กระบะไม่มีน้ำใจขับรถไม่หลบรถฉุกเฉิน

กระบะไม่มีน้ำใจขับรถไม่หลบรถฉุกเฉินทำผู้ป่วยไปโรงพยาบาลไม่ทันเสียชีวิตบนรถฉุกเฉิน

           สังคมไทยทุกวันนี้เป็นสังคมที่แล้งน้ำใจ อย่างที่เราได้เห็นตามข่าวทุกวันนี้ซึ่งล่าสุดว่ามีคลิปวีดีโอที่กำลังแชร์กันอยู่ในขณะนี้ เกี่ยวกับรถกระบะคันนึงวิ่งบนถนนจังหวัดเชียงใหม่ขับรถอยู่ด้านหน้ารถของโรงพยาบาลโดยมีการเปิดขอไฟฉุกเฉินทำกับมีการบีบแตรขอทางแต่รถกระบะคันข้างหน้าดังกล่าวยังคงไม่สนใจขับต่อไปเรื่อยๆบนถนนโดยมีรถพยาบาลวิ่งตามหลังจึงเป็นสาเหตุให้ในที่สุดผู้ป่วยที่นอนอยู่บนรถพยาบาลฉุกเฉินเสียชีวิตโดยยังไปไม่ถึงโรงพยาบาลเนื่องจากว่ารถกระบะคันดังกล่าวมีการรถของทางโรงพยาบาลทำให้รถทางโรงพยาบาลไม่สามารถที่จะใช้ความเร็วพาผู้ป่วยไปส่งถึงโรงพยาบาลได้ทันท่วงทีได้สำหรับเคสนี้ฉันป่วยพบปัญหาเกี่ยวกับการเลือดออกในสมอง

          เมื่อเช้าเน็ตไม่เห็นคลิปวีดีโอดังกล่าวที่กำลังมีการแชร์กันอยู่ตอนนี้ทำให้หลายคนเกิดอาการไม่พอใจเนื่องจากว่ารถกระบะคันดังกล่าวให้รถของโรงพยาบาลได้วิ่งต่อไปก่อนผู้ป่วยที่นอนอยู่รถฉุกเฉินของโรงพยาบาลก็อาจจะไม่เสียชีวิตเพราะถึงมือหมอได้ทันท่วงที 

          หลายคนได้ออกมาต่อว่ารถกระบะคันดังกล่าว เกี่ยวกับความไม่มีน้ำใจในการขับรถบนท้องถนนสิ่งที่สำคัญปัจจุบันประเทศไทยได้มีการออกกฎหมายเกี่ยวกับการขับรถนำหน้ารถฉุกเฉินรถกู้ภัยต่างๆแม้แต่รถของโรงพยาบาลหากมีการเปิดขอไฟฉุกเฉินจำเป็นจะต้องมีการหลบเข้าข้างทางเพื่อให้รถเรานั้นผ่านไปก่อนซึ่งการกระทำของรถกระบะในครั้งนี้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายญาติของผู้เสียชีวิตสามารถทำการแจ้งความจำเจ้าของรถกระบะให้ติดคุกได้โดยจะไม่พบเห็นที่ว่ากระบะจงใจไม่หลบรถโรงพยาบาลถือว่าเป็นหลักฐานชั้นดีในการที่จะเอาผิดคนคนขับรถกระบะ 

         อย่างไรก็ดีเหตุการณ์ที่เกิดเหมือนในคลิปในครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่เคยมีเกิดมาแล้วก่อนหน้านี้แล้วก็มีการออกข่าวเป็นขาวดังใหญ่โตซึ่งมีนักกฎหมายไม่ออกมาบอกเกี่ยวกับกฎหมายที่ห้ามขับรถขวางหน้ารถก็ถือว่ามีความผิดสามารถทั้งติดคุกแล้วก็ถูกเรียกเก็บค่าปรับได้ปัจจุบันก็ยังมีการทำความผิดแบบนี้อีกเนื่องจากเกิดจากความเห็นแก่ตัวของผู้ใช้รถใช้ถนน 

      ยังไงก็ดีหวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นอุทาหรณ์ไม่เคยโดนหลายๆคน ที่ขับรถยนต์บนท้องถนนหัดมีน้ำใจให้กับรถคันอื่นหากเขาเปิดไฟขอทาง เพราะบางครั้งเขาอาจจะต้องรีบไปด้วยคำจำเป็นเหมือนกับเคสนี้ที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล เพื่อพาผู้ป่วยฉุกเฉินไปหาหมอแต่น่าเสียเพราะความเห็นแก่ตัวของกระบะทำให้คนป่วยต้องมาเสียชีวิตในครั้งนี้

