นายกรัฐมนตรีสั่ง ศบค. ปิกอีก10กิจการ

นายกรัฐมนตรีสั่ง ศบค. ปิกอีก10กิจการ วันนี้ได้มีการลงรายละเอียดเพิ่มเติมถึงประกาศและ ศบค. ฉบับที่28 นั่นก็คือเตรียมปิดสถานที่เพิ่มขึ้นอีก10แห่งด้วยกันรวมไปถึงคำฟังของนายกรัฐมนตรีสั่งอีกด้วยว่าห้ามมีการเสียชีวิตภายในบ้านพักเกิดขึ้นอีกเรามาดูในรายละเอียดและวิธีการปฏิบัติกัน

ทางผู้ช่วยโฆษก ศบค. แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ทำหน้าที่แถลงข่าวได้บอกเน้นย้ำถึงมาตรการณืในพื้นที่ควบคุมสูงสุดเข้มงวดหหรือว่าสีแดงเข้มที่มีทั้งหมด13จังหวัดทั้งหมดเอาไว้ว่ากิจการที่ถูกปิดอยู่แล้วมี23รายการทั้งสถานบันเทิงร้านเกมโรงภาพยนตร์ สนามมวย สนามม้า 

แต่คำสั่งล่าสุดนี้ที่มาจากคำสั่ง  ศบค. ฉบับที่28 นั้นได้สั่งปิดกิจการเพิ่มเติมอีก10แห่งคือ สนามกีฬาทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นในร่มหรือว่ากลางแจ้งสระน้ำ ลาดกีฬา ศูนย์แสดงสินค้า หอศิลปะ ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กร้านเสริมสวน ร้านสัก ร้านทำเล็บ ร้านทำผม ทั้งในและนอกห้าง รวมไปถึงสวนสาธารณะ

นอกจากนี้ในส่วนที่เปิดได้นั่นก็คือ สถานรับเลี้ยงเด็กในโรงพยาบาลและสถานรับเลี้ยงที่รับตัวไว้ค้างคืนสถานดูแลผู้สูงอายุที่ค้างคืนและตลาดนัดในส่วนที่ขายอาหารหรือวัตถุดิบเท่านั้นทั้งนี้ตลาดสดและตลาดนัดเป็นสถานที่ที่ ศบค. เป็นห่วงมากแต่ไม่ได้สั่งปิดทั้งหมด

เพราะมันจะไปกระทบต่อพี่น้องประชาชนอีกด้านหนึ่งในกรุงเทพมหานครเองก็ได้รายงานผู้ป่วยในพื้นที่พบว่าส่วนใหญ่ผู้ป่วยเป็นสีเขียวเข้มและอ่อนรวมมากกว่าร้อยละ80ส่วนสีแดงและเหลืองทิศทางสูงขึ้นเช่นกันดังนั้นจึงมีการแสวงเตียงเอาไว้เพื่อให้คนกลุ่มนี้

ในพื้นที่ กทม. ยังพบเชื้อสายพันธุ์เดลต้าหรือว่าอินเดียไปแล้วร้อยละ53.9พบในเขตจตุจักรบางรักจอมทองคลองเตยและหลักสี่จึงแร่งส่งทีมไปค้นหาผู้ป่วยในชุมชนเพื่อให้คนกลุ่มนี้ได้รับการรักษาอย่างเร็วที่สุดที่ผ่านมาลงพื้นที่ไปแล้ว139ชุมชนตรวจประชาชนไปแล้ว1,874คนและพบเชื้อ176คน

โดยนายกรัฐมนตรีสั่งการลงมาว่าจะต้องไม่มีผู้ที่เสียชีวิตภายในบ้นาอีกดังนั้นต้องลุกลงพื้นที่ไปตรวจให้กับประชาชนให้ได้มากที่สุดโดยจะเพิ่มจุดตรวจในพื้นที่ กทม. อีก 69จุดรวมไปถึงการจัดจุดกักตัวที่บ้านด้วยนอกจากนี้แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ยังได้บอกอีกว่า

รองอธิบดีกรมการแพทย์เสนอความคืบหน้าในการจัดสรรเตียงยอมรับว่าศักยภาพเตียงมีจำกัดมากมีการเปิดเพิ่มเตียงและส่วนขยายซึ่งนโยบายของนายกคือต้องจัดศูนย์พักคอยและกักตัวชุมชนอย่างน้อยเขตละ1แห่งและเพิ่มเป็น2แห่งในเขตที่สามารถทำได้หากทำได้จะมีเตียงมากถึง5,000-10,000เตียงใน50เขตของกรุงเทพมหานครและจะเพิ่มศักยเภาพในการดูแลผู้ป่วยได้มากขึ้น

 

สนับสนุนโดย.    Ufabet เข้าสู่ระบบ