โฆษกกรุงเทพฯแจงแล้วเหตุใดจึงทำการปิดกรุงเทพฯไม่ได้ 

        จากสถานการณ์ที่ตอนนี้เชื้อไวรัสโคโรน่ากำลังแพร่ระบาดโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครซึ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้ออยู่เป็นจำนวนมากนั้นหลายฝ่ายได้ออกมาบอกแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดโดยให้ทำตามประเทศอื่นๆอย่างเช่นประเทศอิตาลี  ที่ทำการปิดประเทศไปเลยเพื่อป้องกันไม่ให้คนเข้าคนออกและจะสามารถหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้รวมถึงบางคนก็แนะนำให้ทำการปิดกรุงเทพฯโดยให้มีการกำหนดเคอร์ฟิว ไม่ให้ประชาชนออกมานอกบริเวณบ้านจะออกมาได้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นต้องการออกมาซื้อสินค้า หรือออกไปโรงพยาบาลเท่านั้น

โดยหวังว่าวิธีการนี้จะช่วยไม่ให้ไวรัสโคโรน่ามีการแพร่ระบาดและสามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาด ลงได้แต่ทางโฆษกของออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องของการปิดกรุงเทพฯว่าไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากว่าทางผู้ว่าราชการกรุงเทพฯเองก็ไม่ได้มีอำนาจที่จะสามารถสั่งตรวจการหรือสั่งปิดกรุงเทพฯได้นั่นเองรวมถึงหากสมมุติว่าทำได้จริงๆมีการปิดกรุงเทพฯ ได้จริงๆ

อาจจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดีขึ้นได้เพราะว่าหากมีการปิดกรุงเทพฯจริงเชื่อว่าประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯเมื่อไม่มีงานทำว่าจะพากันเดินทางกลับจังหวัดของตนเองและนั่นเองจะเป็นการนำเชื้อไวรัสโคโรน่าจากที่แพร่ระบาดอย่างหนักเฉพาะในเขตกรุงเทพฯออกไปแพร่ระบาดที่ต่างจังหวัดแทนซึ่งจะเป็นการขยายพื้นที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสให้มากขึ้นยิ่งกว่าเดิมและจะทำให้ควบคุมการแพร่ระบาดได้ยากดังนั้นวิธีการที่จะให้ปิดกรุงเทพฯหรือจะให้ปิดประเทศเลยจึงเป็นไปได้ยากยิ่ง ซึ่งในเบื้องต้นเรารู้อยู่แล้วว่าการแพร่ระบาดมักจะแพร่ระบาดตรงบริเวณที่มีคนไปชุมนุมรวมกันหนาแน่น

และการแพร่ระบาดเกิดจากการที่เราสัมผัสกันไม่ได้ติดต่อผ่านทางระบบหายใจดังนั้นวิธีการที่จะหยุดยั้งการแพร่ระบาดเบื้องต้นได้ก็คือให้ทุกคนเว้นระยะห่างแก่กันไม่สัมผัสโดนตัวกันและขอความร่วมมือทุกคนในการงดจัดงานหรือกิจกรรมต่างๆที่จะเป็นงานรวมคนหมู่มากมาอยู่ด้วยกันเช่นงดงานแต่งหรืองดงานบวชเป็นการชั่วคราวไปก่อนโดยในเบื้องต้นทางรัฐบาลเองก็ได้มีการประกาศ ร่วมมือสถานบันเทิงสนามมวยและสถานที่อื่นๆอีกมากมายที่เราเล็งเห็นแล้วว่าจะเป็นศูนย์รวมของคนจำนวนมากมาอยู่รวมกันให้ปิดทำการชั่วคราวไปก่อนเพื่อที่จะได้เป็นการหยุดยั้

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าได้เป็นการรักษาเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นทางโฆษกกรุงเทพฯได้ออกมาบอกร่วมกับนายแพทย์ว่าที่จริงแล้วถ้าหากมีผู้ป่วยที่อาการหนักก็มียาตัวนึงที่ได้รับมาจากทางบริษัทญี่ปุ่นนำมาให้คนป่วยได้กินก็จะสามารถรักษาเธอโลกนี้ได้เพียงแต่ว่ายานี้จะให้เฉพาะกับผู้ป่วยที่มีอาการเท่านั้นสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่มีการรักษาตามอาการไปก่อนดังนั้นทางที่ดีที่สุดในการที่จะหยุดยั้งการแพร่ระบาดในช่วงนี้ก็คือการกักตนเองอยู่ในบริเวณบ้านและหมั่นล้างมือให้สะอาดไปบ่อยๆ 

 

 

ขอขอบคุณ  ทางเข้า Ufabet168  ที่ให้การสนับสนุน

จับได้แล้ว ชาย 4 คนที่ก่อเหตุอุ้มคนออกไปจากวัดกลางวันแสกๆ

   ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งได้ทำการแชร์ข้อความลงเฟสบุ๊กส่วนตัวเล่าเรื่องราวของพี่ชายของตนเองที่ไปงานบวชเพื่อนอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในเขต ตลิ่งชัน และในขณะที่กำลังร่วมงานบวชอยู่ดีดีก็มีผู้ชายจำนวน 4-5 คน ได้ขับรถเข้ามาในบริเวณวัดตรงที่มีการจัดงานบวช แล้วหลังจากนั้นก็ได้นำปืนที่เตรียมมายิงขึ้นฟ้า และเมื่อทุกคนภายในงานกำลังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกชายทั้งสี่คนก็นำตัวพี่ชายของตนพาไปขึ้นรถที่ขับมาในครั้งแรกขับออกไป

