Month: เมษายน 2020

จากวิศวกรเครื่องบินเปลี่ยนมาเป็นช่างล้างแอร์

        มีเรื่องเล่าที่ชวนน่าชื่นชมสำหรับหนุ่มวิศวกรคนหนึ่งซึ่งเคยมีอาชีพเป็นวิศวกรของสายการบินดังมีเงินเดือนในแต่ละเดือนหลักแสนบาทขึ้นไป แต่เนื่องจากสภาวะวิกฤตของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส Corona ทำให้วิศวกรหนุ่มคนนี้ต้องผันตนเองจากวิศวกรของสายการบินมาเป็นช่างแอร์เพื่อที่จะได้นำเงินไปหาเลี้ยงครอบครัว โดยนักข่าวได้มีการไปขอสัมภาษณ์วิศวกรคนดังกล่าวซึ่งเขาให้ข้อมูลว่าในช่วงแรกๆนั้นทางสายการบินมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการลดจำนวนเงินเดือนและการลดจำนวนการทำงานของพนักงานลงซึ่งแรกๆเขาได้ลดจำนวนการทำงานเหลือเดือนละ 15 วัน

แต่ต่อมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าที่ยังไม่ดีขึ้นทั้งสายการบินจึงเจอวิกฤตทางด้านสภาพคล่องทางการเงินทำให้จากที่เคยทำงานเดือนละ 15 วันลดลงมาเหลือเดือนละแค่วันถึง 2 วันเท่านั้นยอดเงินที่เคยได้หลักแสนก็ลดตามลงไปด้วยซึ่งเขาเองก็ต้องหาเลี้ยงครอบครัวไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ภรรยาและเขายังมีลูกน้อยอีกคนดังนั้นเขาจึงต้องหาวิธีที่จะช่วยพยุงตนเองและครอบครัวให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปให้ได้

โดยเขาตั้งใจจะไปเป็นพนักงาน Grab Food แต่เนื่องจากตัวเขาเองไม่ชำนาญเส้นทางจึงไม่สามารถ ทำงาน Grab Food ได้ บังเอิญว่าได้มีเพื่อนทำอาชีพล้างแอร์อยู่เมื่อปรึกษาเพื่อนแล้วเพื่อนชวนมาทำอาชีพล้างแอร์ตนเองจึงได้มาลองทำดูซึ่งผลปรากฏว่าสร้างรายได้ให้กับตนเองได้พอสมควรเพราะแต่ละวันสามารถล้างแอร์ได้ 7-8 เครื่องโดยคิดค่าล้างแอร์เครื่องละ 350 บาทและยิ่งช่วงนี้พนักงานล้างแอร์ค่อนข้างหายากเพราะแต่ละคนก็กลัวการติดเชื้อไวรัสโคโรนาจึงไม่ค่อยมีใครมาล้างแอร์ทำให้รายได้ของเขายิ่งดีโดยเฉลี่ยแล้วมีรายได้เข้ามาแต่ละเดือนอยู่ที่ประมาณ 8 หมื่นกว่าบาท

ทำให้เขาพอจะมีเงินไปช่วยเหลือหาเลี้ยงครอบครัวได้ซึ่งช่วงนี้ก็มีการจัดโปรโมชั่นหากบ้านไหนล้างแอร์เกิน 3 ตัวจะคิดเหลือตัวละ 300 บาทเท่านั้นและในตอนนี้คิวการล้างแอร์ของเขาก็เต็มจนถึงเดือนพฤษภาคมเลยทีเดียว

       สำหรับเรื่องนี้น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับหลายๆคนที่อาจจะเคยมีรายได้สูงแต่เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันอาจจะทำให้ต้องตกงานหรือไม่มีงานทำในช่วงนี้จึงไม่ควรที่จะมาเกี่ยงงานว่าเป็นงานที่น่าอายหรือเป็นงานที่ได้เงินน้อยเพราะไม่เช่นนั้นคุณก็จะไม่มีเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการใช้ในแต่ละวันแต่หากคุณไม่เกี่ยงงานแล้วคุณอาจจะได้ยอดเงินเพียงพอกับปริมาณเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิมจากที่เคยทำในปกติก็ได้ดังนั้นช่วงนี้ไม่ว่าเป็นงานอะไรก็ควรจะรีบทำไปก่อนเพื่อที่จะได้มีรายได้มาเลี้ยงครอบครัวและตัวเองจนกว่าประเทศไทยจะมีการผ่านพ้นวิกฤตช่วงนี้ไปได้