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์ เล่นยังไง

ข่าวเจ้าสาวมโนทำเงินหายสามแสน 

          ถ้าจำกันได้ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่ามีว่าที่เจ้าสาวเดินทางไปธนาคารเพื่อเบิกเงิน สามแสนบาทเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในงานแต่ง แต่เกิดเป็นลมขณะกำลังจะเดินข้ามถนน และมีพลเมืองดีเข้ามาช่วยมากมายเพื่อส่งโรงพยาบาลแล้วเมื่อฟื้นขึ้นมาก็ถามหาเงินสามแสนที่ไปเบิกแต่ไม่มีใครเห็น

จากที่ตำรวจได้มีการประสานงานหาข้อมูลและเชิญผู้เกี่ยวข้องมากสอบถามและไปดูข้อมูลกล้องวงจรปิดเช็คกับทางธนาคารแล้ว ทำให้รู้ว่าเงินสด สามแสนบาทที่ว่าที่เจ้าสาวแจ้งว่าหายไปนั้นไม่มีจริง ว่าที่เจ้าสาวของเราไม่เคยไปเบิกเงินที่ธนาคารอย่างที่กล่าวอ้าง เมื่อตำรวจมีการติดต่อว่าที่เจ้าสาวไปเพื่อคุยรายละเอียดในที่สุด ว่าที่เจ้าสาวก็มีการยอมรับออกมาว่าเรื่องเงินที่หายไปนั้นไม่เป็นความจริง

ที่ต้องพูดอย่างนั้น เพราะเครียดหาเงินมาจ่ายค่างานแต่งงานไม่ทัน  เมื่อความจริงปรากฏว่าที่เจ้าสาวของเราก็จะถูกแจ้งความกลับจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นการแจ้งความเท็จ ตอนนี้ทางนักข่าวก็บุกขอสัมภาษณ์ทั้งว่าที่เจ้าสาวและแม่ของว่าที่เจ้าสาว ทำให้ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด

          จากข่าวที่ติดตามมานี้ สิ่งที่ว่าที่เจ้าสาวทำมา ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมากถึงสิ่งที่ว่าที่เจ้าสาวได้กระทำไป  เมื่ออ่านข่าวครั้งแรกรู้สึกสงสารว่าที่เจ้าสาวมากที่เงินหายมากมายแบบนั้นและรู้สึกไม่ดีกับกลุ่มคนที่เข้าไปช่วยเหลือที่ช่วยเพราะหวังผล เป็นโจรในคาบของคนดี แต่เมื่อความจริงปรากฏเหตุการณ์กลับตรงกันข้ามกับครั้งแรกทำให้รู้สึกสงสารคนที่เข้าไปช่วยเหลือเพราะตั้งใจดี แต่กลับมาถูกคนทั้งประเทศสงสัย ต้องเสียเวลาทำการทำงานเพื่อไปโรงพักเพื่อให้ข้อมูลกับตำรวจ สิ่งที่ว่าที่เจ้าสาวทำ กำลังจะทำให้คนดี ไม่อยากทำความดี

เพราะไม่ต้องการเดือดร้อน หลายครั้งที่มีแหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นและมีพลเมืองดีเข้าไปช่วยเหลือ กลับเป็นพลเมืองดีที่เป็นฝ่ายเดือนร้อนแทน เช่น มีอุบัติเหตุแล้วพลเมืองดีเข้าไปช่วยเหลือ แต่กลับต้องถูกรถชนด้วย หรือล่าสุดที่มีอุบัติเหตุมีพลเมืองดีไปช่วยแล้วถูกคู่กรณีของคนที่ประสบอุบัติเหตุต่อว่าถึงขนาดจะมีเรื่องชกต่อยกัน

และยังมีอีกหลายกรณีมากที่พลเมืองดีต้องมาเดือดร้อนเพราะเข้าไปช่วยเหลือคนอื่น การกระทำแบบนี้กำลังทำให้พลเมืองดีหมดกำลังใจที่อยากจะทำความดี แล้วในอนาคตก็จะไม่มีใครยอมเข้าไปช่วยเหลือใคร หรือไม่ยอมทำความดีเพราะกลัวตัวเองจะต้องมาเดือดร้อนแทน หวังว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้คงจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนหลายๆคนว่าให้คิดดีทำดี จะได้มีคนดีๆคอยช่วยเหลือ 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  holiday palace

