Month: พฤศจิกายน 2020

แม่ค้าขายมะม่วงลูกละ50บาท

เป็นเรื่องดังในโลกโซเชียลขณะนี้เรื่องที่แม่ค้าคนหนึ่งได้ขายมะม่วงและผลไม้ต่างๆในตอนแรกคนที่ถูกหลอกนั้นเห็นว่าตรงร้านนั้นได้ติดป้ายไว้ว่ามะม่วง 1 ลูกเหรอ 1 ถุงราคา 20 บาท

คนที่ถูกหลอกจะได้เดินเข้าไปหาแม่ค้าและขอซื้อมะม่วง 1 ถุงพร้อมกับใส่พริกเกลือ แต่พอจะรับถุงแม่ค้าก็บอกว่า 50 บาทแล้วก็บอกว่าจะ 50 บาทได้ยังไงในเมื่อป้ายนี้อยากได้ว่าถุงละ 20 บาทแม่ค้าบอกว่าถ้าเกิดว่ามะม่วงที่ซื้อนั้นเป็นมะม่วงที่ผลเล็กจะคิดราคาเพียงแค่ 20 บาทเท่านั้นแต่มะม่วงผลที่ใส่ให้ในถุงของลูกค้าที่ตกเป็นเหยื่อนี้นั้นมะม่วงผลใหญ่แม่ค้าจึงคิดราคา 50 บาทมะม่วงราคา 30 บาท

และพริกกับเกลืออีก 20 บาทรวมกันเป็น 50 บาทหลังจากนั้นลูกค้าจะได้บอกว่าถ้างั้นไม่เอาแล้วเพราะราคาไม่ตรงปกหลังจากนั้นแม่ค้าก็บอกว่าไม่ได้ยังไงก็ต้องจ่ายราคา 50 บาทเนื่องจากได้ทำการปอกมะม่วงเรียบร้อยแล้วดังนั้นทางลูกค้าก็ต้องจ่าย ทางลูกค้าจนต้องจำใจจะต้องจ่ายแต่หลังจากที่เธอกลับบ้านไปเธอได้ไปโพสเรื่องราวที่เธอได้พบในวันนี้หลังจากที่เรื่องราวของแม่ค้าที่ขายมะม่วงลูกละ 50 บาท

นั้นถูกแชร์ออกไปในโลกโซเชียลวันต่อมาเมื่อทีมนักข่าวได้ไปที่นั่นเพื่อที่จะถามและสัมภาษณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้นก็ได้พบว่าแม่ค้าคนนั้นได้หนีไปขายที่อื่นแล้วแต่ทางนักข่าวก็ไม่ยอมแพ้และได้ไปถามกับวินมอเตอร์ไซค์แถวๆนั้นได้เรื่องมาว่า ตัวเองก็โดนเหมือนกันคือจะมีผู้ชายกับผู้หญิง 2 คน ขายผลไม้ผ่านมาแถวนี้ทุกๆวันหลังจากนั้นมีอยู่วันนึงวินมอเตอร์ไซค์จิ๋วนึงได้ไปซื้อมะม่วงกับคนขายผลไม้

เพราะเห็นว่ามะม่วงน้ำปลาหวานราคาแค่ 20 บาทจึงได้ไปซื้อแต่เมื่อไปซื้อแม่ค้าดันบอกว่าราคา 50 บาททางวินมอเตอร์ไซค์บอกว่าจะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อป้ายก็ชี้ๆอยู่ว่าราคา 20 บาทหาแม่ค้าก็บอกว่าตนได้คิดราคามะม่วง 30 บาทเนื่องจากมะม่วงผลใหญ่มากเพราะถ้าคนเล็กก็จะคิดราคาแค่ 20 บาทแต่มีผลใหญ่จึงคิดราคา 30 บาท