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฟรี 100

สาวใหญ่นั่งรถไฟจากนครสวรรค์มาพิษณุโลกเพื่อชิงทอง หาเลี้ยงลูก

        เกิดเหตุการณ์ที่จังหวัดพิษณุโลกเมื่อมีสาวใหญ่คนหนึ่งทำทีเดินเข้าไปในร้านทองแล้วขอซื้อทองโดยเลือกทองที่น้ำหนัก 1 สลึงเจ้าของร้านส่งสร้อยทองคำให้ดูก็รีบวิ่งหนีออกจากร้านทองทันทีโชคดีที่มีพลเมืองดีแถวนั้นช่วยจับคนร้ายไม่ได้ซึ่งจากการให้สัมภาษณ์ของเจ้าของร้านทองแจ้งว่าในช่วงที่เปิดร้านมีหญิงสาวรูปร่างท้วมเดินเข้ามาในร้านแล้วขอซื้อสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 สลึง

ซึ่งทางเจ้าของล้างเองก็คอยสังเกตอาการของลูกค้าที่เดินเข้ามาอยู่แล้วว่ามีอาการแปลกๆแต่เห็นว่าราคาทองคำไม่ได้สูงมากนักเจ้าของร้านจึงได้หยิบสร้อยคอทองคำส่งให้ดูหลังจากที่หญิงสาวคนดังกล่าวรับสร้อยทองคำไปแล้วก็วิ่งออกจากร้านไปทันทีหลังเจ้าของร้านจึงได้ตะโกนให้คนด้านนอกร้านด้วย  ซึ่งก็มีประชาชนที่เดินซื้อข้าวของอยู่บริเวณหน้าร้านพากันวิ่งตามไปและสามารถจับตัวคนร้ายไว้ได้

       ส่วนทางด้านคนร้ายได้ให้กับปากทางไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนเองเดินทางมาจากจังหวัดนครสวรรค์มีลูกมาด้วย 2 คนคนนึงอายุ 15 ปีและอีกคนนึงอายุ 12 ปีเนื่องจากแต่เดิมนั้นเธอมีอาชีพขอทานเลี้ยงลูกแต่เนื่องจากตอนนี้มีปัญหาเกี่ยวกับสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรน่าระบาดจึงทำให้ไม่มีประชาชนออกมาให้ทานเธอจึงต้องเดินทางหาเงินเลี้ยงลูกด้วยตัวเองโดยตัดสินใจนั่งรถไฟฟ้าจากนครสวรรค์ซึ่งรถขบวนที่เธอมานั่งมานั้นเป็นรถไฟฟรีเมื่อลงที่สถานีพิษณุโลกเธอจึงได้ก่อเหตุวิ่งกระชากสร้อยโดยหวังว่าจะเอาสร้อยนั้นไปขายเพื่อจะเอาเงินไปลงทุนเปิดร้านขายผักหาเงินมาเลี้ยงลูกทั้งสองคน 

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเองกำลังทำการประสานงานตรวจสอบว่าสาวใหญ่คนดังกล่าวมีญาติพี่น้องอยู่ที่ไหนหรือไม่เพื่อที่จะได้ตามตัวญาติพี่น้องให้มารับเด็ก 2 คนไปอยู่ด้วยแต่ถ้าหากว่าสาวใหญ่ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเด็กทั้งสองคนจะถูกส่งไปที่สถานดูแลรับเลี้ยงเด็กส่วนตัวสาวใหญ่เองทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งเรื่องไปดำเนินคดีในข้อหาวิ่งราวต่อไปซึ่งในเบื้องต้นข้อมูลที่สาวใหญ่ให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเรื่องของการนั่งรถไฟฟรีจากนครสวรรค์มาถึงพิษณุโลกนั้นตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นความจริง

         ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ทุกคนต่างมีปัญหาชีวิตด้วยกันทั้งนั้นโดยเฉพาะในเรื่องของเงินที่จะใช้ในการครองชีพในแต่ละวันแต่การทำผิดกฎหมายด้วยกันกระชากขโมยทรัพย์สินของคนอื่นมาเป็นของตนเองนั้นก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องเหมือนกัน การกระทำในครั้งนี้ก็ของคนเป็นแม่เองก็ต้องติดคุกส่วนลูกๆก็ต้องจากแม่ไปอยู่กับคนอื่นดังนั้นนี่จึงเป็นอุทาหรณ์ให้หลายๆคนคิดให้รอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจออกเหตุขโมยทรัพย์สินของคนอื่นเพราะถ้าหากถูกตำรวจจับได้แล้วคุณจะไม่สามารถแก้ตัวอะไรได้เลย