คนขับรถไฟป่วยติดโควิด-19 ตายชาวบ้านพากันต่อว่าเมีย

คนขับรถไฟป่วยติดโควิด-19 ตายชาวบ้านพากันต่อว่าเมีย ทำเมียพ้อมีแต่คนรักเกียจ

           ปัจจุบันยอดผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เยอะขึ้น ซึ่งมีผู้เสียชีวิตคาที่ 16 เป็นเจ้าหน้าที่ทางการรถไฟมีหน้าที่ขับรถไฟก็มีอาการป่วยวันแรกแล้วไปพบหมอที่โรงพยาบาลในวันที่ 16 มีนาคม ซึ่งคุณหมอแจ้งเคลมว่าป่วยธรรมดาแล้วให้ยามาทานหลังจากนั้นวันที่ 21 มีนาคมผู้ป่วยก็เดินทางกลับไปทำงานตามปกติแต่หลังจากที่กินยาจากทางโรงพยาบาลเข้าไปแล้วอาการไม่ดีขึ้นวันที่ 31 มีนาคม

ผู้ป่วยมีอาการทรุดหนักมากขึ้นเหนื่อยหอบจึงได้มีการส่งตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้วทางโรงพยาบาลจึงได้มีการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19ทำให้พบว่าผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19และได้ทำการเข้ารักษาตัวจนถึงวันที่ 2 เมษายนผู้ป่วยก็เสียชีวิต

          หลังจากที่ผู้ป่วยเสียชีวิตลงแล้วชาวบ้านต่างพากันต่อว่าครอบครัวของผู้เสียชีวิตเนื่องจากว่ามีการปกปิดอาการป่วยโดยชาวบ้านเกรงว่าจะมีการแพร่เชื้อให้กับคนในหมู่บ้านซึ่งภรรยาของผู้เสียชีวิตได้บอกว่าหลังจากที่ชาวบ้านรู้ว่าสามีของตนเองป่วยด้วยอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19ทุกคนก็พากันรังเกียจครอบครัวและพากันมาต่อว่าเป็นจำนวนมากเนื่องจากว่าหลายคนเข้าใจว่าผู้เสียชีวิตรายที่ 16 นี้เสียชีวิตเนื่องจากว่าไปดูมวยที่สนามมวยลุมพินีมาโดยทางภรรยาของผู้เสียชีวิตยืนยันว่าคนตายไม่เคยไปเที่ยวที่ไหนและไม่เคยไปสนามมวยลุมพินีมาก่อน

ซึ่งขณะที่่เล่าให้นักข่าวฟังไป ภรรยาของผู้เสียชีวิตเล่าไปก็ร้องไห้ไปด้วย โดยทางภรรยาของผู้เสียชีวิตยังเล่าอีกว่าทางผู้เสียชีวิตเองตอนที่มีอาการป่วยนั้นก็ไม่ทราบว่าตนเองป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพราะไม่เคยเดินทางไปที่ไหนนอกจากบ้านกับที่ทำงานเท่านั้น และหลังจากที่รู้ว่ามีการติดเชื้อไวรัสคนในบ้านก็พากักกับตัวเองอยู่แต่ในบ้านทันที  ทางด้านลูกชายของผู้เสียชีวิตเล่าว่าในวันที่ไปรับศพของพ่อนั้นมีหลายคนทราบว่าตนเองเป็นลูกชายคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19แล้วเสียชีวิตคนที่ทราบเรื่องต่างก็พากันมองด้วยสายตารังเกียจจึงทำให้ครอบครัวของตนเองรู้สึกเสียใจมาก  

ปัจจุบันได้มีการนำศพของผู้เสียชีวิตที่ป่วยด้วยการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปเผาเรียบร้อยแล้วที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตออกไม่ระบุชื่อวัดเนื่องจากว่าจะมีผลกระทบต่อวัดเพราะถ้าหากชาวบ้านรู้ว่าวัดไหนรับของศพของผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19ก็อาจจะรังเกียจวัดได้   ซึ่งอันที่จริงแล้ว ไม่ควรจะไปรังเกียจครอบครัวของผู้ติดเชื้อเพราะเชื้อแพร่ได้จากการที่ต้องอยู่ใกล้กันในระยะ 100 เมตรเท่านั้น 

          