คิดค่าน้ำปลาหวานอีก 20 บาทรวมๆเป็น 50 บาทหลังจากนั้นวินก็บอกว่าไม่ซื้อยกเลิกแม่ค้าก็บอกว่าซื้อต้องจ่ายเพราะว่าตนได้ปอกเปลือกมะม่วงไปเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นวินมอเตอร์ไซค์ก็จำเป็นที่จะต้องทำใจจ่ายเงินให้กับแม่ค้าอ้อนก็ได้เสียความรู้สึกมากแล้ว

ก็ไม่เคยซื้อของจากร้านนั้นอีกเลยแต่ต้นก็ไม่ได้โพสต์ใน Facebook เหมือนกับที่ลูกค้าคนนี้ทำแต่ก็ต้องขอบคุณลูกค้าคนนี้ที่ไปโพสต์เรื่องราวให้ทุกคนได้รู้อย่างนั้นทุกคนก็จะได้รู้ว่าเดี๋ยวนี้คนหลายคนก็เริ่มมาหลอกคนด้วยกันเองแล้ว 

 

ขอบคุณผู้ที่ให้การสนับสนุนโดย    ทดลองเล่นบาคาร่า

หนุ่มส่งข้าวเดือดร้อน

หนุ่มขับรถส่งข้าวกล่องโอด  สั่งซื้อข้าวร้านโคตรไกลแต่ให้เวลาส่งไม่ถึงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายยกเลิกรายการที่สั่ง ถามยังนี้ใครรับผิดชอบ

            จากกรณีที่มีการแชร์ข้อความของหนุ่มขับรถส่งอาหารของบริษัทรับส่งของดังบริษัทหนึ่ง โดยระบุว่าตนเองขับรถอยู่แถวเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ลูกค้าอยู่แถวบางใหญ่โทรมาสั่งข้าวกล่องร้านอาหารแถวข้าวสาร ซึ่งคนกรุงเทพจะรู้ดีอยู่แล้วว่าถนนเส้นนั้นรถติดมากมาย ซึ่งพนักงานก็รับรายการและรีบขี่รถจักรยานยนต์มาซื้อให้ ซึ่งลูกค้าก็สั่งในปริมาณหลายกล่องและยังบอกให้ขอน้ำจิ้มเพิ่มอีกด้วย

แต่หลังจากที่สั่งไม่นาน คนที่สั่งก็ไลน์กลับมาหาพนักงานส่งข้าวว่าหากเกิน 20.00 น. แล้วยังมาไม่ถึงก็ไม่ต้องเอาข้าวมาส่งเพระจะไม่อยู่รอรับ ต้องออกไปทำงาน ซึ่งเวลาที่ลูกค้าคนดังกล่าวสั่งคือเวลา 19.39 ซึ่งไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลยที่จะสามารถซื้อข้าวหลายกล่องแล้วไปส่งจากข้าวสารไปบางใหญ่ทันไม่ในเวลาไม่กี่นาที

เพราะนอกจากพนักงานจะต้องฝ่ารถติดแล้วยังต้องรอคิวร้านทำข้างกล่องอีกหลายกล่องซึ่งก็ใช้เวลานานหลายนาทีอยู่แล้ว และกว่าจะฝ่ารถติดจากข้าวสารไปบางใหญ่อีกอย่างน้อยๆคงใช้เวลาเป็นชั่วโมงแต่ลูกค้ารายนี้กลับให้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะทำได้ทัน ซึ่งเมื่อเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ พนักงานส่งอาหารก็ต้องจ่ายเงินเอง เมื่อมีการแชร์ข้อความนี้ออกไป

คนในสังคมโซเชียวก็พากันรุมด่าคนทีสั่งอาหารเพราะทุกคนที่ได้อ่านข้อความต่างก็มั่นใจว่าคนที่สั่งอาหารนี้ไม่ได้ต้องการจะกินข้าวจริงๆแต่ต้องการที่จะแกล้งพนักงานส่งข้าวเท่านั้น เพราะทุกคนต่างก็รู้กันดีว่าระยะทางไกลขนาดนั้นไม่สามารถเดินทางได้ทันตามที่ลูกค้าต้องการได้อยู่แล้ว