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  เล่นบาคาร่าออนไลน์ฟรี

สยองขนหัวลุก เมื่อกระบะลากศพมาทิ้งที่ปั๊มน้ำมัน 

    เหตุการณ์ในครั้งนี้ต่างก็พากันยกเห็นกันมากเพราะมันเป็นภาพที่น่ากลัวมาก เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งอยู่ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เหตุการณ์ในครั้งนี้มีคนเห็นว่ามีรถกระบะคันนึงเข้ามาจอดในปั๊มน้ำมันเมื่อจอดเสร็จแล้วเขาก็ถอยรถ ซึ่งคนที่เห็นเหตุการณ์นั้นยืนยันว่าคนขับรถกระบะเมื่อถอยรถเสร็จแล้วก็ยังมาก็มองอยู่ที่ใต้ท้องรถว่ามีอะไรติดอยู่ที่ใต้ท้องรถหรือเปล่า  และเมื่อมองตัดแล้วก็ขึ้นรถกระบะแล้วขับออกไป ซึ่งตอนที่รถกระบะคันดังกล่าวขับออกไปก็ไม่มีใครคิดอะไร แต่หลังจากนั้นคนในปั๊มน้ำมันก็มองเห็นว่ามีศพนอนอยู่ในพื้นที่ของบริเวณปั๊มน้ำมัน

วันนี้เติมน้ำมันเต็มถังสาเหตุว่าศพมาจากไหนและมาได้อย่างไรซึ่งเมื่อมองดูแล้วพบว่ามีรอยลากศพมาตั้งแต่ทางเข้าปั๊มน้ำมันจนมาจอดรถที่หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่นภายในบริเวณปั๊ม และยังพบว่ามีรอยลากศพออกไปประสบเกิดหลุดออกมาก่อน ซึ่งมีการสันนิษฐานว่าศพดังกล่าวติดมากับใต้ท้องรถ 

ซึ่งคนที่ขับลากศพมาพ่ออาจจะไม่รู้เหมือนกันว่ามีศพติดมาอยู่ในใต้ท้องรถ จากการตรวจสอบศพของไทยคนดังกล่าวพบว่าสภาพศพไม่มีหัว และบริเวณลำตัวก็ร่างกายแหลกเหลว ร่างกายถูกลากร่างมาถึง 49 กิโลเมตร ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นทางกล้องวงจรปิดภายในปั้มสามารถจับภาพเหตุการณ์ดังกล่าวเอาไว้ได้ ซึ่งเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่รถกระบะวิ่งเข้ามาภายในปั้มน้ำมันและมาจอดที่หน้าร้านสะดวกซื้อ เสร็จแล้วก็มีการก้มมองท้ายรถหลังจากนั้นก็เดินขึ้นรถ พอรถออกตัวจะเห็นว่ามีศพร่วงลงมาและยังมีลักษณะเหมือนกับว่าล้อรถด้านหลังยังทับศพอีกรอบด้วย  และยังเห็นด้วยว่ามีรอยเลือดขับเข้ามาตามทางด้วย

           ซึ่งทางนักข่าวได้ลงไปคุยกับพนักงานปั้มซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณตีสามโดยคนที่เห็นเหตุการณ์ทุกคนต่างก็พากันผวา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองก็มีการย้อนไทม์ไลน์ดูพบว่า ช่วงเวลาตีสองสิบหน้า พบว่าตรงบริเวณถนน มิตรภาพ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีคนขับรถเก๋งชนคนเดินเท้าซึ่งเป็นผู้ชาย

แล้วกระบะขับตามหลังแล้วรถกระบะอาจจะเกี่ยวร่างผู้เสียชีวิตติดมาด้วย ซึ่งรถกระบะลากมาถึงปั้มเป็นระยะทางถึง 49 กิโล ซึ่งต่างก็มีการสันนิฐานกันว่า รถกระบะอาจจะไม่รู้ว่ามีศพติดมากับใต้ท้องรถ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามรถเก๋งคันทีชนคนมาเพื่อทำการสอบสวนอีกครั้ง

 

Update สถานการณ์อาการของคนที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