หลังจากนั้นผ่านไปสักพัก ชายทั้งสี่คนก็นำพี่ชายของตนมาส่งในสภาพที่เรียกได้ว่าถูกซ้อมมาหนักมาก ทั้งหน้าแตก เลือดอาบและยังมีการข่มขู่ตนและคนในครอบครัวห้ามแจ้งความอีกด้วย โดยบอกว่าจะจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้เป็นจำนวนเงิน สี่หมื่นบาท ซึ่งเมื่อเรื่องราวได้เผยแพร่ออกไปก็สร้างความหวาดกลัวให้กับคนที่ได้อ่านข่าวกันเป็นจำนวนมากว่านี่คือกลางวัน และนี่คือกรุงเทพ

ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อนที่ไหนที่จะต้องเอาปืนมาขู่บังคับใครก็ได้พาขึ้นแล้วแล้วนำตัวไปซ้อมแล้วปล่อยออกมา ซึ่งหลังจากที่เป็นข่าวดังก็ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามจับตัวคนร้ายได้ 4 คนยังเหลืออีก 1 คนที่ยังจับตัวมาไม่ได้พร้อมกับมีพยานหลักฐานเป็นทั้งคนในงานที่เห็นเหตุการณ์และคลิปวีดิโอที่มีการถ่ายเอาไว้ได้

ซึ่งทั้งสี่คนให้การรับสารภาพ โดยเล่าว่าตนเองมางานบวชเพื่อนเหมือนกันและทราบข่าวมาว่าคนที่ตนจับตัวไปทำร้ายนั้น กำลังจะหาคนมาทำร้ายพวกตน ดังนั้นพวกตนจึงได้ชิงลงมือก่อนเพราะมีอาวุธติดตัวมาด้วย ซึ่งถือว่าเป็นความเข้าใจผิดกัน เมื่อพวกตนซ้อมชายคนดังกล่าวแล้ว จึงได้รู้ว่าญาติของชายคนดังกล่าวได้ไปทำการแจ้งความเอาไว้ จึงได้นำชายคนดังกล่าวมาส่งคืนโดยนำมาทิ้งไว้ที่

สน. เขตตลิ่งชัน และมาถูกตามจับกุมได้ ซึ่งชายทั้งสี่คนอ้างว่าเป็นการเข้าใจผิดกันเท่านั้น และพร้อมจะรับผิดชอบด้วยการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้ ซึ่งทางผู้เสียหายเองก็ได้ออกมาบอกว่าไม่ได้รู้จักกับเหล่าชายทั้ง 4-5 คนที่ได้มาหาเรื่องซ้อมตนมาก่อนและระหว่างทางที่พวกนี้พาไปทำร้าย คนเหล่านี้ก็เอาผ้าคลุมหัว และใส่กุญแจมือและพากันรุมทำร้ายโดยไม่ถามอะไรก่อนเลย จึงยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเพราะไม่ควรมีใครมีอภิสิทธิ์ขนาดที่อยากจะทำร้ายใครก็เอาปืนมจี้ไปกระทืบแบบนี้ไม่ได้

 

 

สนับสนุนโดย  gclub

เดนนรกของแท้ ฆ่ายกครัว พ่อแม่ลูกแล้วยังข่มขืนศพอีก

          จากรายงานข่าวของต่างประเทศ มีข่าวที่สร้างความสุดสะเทือนใจให้กับคนอ่านอย่างมาก โดยรายงานข่าวแจงว่ามีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่งประกอบไปด้วย พ่ออายุ 35 ปี  แม่อายุ 30 ปี  ลูกชายวัย 4 ขวบ ลูกสาววัยสามขวบ และคนสุดท้องวัยเพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย โดยคนร้ายชื่อ นาย นศิรุดดิน อายุ  38 ปี ได้บุกเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง

ซึ่งอาศัยอยู่ด้วยกัน 5 คน พ่อแม่ลูก โดยนาย นศิรุดดิน ได้บุกเข้าไปใช้ก้อนหินทุบคนเป็นพ่อก่อนจนเสียชีวิต หลังจากนั้น ก็ฆ่าคนเป็นแม่ และลูกน้อยวัย 4 เดือน โดยหลังจากที่ฆ่าแม่ของเด็กๆแล้ว นาย นศิรุดดิน ก็ได้ทำการข่มขืนศพเป็นเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง โดยรายงานข่าวแจ้งว่า นาย นศิรุดดิน ได้มีการวางแผนมาแล้ว เพราะมีการเสพสารกระตุ้นมาก่อนที่จะมาลงมือและที่สำคัญได้เตรียมถุงยางอนามัยมาด้วย

ซึ่งหลังจากที่ข่มขืนศพคนเป็นแม่ ยังมาข่มขืนลูกสาวอายุ 3 ขวบอีกด้วย และใช้ก้อนหินทุบลูกชายอายุ 4 ขวบ  จากการตรวจประวัติของ นาย นศิรุดดิน พบว่าเป็นโรคจิต   คลั่งการมีเซ็กส์ ชื่นชอบการมีเซ็กส์กับศพ โดยระหว่างที่มีการข่มขืนศพก็ได้มีการถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้ด้วย ซึ่งทาง นาย นศิรุดดิน ฆาตกรโรคจิตรายนี้ยังได้บอกกับตำรวจด้วยว่า เขาได้ถ่ายคลิปเอาไว้และได้ส่งให้น้องสะใภ้ดู 

