โฆษกกรุงเทพฯแจงแล้วเหตุใดจึงทำการปิดกรุงเทพฯไม่ได้ 

        จากสถานการณ์ที่ตอนนี้เชื้อไวรัสโคโรน่ากำลังแพร่ระบาดโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครซึ่งมีจำนวนผู้ติดเชื้ออยู่เป็นจำนวนมากนั้นหลายฝ่ายได้ออกมาบอกแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดโดยให้ทำตามประเทศอื่นๆอย่างเช่นประเทศอิตาลี  ที่ทำการปิดประเทศไปเลยเพื่อป้องกันไม่ให้คนเข้าคนออกและจะสามารถหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสได้รวมถึงบางคนก็แนะนำให้ทำการปิดกรุงเทพฯโดยให้มีการกำหนดเคอร์ฟิว ไม่ให้ประชาชนออกมานอกบริเวณบ้านจะออกมาได้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นต้องการออกมาซื้อสินค้า หรือออกไปโรงพยาบาลเท่านั้น

โดยหวังว่าวิธีการนี้จะช่วยไม่ให้ไวรัสโคโรน่ามีการแพร่ระบาดและสามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาด ลงได้แต่ทางโฆษกของออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องของการปิดกรุงเทพฯว่าไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากว่าทางผู้ว่าราชการกรุงเทพฯเองก็ไม่ได้มีอำนาจที่จะสามารถสั่งตรวจการหรือสั่งปิดกรุงเทพฯได้นั่นเองรวมถึงหากสมมุติว่าทำได้จริงๆมีการปิดกรุงเทพฯ ได้จริงๆ

อาจจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดีขึ้นได้เพราะว่าหากมีการปิดกรุงเทพฯจริงเชื่อว่าประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯเมื่อไม่มีงานทำว่าจะพากันเดินทางกลับจังหวัดของตนเองและนั่นเองจะเป็นการนำเชื้อไวรัสโคโรน่าจากที่แพร่ระบาดอย่างหนักเฉพาะในเขตกรุงเทพฯออกไปแพร่ระบาดที่ต่างจังหวัดแทนซึ่งจะเป็นการขยายพื้นที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสให้มากขึ้นยิ่งกว่าเดิมและจะทำให้ควบคุมการแพร่ระบาดได้ยากดังนั้นวิธีการที่จะให้ปิดกรุงเทพฯหรือจะให้ปิดประเทศเลยจึงเป็นไปได้ยากยิ่ง ซึ่งในเบื้องต้นเรารู้อยู่แล้วว่าการแพร่ระบาดมักจะแพร่ระบาดตรงบริเวณที่มีคนไปชุมนุมรวมกันหนาแน่น

และการแพร่ระบาดเกิดจากการที่เราสัมผัสกันไม่ได้ติดต่อผ่านทางระบบหายใจดังนั้นวิธีการที่จะหยุดยั้งการแพร่ระบาดเบื้องต้นได้ก็คือให้ทุกคนเว้นระยะห่างแก่กันไม่สัมผัสโดนตัวกันและขอความร่วมมือทุกคนในการงดจัดงานหรือกิจกรรมต่างๆที่จะเป็นงานรวมคนหมู่มากมาอยู่ด้วยกันเช่นงดงานแต่งหรืองดงานบวชเป็นการชั่วคราวไปก่อนโดยในเบื้องต้นทางรัฐบาลเองก็ได้มีการประกาศ ร่วมมือสถานบันเทิงสนามมวยและสถานที่อื่นๆอีกมากมายที่เราเล็งเห็นแล้วว่าจะเป็นศูนย์รวมของคนจำนวนมากมาอยู่รวมกันให้ปิดทำการชั่วคราวไปก่อนเพื่อที่จะได้เป็นการหยุดยั้

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าได้เป็นการรักษาเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นทางโฆษกกรุงเทพฯได้ออกมาบอกร่วมกับนายแพทย์ว่าที่จริงแล้วถ้าหากมีผู้ป่วยที่อาการหนักก็มียาตัวนึงที่ได้รับมาจากทางบริษัทญี่ปุ่นนำมาให้คนป่วยได้กินก็จะสามารถรักษาเธอโลกนี้ได้เพียงแต่ว่ายานี้จะให้เฉพาะกับผู้ป่วยที่มีอาการเท่านั้นสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไม่มีการรักษาตามอาการไปก่อนดังนั้นทางที่ดีที่สุดในการที่จะหยุดยั้งการแพร่ระบาดในช่วงนี้ก็คือการกักตนเองอยู่ในบริเวณบ้านและหมั่นล้างมือให้สะอาดไปบ่อยๆ 

 

 

ขอขอบคุณ  ทางเข้า Ufabet168  ที่ให้การสนับสนุน

จับได้แล้ว ชาย 4 คนที่ก่อเหตุอุ้มคนออกไปจากวัดกลางวันแสกๆ

   ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งได้ทำการแชร์ข้อความลงเฟสบุ๊กส่วนตัวเล่าเรื่องราวของพี่ชายของตนเองที่ไปงานบวชเพื่อนอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในเขต ตลิ่งชัน และในขณะที่กำลังร่วมงานบวชอยู่ดีดีก็มีผู้ชายจำนวน 4-5 คน ได้ขับรถเข้ามาในบริเวณวัดตรงที่มีการจัดงานบวช แล้วหลังจากนั้นก็ได้นำปืนที่เตรียมมายิงขึ้นฟ้า และเมื่อทุกคนภายในงานกำลังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกชายทั้งสี่คนก็นำตัวพี่ชายของตนพาไปขึ้นรถที่ขับมาในครั้งแรกขับออกไป