และต่างก็พากันสงสารพนักงานรวมถึงมาโพสต์ข้อความให้กำลังใจพนักงานกันอย่างล้นหลาม และต่อมาพนักงานคนเดิมก็ออกมาโพสต์เพิ่มว่า อาหารที่สั่งมาแล้วลูกค้าไม่เอานั้น เขาได้นำไปให้กับคนเร่ร่อนกินหมดแล้ว  เพื่อเป็นการทำบุญไปในตัวดีกว่านำเข้าไปทิ้งเพราะเอามากินเองก็กินไม่หมดตั้งหลายกล่องจึงนำมาทำบุญดีกว่า ส่วนใครที่พยายามหาข้อมูลของลูกค้าคนดังกล่าวก็ขอร้องว่าไม่ต้องหาข้อมูลมาแชร์ เพราะเรื่องก็ผ่านไปแล้ว

            ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ ทางบริษัทรับส่งของควรมีมาตรการที่ดีกว่านี้เพื่อไม่ให้พนักงานที่ทำงานต้องมาเดือดร้อนเพราะเหตุการณ์แบบนี้ไม่ได้มีครั้งแรกบางคนหาลูกค้าไม่เจอทำให้ต้องเสียเงินซื้อของมาให้ลูกค้าฟรีๆ หวังว่านี่จะเป็นบทเรียนให้บริษัทส่งของนำไปปรับปรุงการให้บริการ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ufabet

คนไข้ปกปิดข้อมูลความเสี่ยงโควิด-19

คนไข้ปกปิดข้อมูลความเสี่ยงโควิด-19 รักษาเสร็จสุดท้ายสารภาพ หมอเดือดร้อนต้องกักตัว 14 วัน

    มีเรื่องเล่าจากคุณหมอที่จะนำมาเล่าให้ประชาชนทุกคนได้ฟังและตระหนักความสำคัญเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างที่จะนำมาซึ่งความเสี่ยงในการที่จะติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ซึ่งคุณหมอท่านนี้อัณฑะทําหน้าที่เป็นหมอฟันไม่ได้มีผลอะไรกับการรักษาเชื้อไวรัสโควิด-19เลย  แต่ท่านต้องมาเสี่ยงต้องถูกกักตนเองอยู่แต่ในบริเวณบ้านนั่นก็เพราะว่าผู้ป่วยไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลอันเป็นจริงเหตุการณ์ในครั้งนี้คุณหมอฟันท่านนี้ได้เล่าให้ฟังว่า

ไม่ใช่คนหนึ่งมีอาชีพขับรถแท็กซี่ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลด้วยอาการปวดเมื่อยตัวและปวดหัวและปวดฟันโดยใช้ขับแท็กซี่ยืนยันต้องการขอพบแพทย์ที่รักษาฟันเพราะต้องการถอนฟันเบื้องต้นพยาบาลได้มีการซักประวัติว่ามีเคยไปในจุดที่มีความเสี่ยงในการที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือเคยรับผู้โดยสารแถวสนามมวยลุมพินี

หรือไม่ซึ่งแท็กซี่คนดังกล่าวได้มีการปฏิเสธตลอดพร้อมกับยืนยันว่ามีการสวมใส่หน้ากากอนามัยเป็นอย่างดีขนาดที่มีการขับรถแท็กซี่พยาบาลจึงได้ส่งตัวไปพบกับทันตแพทย์เนื่องจากเห็นว่าคนขับรถแท็กซี่มีอาการฟันเป็นน้ำหนองจำเป็นจะต้องถอนฟันให้ด่วนและสาเหตุที่เป็นไข้และปวดเมื่อยตัวปวดหัวนั้นน่าจะมาจากการที่ปวดฟันนั่นเองเมื่อทันตแพทย์ได้รับตัวคนขับรถแท็กซี่มาตรวจก็มีการซักประวัติอีกครั้งเพื่อลดความเสี่ยงในการที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19โดยทางแท็กซี่เองก็ยืนยันคำตอบเดิมก็ไม่เคยไปในจุดเสี่ยง