 ในปัจจุบันที่สถานการณ์ของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ายังไม่ได้บรรเทาลงหลายฝ่ายจึงมีการแนะนำการป้องกันตัวเองเบื้องต้นให้กับประชาชนด้วยการใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆรวมถึงให้รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆแต่ถึงแม้ว่าหลายคนจะออกมาปฏิบัติตามแบบนี้แล้วแต่ก็ยังได้รับการแพร่เชื้อไวรัสโคโรน่าเข้าสู่ร่างกายได้ซึ่งจากการสำรวจพบว่าในตอนนี้ สถานการณ์ของผู้ติดเชื้อ ไวรัสโคโรน่ามีเพิ่มมากขึ้นโดยล่าสุดสามารถพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าภายในวันเดียวถึง 60 รายด้วยกัน เมื่อวานนี้มีการพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าวันเดียว 35 ราย

ซึ่งเมื่อวานก็ถือว่าเยอะมากแล้วแต่มาในวันนี้กลับพบมากถึง 60 รายซึ่งเพิ่มมากเป็น 2 เท่าของเมื่อวานเลยทีเดียว ซึ่งจากการให้ข้อมูลของทางกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาบอกว่าในกลุ่มผู้ป่วย 60 รายที่ค้นพบใหม่ในวันนี้นั้นเราสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มโดยกลุ่มแรกผู้ติดเชื้อได้มีการติดมาจากผู้ป่วยที่เคยป่วยอยู่แล้วเนื่องจากอาจจะมีการใกล้ชิดหรือสัมผัสกัน อีกกลุ่มนึงคือกลุ่มที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศที่ใหม่ๆซึ่งในกลุ่มนี้พบว่ามีผู้ป่วยทั้งสิ้น 17 ราย 60 ราย สำหรับผู้ป่วย 60 รายที่พบขึ้นมาใหม่นี้ส่วนใหญ่

จะพบว่าติดมาจากสถานบันเทิงและติดมาจากสถานที่เป็นจุดอับไม่ใช่สถานที่โปร่งลมไม่พัดผ่านก็จะทำให้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเส้นทางกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาแถลงการณ์ว่าผู้ป่วยที่พบในปัจจุบันนี้พบว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่ามากที่สุดติดมาจากสถานบันเทิง  กลุ่มที่ติดลงมาคือมาจากสนามมวย และพบว่าหลายคนติดมาจากผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงแต่ไม่ยอมที่จะกักกันตัวเองจึงได้นำเชื้อไวรัสมาแพร่ระบาดให้กับคนอื่น ปัจจุบันพบว่ามีผู้ป่วยเป็นจำนวนมากที่มีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแต่ผู้ป่วยที่มีอาการหนักจนต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมีเพียงแค่ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

และอีก 80 เปอร์เซ็นต์เป็นผู้ป่วยที่สามารถที่จะไปรักษาตนเองที่บ้านได้เพียงแค่มารับยาที่โรงพยาบาลดังนั้นอยากจะให้ประชาชนได้ช่วยกันตรวจสอบตัวเองและคนใกล้เคียงว่าหากเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะมีเชื้อไวรัสโคโรน่าให้พยายามกัดตัวเองอยู่ที่บ้านอย่าตามใจตัวเองด้วยการเดินทางออกจากบ้านไปท่องเที่ยวที่ไหนเมื่อกักตัวเองครบ 14 วันแล้วแล้วไม่มีอาการอะไรก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติได้เพราะปัจจุบันนี้เราจะพบว่าคนที่ติดเชื้อไวรัสส่วนใหญ่มักจะติดเชื้อไวรัสมาจากเพื่อนหรือคนใกล้ชิดที่เขาป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแต่เขาไม่รู้ว่าตัวเองมีเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ในร่างกาย

เพราะว่าเชื้อโรคยังไม่แสดงอาการจึงได้ไปแพร่ให้กับคนอื่นโดยที่ผู้ป่วยเองก็ไม่รู้ตัวจนเมื่อมีอาการแสดงออกว่าตัวเองมีไข้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้วถึงไปทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลซึ่งก่อนหน้านั้นก็แพร่เชื้อไวรัสโคโรน่าให้กับคนใกล้เคียงหรือว่าคนอื่นๆอีกมากมายไปแล้ว กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าการป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาไม่ได้อันตรายถึงแก่ชีวิตสามารถรักษาให้หายได้ดังนั้นประชาชนไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกมากจนเกินไป 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  Gclub ฟรี 500