          ไม่ได้มีรายงานข่าวที่แน่ชัดว่าคนที่แจ้งความจับจะเป็นน้องสะใภ้ที่ได้เห็นคลิปนี้หรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามจับกุมฆาตกรโรคจิตรายนี้ได้เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2562 ที่ผ่านมาโดยเหตุการณ์สุดสะเทือนใจนี้มีมาตั้งแต่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 แล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตามจับกุมฆาตกรโรคจิตนี้ได้ที่บ้านพัก ซึ่งเขาก็รับสารภาพทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว  ตามรายงานข่าวยังระบุอีกว่า ฆาตกรรายนี้ ไม่ได้กระทำการแบบนี้เป็นครั้งแรก แต่เขายังก่อคดีลักษณะคล้ายๆกันแบบนี้มานับไม่ถ้วน ทั้งที่ รัฐหรยาณา  นครเดลี และรัฐเบงกอลตะวันตก

          ในประเทศอินเดีย มีเหตุการณ์ฆ่ากันแบบโหดเหี้ยมออกมาไม่เว้นแต่ละวัน ผู้คนต่างมีจิตใจที่โหดร้าย อันที่จริงญาติของ นาย นศิรุดดินควรจะรู้อยู่แล้วว่านาย นศิรุดดิน เป็นคนมีนิสัยเช่นไร  น่าที่จะพาไปรักษากับทางโรงพยาบาล ไม่ควรปล่อยให้ออกมาก่อเหตุที่โหดเหี้ยมแบบนี้ได้ และไม่ใช่ที่อินเดียเท่านั้น ที่มีเหตุการณ์ที่น่ากลัวแบบนี้ ประเทศไทยเองก็มีเหตุการณ์ฆ่ากันตายทุกวัน ดังนั้น เราควรสังเกตพฤติกรรมคนรอบข้างเขาเราด้วยว่าเขามีความผิดปกติหรือไม่ จะได้พาไปรักษาได้ทันท่วงที

 

 

สนับสนุนโดย  sagame

กระบะไม่มีน้ำใจขับรถไม่หลบรถฉุกเฉิน

กระบะไม่มีน้ำใจขับรถไม่หลบรถฉุกเฉินทำผู้ป่วยไปโรงพยาบาลไม่ทันเสียชีวิตบนรถฉุกเฉิน

           สังคมไทยทุกวันนี้เป็นสังคมที่แล้งน้ำใจ อย่างที่เราได้เห็นตามข่าวทุกวันนี้ซึ่งล่าสุดว่ามีคลิปวีดีโอที่กำลังแชร์กันอยู่ในขณะนี้ เกี่ยวกับรถกระบะคันนึงวิ่งบนถนนจังหวัดเชียงใหม่ขับรถอยู่ด้านหน้ารถของโรงพยาบาลโดยมีการเปิดขอไฟฉุกเฉินทำกับมีการบีบแตรขอทางแต่รถกระบะคันข้างหน้าดังกล่าวยังคงไม่สนใจขับต่อไปเรื่อยๆบนถนนโดยมีรถพยาบาลวิ่งตามหลังจึงเป็นสาเหตุให้ในที่สุดผู้ป่วยที่นอนอยู่บนรถพยาบาลฉุกเฉินเสียชีวิตโดยยังไปไม่ถึงโรงพยาบาลเนื่องจากว่ารถกระบะคันดังกล่าวมีการรถของทางโรงพยาบาลทำให้รถทางโรงพยาบาลไม่สามารถที่จะใช้ความเร็วพาผู้ป่วยไปส่งถึงโรงพยาบาลได้ทันท่วงทีได้สำหรับเคสนี้ฉันป่วยพบปัญหาเกี่ยวกับการเลือดออกในสมอง

          เมื่อเช้าเน็ตไม่เห็นคลิปวีดีโอดังกล่าวที่กำลังมีการแชร์กันอยู่ตอนนี้ทำให้หลายคนเกิดอาการไม่พอใจเนื่องจากว่ารถกระบะคันดังกล่าวให้รถของโรงพยาบาลได้วิ่งต่อไปก่อนผู้ป่วยที่นอนอยู่รถฉุกเฉินของโรงพยาบาลก็อาจจะไม่เสียชีวิตเพราะถึงมือหมอได้ทันท่วงที 

          หลายคนได้ออกมาต่อว่ารถกระบะคันดังกล่าว เกี่ยวกับความไม่มีน้ำใจในการขับรถบนท้องถนนสิ่งที่สำคัญปัจจุบันประเทศไทยได้มีการออกกฎหมายเกี่ยวกับการขับรถนำหน้ารถฉุกเฉินรถกู้ภัยต่างๆแม้แต่รถของโรงพยาบาลหากมีการเปิดขอไฟฉุกเฉินจำเป็นจะต้องมีการหลบเข้าข้างทางเพื่อให้รถเรานั้นผ่านไปก่อนซึ่งการกระทำของรถกระบะในครั้งนี้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายญาติของผู้เสียชีวิตสามารถทำการแจ้งความจำเจ้าของรถกระบะให้ติดคุกได้โดยจะไม่พบเห็นที่ว่ากระบะจงใจไม่หลบรถโรงพยาบาลถือว่าเป็นหลักฐานชั้นดีในการที่จะเอาผิดคนคนขับรถกระบะ 

         อย่างไรก็ดีเหตุการณ์ที่เกิดเหมือนในคลิปในครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่เคยมีเกิดมาแล้วก่อนหน้านี้แล้วก็มีการออกข่าวเป็นขาวดังใหญ่โตซึ่งมีนักกฎหมายไม่ออกมาบอกเกี่ยวกับกฎหมายที่ห้ามขับรถขวางหน้ารถก็ถือว่ามีความผิดสามารถทั้งติดคุกแล้วก็ถูกเรียกเก็บค่าปรับได้ปัจจุบันก็ยังมีการทำความผิดแบบนี้อีกเนื่องจากเกิดจากความเห็นแก่ตัวของผู้ใช้รถใช้ถนน 

