ผลไม้ที่มีราคาแพงแต่เป็นที่นิยมกันมาก

มะม่วงญี่ปุ่นสีแดง

สำหรับมะม่วงญี่ปุ่นสีแดงนี้มีชื่อเสียงในเรื่องของราคามะม่วงที่ค่อนข้างจะมีราคาแพงที่สุดซึ่งสีของมะม่วงชนิดนี้จะมีสีแดงอมส้มเล็กน้อยเหมือนกับดวงพระอาทิตถึงแม้ว่าผลของมะม่วงนั้นจะไม่ใหญ่เท่าไหร่แต่ก็มีเนื้อที่หวานกลมกล่อมมากๆเนื่องจากในมะม่วงนั้นมีน้ำตาลที่สูงพอสมควรซึ่งในเดือนเมษายนปี2557ที่ผ่านมามะม่วงสายพันธุ์นี้มีจำนวนแค่2ลูกและสามารถขายได้ถึง30000เยนหรือจะคิดเป็นเงินประเทศไทยก็100000บาทเลยทีเดียวโดยมะม่วงชนิดนี้ได้ผ่านการรับลองมาแล้วว่าเป็นมะม่วงที่มีคุณภาพดีไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของขนาดและความหวานของมัน

สับปะรดเฮลิแกน  

สำหรับสับปะรดเฮลิแกนนั้นจะมีราคาที่แพงที่สุดในโลกซึ่งปลูกอยู่ประเทศอังกฤษซึ่งภายนอกก็ไม่ต่างอะไรจากสับปะรดทั่วไปแต่สิ่งที่แปลกต้องระเอียดและใส่ใจกับเรื่องอากาศสุดๆแถมยังต้องใช้กรรมวิธีในการปลูกแบบย้อนยุควิตอเรียต้องปลูกในที่กระจอกใช้ปุ๋ยขี่ม้าใช่ว่าจะปลูกง่ายๆกว่าจะมาเป็นสับปะรดกินได้ต้องใช้เวลาในการปลูกถึง2ปีถึงจะออกดอกออกผลให้กินได้โดยทั่วไปแล้วสับปะรดสายพันธุ์นี้จะมีราคาผลละ60000บาทและบ้างผลถ้ามีสภาพที่สวยงามและผลดีจะมีมูลค่ามากถึง500000บาทเลยทีเดียว

องุ่นที่แพงที่สุดในโลก 

สำหรับองุ่นสายพันธุ์นี้มีชื่อเรียกว่า รูบี้โรมัน หรือ ทับทิมโรมันโดยปลูกอยู่ที่ อิชิกาวะ ญี่ปุ่นทั้งพวกนั้นมีอยู่30ลูกและจะออกผล2400พวกต่อปีจากการพัฒนาสายพันธุ์มาอย่างยาวนานถึง14ปีซึ่งโดยจะขายในราคาพวงละ500000เยนหรือจะคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ190000บาทและที่แน่นอนราคาแพงขนาดนี้ต้องมีที่มาที่ไปไม่ธรรมดาซึ่งกว่าจะได้เอามาขายในแต่ละพวงนั้นจะต้องผ่านระบบเป็นอย่างดีโดยการคัดนั้นน้ำหนักแต่ละลูกจะต้องมีน้ำหนักต่อลูกไม่ต่ำกว่า20กรัมความหวานจะต้องมากกว่า18%และสีจะต้องเหมือนกับมะเขือเทศหรือเชอรี่แต่ละแพ็คเกจที่ต่างกันออกไปจากนั้นก็จะคัดระดับเกจพรีเมียร์แต่ละลูกจะต้องมีน้ำหนักไม่เกิน30กรัมและทั้งพวงนั้นจะต้องหนัก700กรัมขึ้นไปถึงจะติดป้ายขาย รูบี้โรมัน ได้ จากราคาที่เคยขายได้สูงสุดนั้นอยู่ที่พวงละ400000บาทเลย

ไม่ว่าจะเป็นผลไม้อะไรก็ตามมันจะมีความเชิญชวนในการทานของมัน โดยไม่ว่าจะเป็นเนื้อในหรือรสชาติของมันจะเป็นการเชิญชวนให้พวกเราได้ลิ้มลองและพวกเราก็จะติดรสชาติของมันด้วยเช่นกัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย ole777

