อยุธยาวิกฤตหนักน้ำท่วมมากกว่า 50% ทั้งจังหวัด 

     อยุธยาวิกฤตหนักน้ำท่วม เมื่อวันที่ 3 เดือนตุลาคมปีพ.ศ. 2564    ข่าวเรื่องน้ำท่วมยังคงมีการเผยแพร่อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวน้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งในขณะนี้พบว่าในหลายพื้นที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีน้ำท่วมขังและเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ   ล่าสุดมีผู้ใช้ Facebook

ซึ่งเป็นคนในพื้นที่พระนครศรีอยุธยาได้มีการถ่ายภาพและคลิปวีดีโอตามสถานที่ต่างๆเผยแพร่ในโลกออนไลน์เพื่อให้เห็นสภาพของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่าได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมรักมากแค่ไหน 

     โดยจะเห็นได้จากมีการนำกระสอบทรายมาเป็นกำแพงกั้นเอาไว้เป็นทางยาวไม่ว่าจะเป็นบริเวณหน้าวัดหรือแม้แต่บ้านเรือนของประชาชนเพื่อป้องกันน้ำไม่ให้เข้าไปท่วมขังเองเช่นที่วัดจุฬามณีกระสอบทรายนับ 1 ถุงถูกนำมาวางเรียงรายทับซ้อนกันจนเป็นกำแพงสูงหวังกั้นน้ำไม่ให้เข้าไปร่วมภายในบริเวณวัด

แต่แล้วก็พบว่าเขื่อนกั้นน้ำไม่สามารถที่จะกั้นกระแสความเชื่อผ่านของน้ำและปริมาณน้ำที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆได้ทำให้เขื่อนแตกน้ำไหลทะลักเข้าไปท่วมบ้านเรือนของประชาชนและวัด

          ไม่ใช่เพียงแค่วัดจุฬามณีเพียงวัดเดียวเท่านั้นแต่ยังมีอีกหลายวัดที่ได้รับความเดือดร้อนให้แตกต่างกันอย่างเช่นวัดชื่อดังในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่นักท่องเที่ยวมักไปเที่ยวกันเช่นวัดสะตือซึ่งวันนี้ก็มีการเผยแพร่ภาพน้ำท่วมภายในบริเวณวัด

โดยมีการท่วมสูงจนถึงพระนอนซึ่งเป็นพระขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือโดยชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกับวัดสะตือต่างก็ออกมาบอกว่าปริมาณน้ำที่ท่วมภายในวัดสะตือในตอนนี้ความสูงนั้นใกล้เคียงกับน้ำท่วมเมื่อช่วงประมาณปีพ.ศ. 2554 เลยทีเดียว  

          อย่างไรก็ตามปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยายังคงมีอย่างต่อเนื่องเนื่องจากว่ามีการปล่อยน้ำมาจากทางเหนือทำให้ระดับน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้นเรื่อยๆและเป็นเหตุให้น้ำในระดับน้ำเจ้าพระยาหนุนเข้ามาท่วมบ้านเรือนประชาชนซึ่งล่าสุดนั้นพบว่าระดับน้ำในแถวบริเวณวัดจุฬามณีมีความสูงมากกว่า 50 เมตรแล้ว

ส่วนทางด้านของวัดสะตือนั้นปริมาณน้ำที่ท่วมสูงนั้นตอนนี้ก็เกินกว่า 80 เมตรแล้วซึ่งทำให้พื้นที่ภายในวัดได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากพระสงฆ์ไม่สามารถออกบิณฑบาตได้ในขณะที่ประชาชนเองก็ไม่สามารถที่จะออกมาทำมาหากินได้เช่นเดียวกัน

         ผลกระทบจากน้ำท่วมนี้ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยายังได้รับผลกระทบอย่างหนักซึ่งพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมนั้นมีมากกว่า 50% ทั่วทั้งจังหวัดแล้วอย่างไรก็ตามในโซนที่เป็นโซนแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเมืองเก่ายังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ในปริมาณที่น้อยยังไม่ถึงกับวิกฤตเหมือนกับบริเวณวัดสะตือ

และวัดจุฬามณีแต่ถ้าหากว่ายังไม่มีการแก้ไขเกี่ยวกับการปล่อยน้ำหรือการระบายน้ำพระนครศรีอยุธยาอาจจะมีน้ำท่วมสูงขึ้นมากกว่านี้ก็เป็นได้ซึ่งจะทำให้ชาวบ้านในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับความเดือดร้อนมากไปกว่านี้อย่างแน่นอน 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ทางเข้า ufabet มือ ถือ