มาก่อนทางทันตแพทย์จึงได้ลงมือทำการถอนฟันให้เนื่องจากเป็นเคสเร่งด่วนเพราะตอนนี้ฟันมีหนองแล้วแต่หลังจากที่คุณหมอได้มีการถอนฟันให้กับแท็กซี่เรียบร้อยแล้วนั้น  แท็กซี่กลับมาสารภาพให้ฟังว่าเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมเขาเพิ่งรับผู้โดยสารตากสนามมวยลุมพินีมาซึ่งทางรัฐบาลได้มีการประกาศหาตัวคนขับแท็กซี่ที่ไปรับลูกค้าแถวสนามมวยลุมพินีไปตรวจสอบ

โดยเพื่อนของเขาถูกกักตัวอยู่บ้านกันหมดยกเว้นเขาคนเดียวที่ไม่ได้ถูกกัดตัวหลังจากนั้นเขาก็ยังคงทำงานขับรถแท็กซี่โดยไม่ได้หยุดพักจนมีอาการปวดฟันจึงมาหาหมอแต่ก่อนที่จะมาเขารู้สึกว่าเขาปวดเมื่อยเนื้อตัวและเป็นไข้เมื่อคุณหมอจะได้ทราบเรื่องก็พาส่งตัวไปตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19ทันทีและไม่นานผลตรวจก็ออกมาพบว่าแท็กซี่คนดังกล่าวติดเชื้อไวรัสโควิด-19ซึ่งเป็นเหตุให้คุณหมอและพยาบาลที่ได้สัมผัสกับแท็กซี่รายนี้ถูกสั่งกักตัวให้อยู่แต่บ้านทันทีเป็นระยะเวลา 14 วันรวมถึงจะต้องมีการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 

ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าหากแท็กซี่คนดังกล่าวไม่เห็นแก่ตัวเองเราข้อมูลที่เป็นจริงให้กับทางหมอและพยาบาลได้รับทราบแต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบุคลากรทางการแพทย์ที่ควรจะได้ดูแลผู้ป่วยรายอื่นก็ต้องถูกกักตัวอยู่แต่ที่บ้านเพราะเป็นความเสี่ยงมากเกินไปที่จะปล่อยให้มารักษาคนไข้คนอื่นๆ

ซึ่งนี่ถือว่าเป็นอุทาหรณ์สำหรับประชาชนทุกคนที่ควรจะรู้เอาไว้ว่าไม่ควรมีการปกปิดข้อมูลเราไปในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงมาเพื่อจะได้ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนโดยเฉพาะหมอและพยาบาลที่ต้องมีหน้าที่ดูแลคนไข้คนอื่นๆอีกมากมาย 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet

เด็ก 4 เดือนเสียชีวิตจากสาเหตุกะโหลกยุบ 

    มีเหตุการณ์เศร้าสลดเกิดขึ้นกับครอบครัวครอบครัวหนึ่งซึ่งได้มีการแชร์ภาพการฝังศพของหลานอายุเพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้นซึ่งในการในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ผู้สื่อข่าวได้ลงไปสอบถามแม่ของเด็กที่อยู่ในจังหวัดสระบุรีให้การว่าตัวเองมีอาชีพค้าขายไม่สะดวกที่จะต้องดูแลลูกและสามีก็ต้องคอยช่วยงานพร้อมทั้งสามียังต้องคอยดูแลแม่ที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ทำให้ไม่มีเวลาดูแลลูกดังนั้นเธอจึงได้มีการประกาศลง Facebook