      ยังไงก็ดีหวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นอุทาหรณ์ไม่เคยโดนหลายๆคน ที่ขับรถยนต์บนท้องถนนหัดมีน้ำใจให้กับรถคันอื่นหากเขาเปิดไฟขอทาง เพราะบางครั้งเขาอาจจะต้องรีบไปด้วยคำจำเป็นเหมือนกับเคสนี้ที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล เพื่อพาผู้ป่วยฉุกเฉินไปหาหมอแต่น่าเสียเพราะความเห็นแก่ตัวของกระบะทำให้คนป่วยต้องมาเสียชีวิตในครั้งนี้

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์ เล่นยังไง

คนขับรถไฟป่วยติดโควิด-19 ตายชาวบ้านพากันต่อว่าเมีย

คนขับรถไฟป่วยติดโควิด-19 ตายชาวบ้านพากันต่อว่าเมีย ทำเมียพ้อมีแต่คนรักเกียจ

           ปัจจุบันยอดผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เยอะขึ้น ซึ่งมีผู้เสียชีวิตคาที่ 16 เป็นเจ้าหน้าที่ทางการรถไฟมีหน้าที่ขับรถไฟก็มีอาการป่วยวันแรกแล้วไปพบหมอที่โรงพยาบาลในวันที่ 16 มีนาคม ซึ่งคุณหมอแจ้งเคลมว่าป่วยธรรมดาแล้วให้ยามาทานหลังจากนั้นวันที่ 21 มีนาคมผู้ป่วยก็เดินทางกลับไปทำงานตามปกติแต่หลังจากที่กินยาจากทางโรงพยาบาลเข้าไปแล้วอาการไม่ดีขึ้นวันที่ 31 มีนาคม

ผู้ป่วยมีอาการทรุดหนักมากขึ้นเหนื่อยหอบจึงได้มีการส่งตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้วทางโรงพยาบาลจึงได้มีการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19ทำให้พบว่าผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19และได้ทำการเข้ารักษาตัวจนถึงวันที่ 2 เมษายนผู้ป่วยก็เสียชีวิต

          หลังจากที่ผู้ป่วยเสียชีวิตลงแล้วชาวบ้านต่างพากันต่อว่าครอบครัวของผู้เสียชีวิตเนื่องจากว่ามีการปกปิดอาการป่วยโดยชาวบ้านเกรงว่าจะมีการแพร่เชื้อให้กับคนในหมู่บ้านซึ่งภรรยาของผู้เสียชีวิตได้บอกว่าหลังจากที่ชาวบ้านรู้ว่าสามีของตนเองป่วยด้วยอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19ทุกคนก็พากันรังเกียจครอบครัวและพากันมาต่อว่าเป็นจำนวนมากเนื่องจากว่าหลายคนเข้าใจว่าผู้เสียชีวิตรายที่ 16 นี้เสียชีวิตเนื่องจากว่าไปดูมวยที่สนามมวยลุมพินีมาโดยทางภรรยาของผู้เสียชีวิตยืนยันว่าคนตายไม่เคยไปเที่ยวที่ไหนและไม่เคยไปสนามมวยลุมพินีมาก่อน

ซึ่งขณะที่่เล่าให้นักข่าวฟังไป ภรรยาของผู้เสียชีวิตเล่าไปก็ร้องไห้ไปด้วย โดยทางภรรยาของผู้เสียชีวิตยังเล่าอีกว่าทางผู้เสียชีวิตเองตอนที่มีอาการป่วยนั้นก็ไม่ทราบว่าตนเองป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพราะไม่เคยเดินทางไปที่ไหนนอกจากบ้านกับที่ทำงานเท่านั้น และหลังจากที่รู้ว่ามีการติดเชื้อไวรัสคนในบ้านก็พากักกับตัวเองอยู่แต่ในบ้านทันที  ทางด้านลูกชายของผู้เสียชีวิตเล่าว่าในวันที่ไปรับศพของพ่อนั้นมีหลายคนทราบว่าตนเองเป็นลูกชายคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19แล้วเสียชีวิตคนที่ทราบเรื่องต่างก็พากันมองด้วยสายตารังเกียจจึงทำให้ครอบครัวของตนเองรู้สึกเสียใจมาก  

ปัจจุบันได้มีการนำศพของผู้เสียชีวิตที่ป่วยด้วยการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปเผาเรียบร้อยแล้วที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตออกไม่ระบุชื่อวัดเนื่องจากว่าจะมีผลกระทบต่อวัดเพราะถ้าหากชาวบ้านรู้ว่าวัดไหนรับของศพของผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19ก็อาจจะรังเกียจวัดได้   ซึ่งอันที่จริงแล้ว ไม่ควรจะไปรังเกียจครอบครัวของผู้ติดเชื้อเพราะเชื้อแพร่ได้จากการที่ต้องอยู่ใกล้กันในระยะ 100 เมตรเท่านั้น 

          