ร้อนๆอย่างนี้ขายน้ำแข็งใสดีกว่า

อากาศร้อนอย่างนี้เราควรที่จะหาอะไรขายดีนะ

สิ่งแรกที่นึกถึงคือน้ำแข็งใส เราเชื่อว่าหลายๆคนนั้นก็อยากจะกินน้ำแข็งใสเอาแก้ร้อนแก้กระหายเพื่อที่จะชื่นใจ แต่หารู้ไหมว่าการขายน้ำแข็งใสนั้นมีศิลปะในน้ำแข็งถ้วยนั้นๆด้วย ซึ่งในการขายนั้นขึ้นอยู่กับแม่ค้าที่จะเรียกจุดสนใจจากการที่เราขายนั้นได้อย่างไร เมื่อเข้าหน้าร้อนคนส่วนใหญ่นั้นก็อยากจะกินของเย็นๆไม่แตกต่างกันรวมทั้งการตลาดที่แย่งกันขายน้ำแข็งใส ดังนั้นถ้าเราเลือกที่จะขายน้ำแข็งใสนั้นเราต้องดึงจุดสนใจจากลูกค้าด้วยการหาอะไรใหม่ๆมาทำเช่นเรานั้นขายน้ำแข็งใสแต่เรานั้นปั้นน้ำแข็งให้เป็นรูปสัตว์ต่างๆเพื่อที่เรานั้นจะดึงลูกค้าและเรานั้นยังสามารถที่เพิ่มมูลค่าในการที่เรานั้นทำน้ำแข็งในถ้วยนั้นๆ

ในช่วงหน้าร้อนนี้ต้องหาอะไรกินเย็น การขายน้ำแข็งนั้นเป็นธุรกิจที่ได้กำไลดีๆ วันนี้จะมาแนะนำว่าการขายน้ำแข็งไส มีอะไรที่ต้องลงทุนบ้างและจะต้องตีทุนคืนภายในไม่กี่วัน

ต้นทุนหลักคือ  

  • เครื่องทำน้ำแข็งไส   ถ้วยโฟรม ถ้วยพลาสติกที่ใส่เครื่องน้ำแข็งไส  ขวดพลาสติกที่ใส่น้ำหวาน ช้อนตักน้ำแข็ง กระติกน้ำแข็ง 
  • เครื่องใส่น้ำแข็งใส  ( อันนี้ก็แล้วแต่แม่ค้าที่จะเอามาขาย )  ยกตัวอย่างนะค่ะ
  • วุ้นมะพร้าว  ขนมปังหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ  เยลลี่เป็นรูปต่างๆ สลิ่ม  ขนุน ลูกชิด เฉาก๋วย นมข้นหวาน  น้ำหวาน น้ำเชื่อม  

อันนี้แค่คราวๆ แต่อันที่จริงนั้นมีเยอะมากเครื่องสำหรับใส่น้ำแข็งไส 

ขั้นตอนในการทำนั้น ก็นำเครื่องที่เรานั้นเตรียมไว้  ( ใส่เครื่องกี่อย่าง ระบุด้วย ) 

การทำนั้นเราต้องเอาถ้วยโฟร์มที่เรานั้นเตรียมใส่น้ำแข็งนั้นมาหนึ่งใบ  แล้วใส่เครื่องที่เรานั้นเตรียมไว้ ขึ้นอยู่ว่าจะใส่กีอย่าง หลังจากนั้นเรานำน้ำแข็งที่เราจะเตรียมนั้นใส่เครื่องทำน้ำแข็ง แล้วเอาถ้วยโฟร์มที่เรานั้นใส่เครื่องใว้มารองใส่น้ำแข็งที่เรานั้นเตรียมไว้  หลังจากนั้นเราก็บดน้ำแข็งเท่าที่เรานั้นการหรือว่าเรานั้นจะให้แป้นพิมพ์ที่เรานั้นเตรียมไว้มาใส่น้ำแข็งที่เรานั้นบดจากนั้นเราก้เอาน้ำแข็งที่บดแล้วใส่ในแป้นพิมพ์จากนั้นเราก็คว่ำเอารูปที่เราหรือว่าลูกค้าที่เรานั้นต้องการใส่ลงไปในถ้วยโฟร์ม 

จากนั้นเราก็เตรียมใสน้ำหวานที่ลูกค้าสั่งราดลงไปในน้ำแข็งแต่ว่าระหว่างก่อนที่เรานั้นจะใส่น้ำหวานนั้นเราต้องใสน้ำเชื่อมก่อนหลังจากนั้นเราก็ใส่น้ำหวานที่ลูกค้าสั่ง จากนั้นเราก็ใส่นมข้นที่เราเตรียมไว้ราดบนน้ำแข็งเพื่อความสวยงาม และตามด้วยเยลลี่ตบแต่งให้สวยงามจากนั้นเราก็ส่งต่อให้ลูกค้า  

เพียงแค่นี้เราจะได้น้ำแข็งไสที่เรานั้นอยากกินครายร้อนและเป็นอาชีพเสริมที่ขายในหน้าร้อนนี้ได้กำไลอย่างแน่นอน 