ขอบคุณ  บาคาร่า sa gaming  ที่ให้การสนับสนุน

นักทฤษฏีสมคบคิดได้สันนิษฐาน

นักทฤษฏีสมคบคิดได้สันนิษฐานจากข้อมูลงานวิจัยอินเดียและการรับประทานซุปค้างคาว

ผู้หญิงประเทศจีนที่กำลังกินซุปค้างคาว

ได้มีการคาดเดาว่ามนุษย์นั้นได้รับเชื้อไวรัสโควิด-2019ได้มาจากค้างคาวในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถที่จะแน่ใจได้อย่างชัดว่าโควิด-19นั้นได้มาจากแหล่งใดและแม้จากที่มีการเปรียบเทียบลำดับทางพันธุ์กรรมของไวรัสในสกูลเบต้าไวรัสที่ได้แสดงความคล้ายคลึงกับไวรัสโคโรน่าในค้างคาวถึง96%แต่จากการวิจัยล่าสุดสามารถที่จะระบุได้ว่าโควิด-2019นั้นได้มีข้อมูลทางพันธุ์กรรมเดียวกันกับไวรัสติดตัวนิ่ม

ซึ่งก็ได้มีความคล้ายคลึงกันถึงประมาณ99%แต่ในคนส่วนใหญ่แล้วก็ยังมีการเชื่อว่าโควิด-19นั้นได้แพร่กระจายไปยังมนุษย์หลังจากที่มีคนกินค้างคาวที่ได้มีการติดเชื้อเข้าไปและหนึ่งในนั้นก็คือสาวชาวจีนWang Mengyunหลังจากที่มีการปรากฏฤทธิ์ของเธอในขณะที่เธอนั้นกำลังได้กินซุปค้างคาวที่ได้อ้างว่าได้มีการเกิดขึ้นที่ในภัตตาแห่งหนึ่งที่ืเมืองอู่ฮั่นในประเทศจีน

ซึ่งได้เป็นแหล่งที่กำเนิดของเชื้อไวรัสของโควิด-19และคลิปของเธอนั้นก็ได้มีการถูกวิจารณ์ไปอย่างหนักว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของการแพร่ระบาดจากคนไปสู่คนจนได้กลายมาเป็นภารกิจอยู่ในขณะนี้Wang Mengyunก็ได้ออกมายอดรับว่าเธอนั้นคือบุคคลที่อยู่ในคลิปนั้นจริงๆแต่เธอนั้นก็ยังได้บอกอีกว่าการที่เธอนั้นได้รับประทานซุปค้างคาวได้เกิดขึ้นเมื่อในปี2016

ซึ่งมันก็ได้เกิดขึ้นเมื่อ3ปีก่อนก่อนที่ไวรัสโควิด-19จะมาปรากฏขึ้นและมันก็ได้มีการเกิดขึ้นที่เกาะปาเลาซึ่งได้อยู่นอกเขตแดนของประเทศจีนโดยเธอนั้นยังได้บอกอีกว่าเธอไม่ทราบความอันตรายของการกินค้างคาวและในระหว่างการถ่ายทำเธอก็ไม่ได้รู้จักไวรัสชนิดนี้และก็ยังเพื่อจะมารู้เมื่อไม่นานนี่เอง

บุคคลหรือกลุ่มที่ไม่รู้จักบางคน สร้างCOVID-19ขึ้นจากHIV

 ทฤษฏีสมคบคิดนี้ก็ได้ถูกเสนอโดยกลุ่มนักวิจัยชาวอินเดียโดยที่นักวิจัยดังกล่าวได้ระบุว่าไวรัสโควิด-19มีความคล้ายคลึงกับไวรัสHIVที่ได้เริ่มติดต่อสู่มนุษย์ครั้งแรกเมื่อประมาณปี1930 ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่มีลักษณธทางพันธุ์กรรมที่ไกล้เคียงกับไวรัสกอโรคในลิงโดยพวกเขาได้บอกว่าด้วยความคล้ายคลึงระหว่างโควิด-19กับHIVสิ่งนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญและมันก็น่าจะเพียงพอที่จะช่วยพิสูจน์ได้ว่ามีคนดัดแปลงHIV

เพื่อสร้างไวรัสตัวใหม่ขึ้นมาพวกเขาได้มีการวิจัยที่ได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ลงในเว็บไซต์ที่ชื่อว่าbioRxivที่จัดตั้งในห้องปฏิบัติการCSHซึ่งในหน้าที่โดยการรวบรวมในงานวิจัยของสาขาชีวิตวิทยาของงานวิจัยจากทั่วโลกเพราะว่ากลุ่มววิจัยชาวอินเดียไม่ได้พูดชื่อของผู้ที่อยู่เบี้องหลังดังนั้นจึงไม่มีใครทราบของผู้ที่สร้างโควิด-2019ขึ้นมาอย่างไรก็ตามงานวิจัยดังกล่าวก็ได้ทำให้เกิดการถกเถียงกันอย่างรุนแรงก่อนที่กลุ่มนักวิจัยชาวอินเดียจะเก็บคืนงานวิจัยนี้ออกไป

 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 900