ขอบคุณ  บาคาร่า sa gaming  ที่ให้การสนับสนุน

นักทฤษฏีสมคบคิดได้สันนิษฐาน

นักทฤษฏีสมคบคิดได้สันนิษฐานจากข้อมูลงานวิจัยอินเดียและการรับประทานซุปค้างคาว

ผู้หญิงประเทศจีนที่กำลังกินซุปค้างคาว

ได้มีการคาดเดาว่ามนุษย์นั้นได้รับเชื้อไวรัสโควิด-2019ได้มาจากค้างคาวในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถที่จะแน่ใจได้อย่างชัดว่าโควิด-19นั้นได้มาจากแหล่งใดและแม้จากที่มีการเปรียบเทียบลำดับทางพันธุ์กรรมของไวรัสในสกูลเบต้าไวรัสที่ได้แสดงความคล้ายคลึงกับไวรัสโคโรน่าในค้างคาวถึง96%แต่จากการวิจัยล่าสุดสามารถที่จะระบุได้ว่าโควิด-2019นั้นได้มีข้อมูลทางพันธุ์กรรมเดียวกันกับไวรัสติดตัวนิ่ม

ซึ่งก็ได้มีความคล้ายคลึงกันถึงประมาณ99%แต่ในคนส่วนใหญ่แล้วก็ยังมีการเชื่อว่าโควิด-19นั้นได้แพร่กระจายไปยังมนุษย์หลังจากที่มีคนกินค้างคาวที่ได้มีการติดเชื้อเข้าไปและหนึ่งในนั้นก็คือสาวชาวจีนWang Mengyunหลังจากที่มีการปรากฏฤทธิ์ของเธอในขณะที่เธอนั้นกำลังได้กินซุปค้างคาวที่ได้อ้างว่าได้มีการเกิดขึ้นที่ในภัตตาแห่งหนึ่งที่ืเมืองอู่ฮั่นในประเทศจีน

ซึ่งได้เป็นแหล่งที่กำเนิดของเชื้อไวรัสของโควิด-19และคลิปของเธอนั้นก็ได้มีการถูกวิจารณ์ไปอย่างหนักว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของการแพร่ระบาดจากคนไปสู่คนจนได้กลายมาเป็นภารกิจอยู่ในขณะนี้Wang Mengyunก็ได้ออกมายอดรับว่าเธอนั้นคือบุคคลที่อยู่ในคลิปนั้นจริงๆแต่เธอนั้นก็ยังได้บอกอีกว่าการที่เธอนั้นได้รับประทานซุปค้างคาวได้เกิดขึ้นเมื่อในปี2016

ซึ่งมันก็ได้เกิดขึ้นเมื่อ3ปีก่อนก่อนที่ไวรัสโควิด-19จะมาปรากฏขึ้นและมันก็ได้มีการเกิดขึ้นที่เกาะปาเลาซึ่งได้อยู่นอกเขตแดนของประเทศจีนโดยเธอนั้นยังได้บอกอีกว่าเธอไม่ทราบความอันตรายของการกินค้างคาวและในระหว่างการถ่ายทำเธอก็ไม่ได้รู้จักไวรัสชนิดนี้และก็ยังเพื่อจะมารู้เมื่อไม่นานนี่เอง

บุคคลหรือกลุ่มที่ไม่รู้จักบางคน สร้างCOVID-19ขึ้นจากHIV

 ทฤษฏีสมคบคิดนี้ก็ได้ถูกเสนอโดยกลุ่มนักวิจัยชาวอินเดียโดยที่นักวิจัยดังกล่าวได้ระบุว่าไวรัสโควิด-19มีความคล้ายคลึงกับไวรัสHIVที่ได้เริ่มติดต่อสู่มนุษย์ครั้งแรกเมื่อประมาณปี1930 ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่มีลักษณธทางพันธุ์กรรมที่ไกล้เคียงกับไวรัสกอโรคในลิงโดยพวกเขาได้บอกว่าด้วยความคล้ายคลึงระหว่างโควิด-19กับHIVสิ่งนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญและมันก็น่าจะเพียงพอที่จะช่วยพิสูจน์ได้ว่ามีคนดัดแปลงHIV

เพื่อสร้างไวรัสตัวใหม่ขึ้นมาพวกเขาได้มีการวิจัยที่ได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ลงในเว็บไซต์ที่ชื่อว่าbioRxivที่จัดตั้งในห้องปฏิบัติการCSHซึ่งในหน้าที่โดยการรวบรวมในงานวิจัยของสาขาชีวิตวิทยาของงานวิจัยจากทั่วโลกเพราะว่ากลุ่มววิจัยชาวอินเดียไม่ได้พูดชื่อของผู้ที่อยู่เบี้องหลังดังนั้นจึงไม่มีใครทราบของผู้ที่สร้างโควิด-2019ขึ้นมาอย่างไรก็ตามงานวิจัยดังกล่าวก็ได้ทำให้เกิดการถกเถียงกันอย่างรุนแรงก่อนที่กลุ่มนักวิจัยชาวอินเดียจะเก็บคืนงานวิจัยนี้ออกไป

 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 900

จากวิศวกรเครื่องบินเปลี่ยนมาเป็นช่างล้างแอร์

        มีเรื่องเล่าที่ชวนน่าชื่นชมสำหรับหนุ่มวิศวกรคนหนึ่งซึ่งเคยมีอาชีพเป็นวิศวกรของสายการบินดังมีเงินเดือนในแต่ละเดือนหลักแสนบาทขึ้นไป แต่เนื่องจากสภาวะวิกฤตของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส Corona ทำให้วิศวกรหนุ่มคนนี้ต้องผันตนเองจากวิศวกรของสายการบินมาเป็นช่างแอร์เพื่อที่จะได้นำเงินไปหาเลี้ยงครอบครัว โดยนักข่าวได้มีการไปขอสัมภาษณ์วิศวกรคนดังกล่าวซึ่งเขาให้ข้อมูลว่าในช่วงแรกๆนั้นทางสายการบินมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการลดจำนวนเงินเดือนและการลดจำนวนการทำงานของพนักงานลงซึ่งแรกๆเขาได้ลดจำนวนการทำงานเหลือเดือนละ 15 วัน

