวได้ทำการปีมันใดเลื่อนซึ่งทำให้เขาเสียรักร่วงลงมาจากชั้นสามโดยจากการตรวจสอบพบว่าเด็กชายคนหนึ่งกล่าวเดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่เพื่อมาร่วมการแข่งขันตอบคำถามคณิศาสตร์

จากกรณีที่มีเหตุคนตกลงมาจากชั้นสามของห้างเซ็นทรัลเวิลด์ซึ่งงานของชายที่ร่วงลงมานั้นตกลงมาที่ฉันหนึ่งล่างกระแทกพื้นและบริเวณที่ร่วงลงมานั้นอยู่ใกล้กับจุดที่กำลังมีงานเปิดตัวกิจกรรมการวิ่งงานหนึ่งโดยมีดารารับเชิญเป็นนางเอกสาว ญาญ่าซึ่งกำลังเดินทางมาร่วมงานและตอนที่ชายคนนั้นกล่าวโลมาญาญ่ากับคุณแม่ของเธอกำลังอยู่ในลิฟท์ตรงบริเวณที่เกิดเหตุพอดีทำให้เห็นเหตุการณ์ในช่วงที่ร่างของชายคนดังกล่าวร่วงลงมาผ่านหน้าของเธอส่งผลให้ญาญ่ามีความตกใจกลัวเป็นอย่างมากหลังเกิดเหตุญาญ่าเดินทางกลับทันทีโดยไม่ได้ใหับสัมภาษณ์กับนักข่าว

และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีรายงานเข้ามาล่าสุดแจ้งเข้ามาว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปทำการตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุตรงพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวแล้วรวมถึงได้ประสานงานให้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุซึ่งเมื่อไปถึงที่บริเวณชั้นหนึ่งของห้างสรรพสินค้าเจอที่ตำรวจได้พบร่างของเด็กชายอายุ 12 ปีในสภาพนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น

โดยเบื้องต้นก่อนที่กูชีพจะมาถึงได้มีเจ้าหน้าที่ของห้างมาช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้แล้วโดยชายคนหนึ่งกล่าวพบว่าเป็นเด็กนักเรียนอายุ 22 ปีที่เดินทางมาจากเชียงใหม่เพื่อมาแข่งขันด้านคณิตศาสตร์และตอนนี้อยู่ระหว่าง ที่ครูได้ปล่อยให้นักเรียนคนอื่นรวมทั้งเด็กชายคนหนึ่งกล่าวได้กินข้าวเดินเล่นในห้างตามปกติ

โดยเด็กชายสวมเสื้อยืดสีเทากางเกงสีดำไม่ใส่รองเท้าซึ่งมีผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าเด็กชายคนนั้นกล่าวได้ที่มาที่บันไดเลื่อนตรงชั้นสามแล้วก็ทำการเปลี่ยนราวบันไดเลื่อนแล้วก็พัดตกลงมาซึ่งถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังประสานงานไปยังญาติของเด็กชายให้ตามไปที่โรงพยาบาลซึ่งข้อมูลล่าสุดได้แจ้งออกมาว่าเด็กชายที่ร่วงลงมาจากชั้นสามปลอดภัยดีเพียงแต่มีอาการกระดูกหัก

ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังหาหลักฐานเพื่อทำการตรวจสอบคดีนี้อยู่สำหรับตัวเด็กเองตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้วและอยู่ระหว่างการรอผลเอกซเรย์สมองซึ่งสภาพตังค์ร่างกายทั่วไปมีกระดูกเชิงกรานและกระดูกต้นแขนซ้ายหักซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้สร้างความตกใจให้กับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะดาราสาวญาญ่าที่เห็นร่างเด็กเรื่องเล่ามาต่อหน้าต่อตา  

 

ขอขอบคุณ  ae sexy  ที่ให้การสนับสนุน