 

สนับสนุนเรื่องราวเหล่านี้โดย รู้ทันบาคาร่า

เศรษฐกิจ -บัณฑิตปริญญาตรีตกงานกว่า 5 แสนคนในปี 2019

การสำเร็จการศึกษาขั้นต่ำในระดับปริญญาตรีเป็นเรื่องที่หอมหวาน แต่ใครจะรู้บ้างว่าบัณฑิตที่จบปริญญาตรีออกมา ยังมีภาวะไร้งานทำมากกว่า 5 แสนคน 

บัณฑิตที่ตกงานในระดับปริญญาตรีมีมากก็จริง

แต่ยังน้อยกว่าระดับอนุปริญญา สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากประเทศไทย เรายังมีธุรกิจที่เป็นแบบตายตัว มีธุรกิจที่เปิดใหม่กับธุรกิจที่ปิดตัวลงในอัตราที่เท่ากัน และคนที่ทำงานส่วนมากก็ดูเหมือนจะต้องแบกรับภาระงานที่ตัวเองไม่ค่อยถนัด 

หากว่าเป็นในบริษัทใหญ่ มีการประกาศรับพนักงานมากมยาหลายตำแหน่ง บางบริษัทเน้นแรงงานที่มีประสบการณ์ บางบริษัทเน้นเด็กจบใหม่เพื่อที่จะจ่ายค่าแรงในราคาถูก 

ขณะที่มีการวิจัยว่ากลุ่มอาชีพด้าน วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี,วิศวกรรม  และคณิตศาสตร์ เหลือเชื่อว่ามีกลุ่มคนที่ทำงานตรงกับสาขาที่เรียนมาเพียง 25 เปอร์เซ็นต์ หรือหมายความว่าบัณฑิตที่ไม่ได้เรียนด้านนี้กลับได้ทำงานด้านนี้ มากกว่า 3 ต่อ 1 

การเพิ่มพูนทักษะความรู้ในช่วงที่เรียนเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

มิใช่ว่านักศึกษาจะพยายามเรียนจบเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพยายามเก็บเกี่ยวความรู้และนำมาประยุกต์ใช้ให้มากที่สุด  มิเช่นนั้นโอกาสในการได้งานจะน้อยกว่าผู้สมัครงานท่านอื่นการจะว่างงานหรือไม่ขึ้นอยู่กับนักศึกษาที่จบใหม่ ไม่เลือกงาน ไม่เกี่ยงงานก็จะหางานได้เร็ว และในช่วงแรกพยายามหางานที่ตรงกับสาขาที่เรียนมา โดยไม่เกี่ยงงอนเรื่องเงินเดือน 

โดยสาขาคอมพิวเตอร์ด้านการเขียนโปรแกรมยังเป็นที่ต้องการของตลาดมาก โดยเฉพาะการพัฒนาโปรแกรมด้านเว็บไซต์ หากว่าบัณฑิตหรือน้องๆ ที่สำเร็จการศึกษาและมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านนี้จะมีโอกาสได้งานทำอยู่แล้วและภาควิชาที่เป็นความรู้ยากๆ ที่มีความต้องการของตลาดแรงงานสูง เช่น อาชีพเกี่ยวกับแพทย์, วิศวกรแขนงต่างๆ 

ที่น่าเป็นห่วงสำหรับสังคมไทยคือ หากมีคนตกงาน(ไม่เฉพาะบัณฑิตจบใหม่) มาก อาจก่อนให้เกิดปัญหาด้านอาชญากรรมได้ ดังนั้น ภาครัฐควรพยายามส่งเสริมให้เกิดอาชีพแก่ผู้ที่ว่างงาน ไม่ว่าจะเป็นอาชีพค้าขาย หรืองานด้านบริการ 

โดยการเพิ่มพูนทักษะด้านความรู้ ความชำนาญแก่ผู้คนที่สนใจในการประกอบอาชีพ

มีการจัดครูผู้สอนเพื่อสอนบุคคลทั่วไป ให้มีความรู้เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพที่สุจริต มากกว่าที่จะมาแจกเงินเพราะว่าการแจกเงินนั้นเป็นการแก้ปัญหาแบบชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น

อาชีพที่มองว่ายังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอยู่ เช่นช่างตัดผม,พนักงานขับรถ,ช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า,ช่างซ่อมโทรศัพท์ มากกว่าสิ่งใดๆคือแรงงานส่วนมากหากไม่มีความขยันหรือการใฝ่เรียนรู้ ก็จะไม่มีทักษะความชำนาญและโอกาสที่จะมีงานทำก็น้อยตามไปด้วย

 

ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก คาสิโนออนไลน์ฝากขั้นต่ำ 100