แต่ต่อมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าที่ยังไม่ดีขึ้นทั้งสายการบินจึงเจอวิกฤตทางด้านสภาพคล่องทางการเงินทำให้จากที่เคยทำงานเดือนละ 15 วันลดลงมาเหลือเดือนละแค่วันถึง 2 วันเท่านั้นยอดเงินที่เคยได้หลักแสนก็ลดตามลงไปด้วยซึ่งเขาเองก็ต้องหาเลี้ยงครอบครัวไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ภรรยาและเขายังมีลูกน้อยอีกคนดังนั้นเขาจึงต้องหาวิธีที่จะช่วยพยุงตนเองและครอบครัวให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปให้ได้

โดยเขาตั้งใจจะไปเป็นพนักงาน Grab Food แต่เนื่องจากตัวเขาเองไม่ชำนาญเส้นทางจึงไม่สามารถ ทำงาน Grab Food ได้ บังเอิญว่าได้มีเพื่อนทำอาชีพล้างแอร์อยู่เมื่อปรึกษาเพื่อนแล้วเพื่อนชวนมาทำอาชีพล้างแอร์ตนเองจึงได้มาลองทำดูซึ่งผลปรากฏว่าสร้างรายได้ให้กับตนเองได้พอสมควรเพราะแต่ละวันสามารถล้างแอร์ได้ 7-8 เครื่องโดยคิดค่าล้างแอร์เครื่องละ 350 บาทและยิ่งช่วงนี้พนักงานล้างแอร์ค่อนข้างหายากเพราะแต่ละคนก็กลัวการติดเชื้อไวรัสโคโรนาจึงไม่ค่อยมีใครมาล้างแอร์ทำให้รายได้ของเขายิ่งดีโดยเฉลี่ยแล้วมีรายได้เข้ามาแต่ละเดือนอยู่ที่ประมาณ 8 หมื่นกว่าบาท

ทำให้เขาพอจะมีเงินไปช่วยเหลือหาเลี้ยงครอบครัวได้ซึ่งช่วงนี้ก็มีการจัดโปรโมชั่นหากบ้านไหนล้างแอร์เกิน 3 ตัวจะคิดเหลือตัวละ 300 บาทเท่านั้นและในตอนนี้คิวการล้างแอร์ของเขาก็เต็มจนถึงเดือนพฤษภาคมเลยทีเดียว

       สำหรับเรื่องนี้น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับหลายๆคนที่อาจจะเคยมีรายได้สูงแต่เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันอาจจะทำให้ต้องตกงานหรือไม่มีงานทำในช่วงนี้จึงไม่ควรที่จะมาเกี่ยงงานว่าเป็นงานที่น่าอายหรือเป็นงานที่ได้เงินน้อยเพราะไม่เช่นนั้นคุณก็จะไม่มีเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการใช้ในแต่ละวันแต่หากคุณไม่เกี่ยงงานแล้วคุณอาจจะได้ยอดเงินเพียงพอกับปริมาณเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิมจากที่เคยทำในปกติก็ได้ดังนั้นช่วงนี้ไม่ว่าเป็นงานอะไรก็ควรจะรีบทำไปก่อนเพื่อที่จะได้มีรายได้มาเลี้ยงครอบครัวและตัวเองจนกว่าประเทศไทยจะมีการผ่านพ้นวิกฤตช่วงนี้ไปได้

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฟรี 100

สาวใหญ่นั่งรถไฟจากนครสวรรค์มาพิษณุโลกเพื่อชิงทอง หาเลี้ยงลูก

        เกิดเหตุการณ์ที่จังหวัดพิษณุโลกเมื่อมีสาวใหญ่คนหนึ่งทำทีเดินเข้าไปในร้านทองแล้วขอซื้อทองโดยเลือกทองที่น้ำหนัก 1 สลึงเจ้าของร้านส่งสร้อยทองคำให้ดูก็รีบวิ่งหนีออกจากร้านทองทันทีโชคดีที่มีพลเมืองดีแถวนั้นช่วยจับคนร้ายไม่ได้ซึ่งจากการให้สัมภาษณ์ของเจ้าของร้านทองแจ้งว่าในช่วงที่เปิดร้านมีหญิงสาวรูปร่างท้วมเดินเข้ามาในร้านแล้วขอซื้อสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 สลึง

ซึ่งทางเจ้าของล้างเองก็คอยสังเกตอาการของลูกค้าที่เดินเข้ามาอยู่แล้วว่ามีอาการแปลกๆแต่เห็นว่าราคาทองคำไม่ได้สูงมากนักเจ้าของร้านจึงได้หยิบสร้อยคอทองคำส่งให้ดูหลังจากที่หญิงสาวคนดังกล่าวรับสร้อยทองคำไปแล้วก็วิ่งออกจากร้านไปทันทีหลังเจ้าของร้านจึงได้ตะโกนให้คนด้านนอกร้านด้วย  ซึ่งก็มีประชาชนที่เดินซื้อข้าวของอยู่บริเวณหน้าร้านพากันวิ่งตามไปและสามารถจับตัวคนร้ายไว้ได้