ตามหาคนที่จะรับเป็นพี่เลี้ยงเด็กโดยมีหญิงสาวคนหนึ่งทัก Facebook มาอ้างว่าตนเองอายุ 23 ปีและกำลังมีลูกเช่นเดียวกันสามารถรับเป็นพี่เลี้ยงเด็กได้โดยคิดค่าเลี้ยงเด็กเดือนละ 6,000 บาทซึ่งเธอได้ส่งเด็กไปอยู่กับพี่เลี้ยงคนดังกล่าวและในทุกๆวันเธอจะมีการโทรศัพท์รวมถึง Video Call ให้เห็นวาดรูปของเธอเป็นอยู่อย่างไรโดยเธอเริ่มส่งรูปให้ไปอยู่กับพี่เลี้ยงเด็กเมื่อประมาณต้นเดือนที่ผ่านมา

ซึ่งก่อนที่เธอจะนำรูปไปให้พี่เลี้ยงเด็กเลี้ยงนั้นเธอได้ไปดูสภาพความเป็นอยู่ของพี่เลี้ยงแล้วพบว่าเป็นบ้านที่มีการอยู่แบบมีสติสะอาดสะอ้านและที่สำคัญมีเด็กซึ่งพี่เลี้ยงเด็กอ้างว่าเป็นลูกของตนเองทำให้เธอวางใจนำลูกมาให้พี่เลี้ยงเด็กคนดังกล่าวเลี้ยงแต่ต่อมาพอประมาณวันที่ 13 เดือนมีนาคมพี่เลี้ยงเด็กก็โทรมาบอกว่าเด็กไม่สบายต้องการขอเงินพาเด็กไปหาหมอถึงจะโอนเงินให้พี่เลี้ยงเด็กเป็นเงิน 500บาท หลังจากนั้นประมาณวันที่ 22 สามีของเธอจึงได้ไปเยี่ยมลูกที่บ้านของพี่เลี้ยงเด็กคนดังกล่าว

ซึ่งสามีได้กลับมาเล่าให้เธอฟังว่าสภาพของลูกมีอาการตัวผอมเล็กมากและลูกก็มีอาการเหม่อลอยดูไม่ค่อยตอบสนองราคาเท่าไหร่หลังจากนั้นเธอจึงได้เดินทางไปดูลูกอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 26 มีนาคมซึ่งระหว่างที่เธอเดินทางไปนั้นแฟนของพี่เลี้ยงเด็กได้โทรมาบอกเธอว่าไม่ต้องให้มาที่บ้านแต่ให้ไปเจอกันที่โรงพยาบาลเลยเพราะว่าเด็กไม่สบายและไม่หายใจทุกคนกำลังพาเด็กไปหาหมอที่โรงพยาบาลเธอจึงได้ตามพวกพี่เลี้ยงเด็กไปที่โรงพยาบาลและเมื่อไปถึงคุณหมอก็บอกว่าลูกชายของเธอไม่หายใจแล้วซึ่งตัวพี่เลี้ยงเด็กและสามีได้บอกว่าที่เด็กไม่หายใจนั้นน่าจะเกิดจากเด็กสำลักข้าว

เพราะหลังจากเด็กสำลักข้าวพวกเขาก็พาเด็กมาหาหมอทันทีแต่เธอได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลทำการตรวจชันสูตรพลิกศพให้ซึ่งพระคุณหมอยืนยันออกมาแล้วว่าเด็กขาดอากาศหายใจจริงแต่ที่ศีรษะของเด็กมีร่องรอยการยุบลงไปเหมือนกับว่ามีของแข็งมากระแทกที่หัวของเด็กเมื่อตนเองทราบเรื่องจึงได้แจ้งความที่สถานีตำรวจ

เพื่อให้ดำเนินคดีกับพี่เลี้ยงเด็กและสามีทันทีหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำจึงทำให้รู้ว่าพี่เลี้ยงเด็กได้แกว่งเปลของเด็กแรงเกินไปจนทำให้เด็กหล่นจากเปลแล้วหัวกระแทกพื้นจึงเป็นเหตุให้หัวสมองของเด็กยุบลงไปแต่ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อจึงต้องรอหาหลักฐานและผลการพิสูจน์ต่อไปเพื่อที่จะได้นำที่เลี้ยงเด็กมาดำเนินคดีให้ได้ 

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย   ทางเข้าufabet168