       ส่วนทางด้านคนร้ายได้ให้กับปากทางไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนเองเดินทางมาจากจังหวัดนครสวรรค์มีลูกมาด้วย 2 คนคนนึงอายุ 15 ปีและอีกคนนึงอายุ 12 ปีเนื่องจากแต่เดิมนั้นเธอมีอาชีพขอทานเลี้ยงลูกแต่เนื่องจากตอนนี้มีปัญหาเกี่ยวกับสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรน่าระบาดจึงทำให้ไม่มีประชาชนออกมาให้ทานเธอจึงต้องเดินทางหาเงินเลี้ยงลูกด้วยตัวเองโดยตัดสินใจนั่งรถไฟฟ้าจากนครสวรรค์ซึ่งรถขบวนที่เธอมานั่งมานั้นเป็นรถไฟฟรีเมื่อลงที่สถานีพิษณุโลกเธอจึงได้ก่อเหตุวิ่งกระชากสร้อยโดยหวังว่าจะเอาสร้อยนั้นไปขายเพื่อจะเอาเงินไปลงทุนเปิดร้านขายผักหาเงินมาเลี้ยงลูกทั้งสองคน 

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเองกำลังทำการประสานงานตรวจสอบว่าสาวใหญ่คนดังกล่าวมีญาติพี่น้องอยู่ที่ไหนหรือไม่เพื่อที่จะได้ตามตัวญาติพี่น้องให้มารับเด็ก 2 คนไปอยู่ด้วยแต่ถ้าหากว่าสาวใหญ่ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเด็กทั้งสองคนจะถูกส่งไปที่สถานดูแลรับเลี้ยงเด็กส่วนตัวสาวใหญ่เองทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งเรื่องไปดำเนินคดีในข้อหาวิ่งราวต่อไปซึ่งในเบื้องต้นข้อมูลที่สาวใหญ่ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเรื่องของการนั่งรถไฟฟรีจากนครสวรรค์มาถึงพิษณุโลกนั้นตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นความจริง

         ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ทุกคนต่างมีปัญหาชีวิตด้วยกันทั้งนั้นโดยเฉพาะในเรื่องของเงินที่จะใช้ในการครองชีพในแต่ละวันแต่การทำผิดกฎหมายด้วยกันกระชากขโมยทรัพย์สินของคนอื่นมาเป็นของตนเองนั้นก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเหมือนกัน การกระทำในครั้งนี้ก็ของคนเป็นแม่เองก็ต้องติดคุกส่วนลูกๆก็ต้องจากแม่ไปอยู่กับคนอื่นดังนั้นนี่จึงเป็นอุทาหรณ์ให้หลายๆคนคิดให้รอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจออกเหตุขโมยทรัพย์สินของคนอื่นเพราะถ้าหากถูกตำรวจจับได้แล้วคุณจะไม่สามารถแก้ตัวอะไรได้เลย

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี

สยองขนหัวลุก เมื่อกระบะลากศพมาทิ้งที่ปั๊มน้ำมัน 

    เหตุการณ์ในครั้งนี้ต่างก็พากันยกเห็นกันมากเพราะมันเป็นภาพที่น่ากลัวมาก เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งอยู่ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เหตุการณ์ในครั้งนี้มีคนเห็นว่ามีรถกระบะคันนึงเข้ามาจอดในปั๊มน้ำมันเมื่อจอดเสร็จแล้วเขาก็ถอยรถ ซึ่งคนที่เห็นเหตุการณ์นั้นยืนยันว่าคนขับรถกระบะเมื่อถอยรถเสร็จแล้วก็ยังมาก็มองอยู่ที่ใต้ท้องรถว่ามีอะไรติดอยู่ที่ใต้ท้องรถหรือเปล่า  และเมื่อมองตัดแล้วก็ขึ้นรถกระบะแล้วขับออกไป ซึ่งตอนที่รถกระบะคันดังกล่าวขับออกไปก็ไม่มีใครคิดอะไร แต่หลังจากนั้นคนในปั๊มน้ำมันก็มองเห็นว่ามีศพนอนอยู่ในพื้นที่ของบริเวณปั๊มน้ำมัน

วันนี้เติมน้ำมันเต็มถังสาเหตุว่าศพมาจากไหนและมาได้อย่างไรซึ่งเมื่อมองดูแล้วพบว่ามีรอยลากศพมาตั้งแต่ทางเข้าปั๊มน้ำมันจนมาจอดรถที่หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นภายในบริเวณปั๊ม และยังพบว่ามีรอยลากศพออกไปประสบเกิดหลุดออกมาก่อน ซึ่งมีการสันนิษฐานว่าศพดังกล่าวติดมากับใต้ท้องรถ 

ซึ่งคนที่ขับลากศพมาพ่ออาจจะไม่รู้เหมือนกันว่ามีศพติดมาอยู่ในใต้ท้องรถ จากการตรวจสอบศพของไทยคนดังกล่าวพบว่าสภาพศพไม่มีหัว และบริเวณลำตัวก็ร่างกายแหลกเหลว ร่างกายถูกลากร่างมาถึง 49 กิโลเมตร ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นทางกล้องวงจรปิดภายในปั้มสามารถจับภาพเหตุการณ์ดังกล่าวเอาไว้ได้ ซึ่งเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่รถกระบะวิ่งเข้ามาภายในปั้มน้ำมันและมาจอดที่หน้าร้านสะดวกซื้อ เสร็จแล้วก็มีการก้มมองท้ายรถหลังจากนั้นก็เดินขึ้นรถ พอรถออกตัวจะเห็นว่ามีศพร่วงลงมาและยังมีลักษณะเหมือนกับว่าล้อรถด้านหลังยังทับศพอีกรอบด้วย  และยังเห็นด้วยว่ามีรอยเลือดขับเข้ามาตามทางด้วย

           ซึ่งทางนักข่าวได้ลงไปคุยกับพนักงานปั้มซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณตีสามโดยคนที่เห็นเหตุการณ์ทุกคนต่างก็พากันผวา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็มีการย้อนไทม์ไลน์ดูพบว่า ช่วงเวลาตีสองสิบหน้า พบว่าตรงบริเวณถนน มิตรภาพ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีคนขับรถเก๋งชนคนเดินเท้าซึ่งเป็นผู้ชาย

แล้วกระบะขับตามหลังแล้วรถกระบะอาจจะเกี่ยวร่างผู้เสียชีวิตติดมาด้วย ซึ่งรถกระบะลากมาถึงปั้มเป็นระยะทางถึง 49 กิโล ซึ่งต่างก็มีการสันนิฐานกันว่า รถกระบะอาจจะไม่รู้ว่ามีศพติดมากับใต้ท้องรถ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามรถเก๋งคันทีชนคนมาเพื่อทำการสอบสวนอีกครั้ง

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  Jetsadabet

Update สถานการณ์อาการของคนที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

 ในปัจจุบันที่สถานการณ์ของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ายังไม่ได้บรรเทาลงหลายฝ่ายจึงมีการแนะนำการป้องกันตัวเองเบื้องต้นให้กับประชาชนด้วยการใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆรวมถึงให้รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆแต่ถึงแม้ว่าหลายคนจะออกมาปฏิบัติตามแบบนี้แล้วแต่ก็ยังได้รับการแพร่เชื้อไวรัสโคโรน่าเข้าสู่ร่างกายได้ซึ่งจากการสำรวจพบว่าในตอนนี้ สถานการณ์ของผู้ติดเชื้อ ไวรัสโคโรน่ามีเพิ่มมากขึ้นโดยล่าสุดสามารถพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าภายในวันเดียวถึง 60 รายด้วยกัน เมื่อวานนี้มีการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าวันเดียว 35 ราย

ซึ่งเมื่อวานก็ถือว่าเยอะมากแล้วแต่มาในวันนี้กลับพบมากถึง 60 รายซึ่งเพิ่มมากเป็น 2 เท่าของเมื่อวานเลยทีเดียว ซึ่งจากการให้ข้อมูลของทางกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาบอกว่าในกลุ่มผู้ป่วย 60 รายที่ค้นพบใหม่ในวันนี้นั้นเราสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มโดยกลุ่มแรกผู้ติดเชื้อได้มีการติดมาจากผู้ป่วยที่เคยป่วยอยู่แล้วเนื่องจากอาจจะมีการใกล้ชิดหรือสัมผัสกัน อีกกลุ่มนึงคือกลุ่มที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศที่ใหม่ๆซึ่งในกลุ่มนี้พบว่ามีผู้ป่วยทั้งสิ้น 17 ราย 60 ราย สำหรับผู้ป่วย 60 รายที่พบขึ้นมาใหม่นี้ส่วนใหญ่

จะพบว่าติดมาจากสถานบันเทิงและติดมาจากสถานที่เป็นจุดอับไม่ใช่สถานที่โปร่งลมไม่พัดผ่านก็จะทำให้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเส้นทางกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาแถลงการณ์ว่าผู้ป่วยที่พบในปัจจุบันนี้พบว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่ามากที่สุดติดมาจากสถานบันเทิง  กลุ่มที่ติดลงมาคือมาจากสนามมวย และพบว่าหลายคนติดมาจากผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงแต่ไม่ยอมที่จะกักกันตัวเองจึงได้นำเชื้อไวรัสมาแพร่ระบาดให้กับคนอื่น ปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยเป็นจำนวนมากที่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแต่ผู้ป่วยที่มีอาการหนักจนต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมีเพียงแค่ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

และอีก 80 เปอร์เซ็นต์เป็นผู้ป่วยที่สามารถที่จะไปรักษาตนเองที่บ้านได้เพียงแค่มารับยาที่โรงพยาบาลดังนั้นอยากจะให้ประชาชนได้ช่วยกันตรวจสอบตัวเองและคนใกล้เคียงว่าหากเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะมีเชื้อไวรัสโคโรน่าให้พยายามกัดตัวเองอยู่ที่บ้านอย่าตามใจตัวเองด้วยการเดินทางออกจากบ้านไปท่องเที่ยวที่ไหนเมื่อกักตัวเองครบ 14 วันแล้วแล้วไม่มีอาการอะไรก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติได้เพราะปัจจุบันนี้เราจะพบว่าคนที่ติดเชื้อไวรัสส่วนใหญ่มักจะติดเชื้อไวรัสมาจากเพื่อนหรือคนใกล้ชิดที่เขาป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแต่เขาไม่รู้ว่าตัวเองมีเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ในร่างกาย

เพราะว่าเชื้อโรคยังไม่แสดงอาการจึงได้ไปแพร่ให้กับคนอื่นโดยที่ผู้ป่วยเองก็ไม่รู้ตัวจนเมื่อมีอาการแสดงออกว่าตัวเองมีไข้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้วถึงไปทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลซึ่งก่อนหน้านั้นก็แพร่เชื้อไวรัสโคโรน่าให้กับคนใกล้เคียงหรือว่าคนอื่นๆอีกมากมายไปแล้ว กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าการป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาไม่ได้อันตรายถึงแก่ชีวิตสามารถรักษาให้หายได้ดังนั้นประชาชนไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกมากจนเกินไป 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  Gclub ฟรี 500