หลังจากนั้นผ่านไปสักพัก ชายทั้งสี่คนก็นำพี่ชายของตนมาส่งในสภาพที่เรียกได้ว่าถูกซ้อมมาหนักมาก ทั้งหน้าแตก เลือดอาบและยังมีการข่มขู่ตนและคนในครอบครัวห้ามแจ้งความอีกด้วย โดยบอกว่าจะจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้เป็นจำนวนเงิน สี่หมื่นบาท ซึ่งเมื่อเรื่องราวได้เผยแพร่ออกไปก็สร้างความหวาดกลัวให้กับคนที่ได้อ่านข่าวกันเป็นจำนวนมากว่านี่คือกลางวัน และนี่คือกรุงเทพ

ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อนที่ไหนที่จะต้องเอาปืนมาขู่บังคับใครก็ได้พาขึ้นแล้วแล้วนำตัวไปซ้อมแล้วปล่อยออกมา ซึ่งหลังจากที่เป็นข่าวดังก็ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามจับตัวคนร้ายได้ 4 คนยังเหลืออีก 1 คนที่ยังจับตัวมาไม่ได้พร้อมกับมีพยานหลักฐานเป็นทั้งคนในงานที่เห็นเหตุการณ์และคลิปวีดิโอที่มีการถ่ายเอาไว้ได้

ซึ่งทั้งสี่คนให้การรับสารภาพ โดยเล่าว่าตนเองมางานบวชเพื่อนเหมือนกันและทราบข่าวมาว่าคนที่ตนจับตัวไปทำร้ายนั้น กำลังจะหาคนมาทำร้ายพวกตน ดังนั้นพวกตนจึงได้ชิงลงมือก่อนเพราะมีอาวุธติดตัวมาด้วย ซึ่งถือว่าเป็นความเข้าใจผิดกัน เมื่อพวกตนซ้อมชายคนดังกล่าวแล้ว จึงได้รู้ว่าญาติของชายคนดังกล่าวได้ไปทำการแจ้งความเอาไว้ จึงได้นำชายคนดังกล่าวมาส่งคืนโดยนำมาทิ้งไว้ที่

สน. เขตตลิ่งชัน และมาถูกตามจับกุมได้ ซึ่งชายทั้งสี่คนอ้างว่าเป็นการเข้าใจผิดกันเท่านั้น และพร้อมจะรับผิดชอบด้วยการจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้ ซึ่งทางผู้เสียหายเองก็ได้ออกมาบอกว่าไม่ได้รู้จักกับเหล่าชายทั้ง 4-5 คนที่ได้มาหาเรื่องซ้อมตนมาก่อนและระหว่างทางที่พวกนี้พาไปทำร้าย คนเหล่านี้ก็เอาผ้าคลุมหัว และใส่กุญแจมือและพากันรุมทำร้ายโดยไม่ถามอะไรก่อนเลย จึงยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเพราะไม่ควรมีใครมีอภิสิทธิ์ขนาดที่อยากจะทำร้ายใครก็เอาปืนมจี้ไปกระทืบแบบนี้ไม่ได้

 

 

สนับสนุนโดย  gclub

ประวัติของ กวาง AB normal

วางแผนในใจเรียบร้อย ปรากฏว่าพอเข้าไปปี 1 ปฐมนิเทศเสร็จ พี่จากแกรมมี่โทรมา บอกให้ไปเทสต์เสียง ตอนนั้นนักร้องวงแรมเพจไปเรียนต่อต่างประเทศ จึงต้องหานักร้องใหม่ และ มาสะดุดตาที่ผม ผมลองไปออดิชั่น ( audition ทดสอบความสามารถ ) เมื่อเทสต์ผ่าน ก็ได้ออกเทป 

ตอนออกเทปแรก ๆ แผนเดิมที่วางไว้ ผมยังนึกว่าน่าจะใช้ได้ เพราะเคยเห็นพวกนักร้อง ให้สัมภาษณ์ว่ายังเรียนได้เหมือนเดิม พร้อมกับทำงานไปด้วย แต่เมื่อมาถึงเราเองจริง ๆ ชีวิตพังหมด ! แผนที่วางไว้ใช้ไม่ได้เลย เวลาพักผ่อน เวลาทำงานเพี้ยนหมด อาชีพนักร้องนี้เป็นอาชีพที่ตาราง

เวลาเพี้ยนที่สุดในโลกแล้ว ทำงานไม่เป็นเวลามาก ๆ วันนี้มีสัมภาษณ์เช้า อีกวันสัมภาษณ์เย็น 1 สัมภาษณ์บ่าย กลางคืนมีเล่นคอนเสิร์ตต่างจังหวัด เราไม่สามารถจะนัดกับใครได้เลย มีแฟนก็เลิก แฟนไป เพราะไม่มีเวลาให้ พ่อแม่ก็เจอกันน้อยลง ทั้ง ๆ ที่อยู่บ้านเดียวกัน เพราะกลับบ้านดึกแล บางทีก็ไปทัวร์ต่างจังหวัดหลายวัน 

ตารางเรียนที่วางไว้ก็เริ่มเพี้ยน เรียนตามปกติเหมือนเพื่อนไม่ได้ ต้องฝากเพื่อนเล็กเชอร์ ขออาจารย์เข้าเรียนน้อยกว่าคนอื่นหรือส่งงานช้าไปบ้าง เมื่อใกล้ ๆ สอบก็ไปขอให้อาจารย์ช่วยติวให้ 

ผมต้องดร็อปไปหนึ่งเทอม เพราะยังจัดเวลาไม่ลงตัว กว่าจะวางให้มันลงตัวได้ก็ใช้เวลา นานทีเดียว ส่วนแผนที่จะไปเรียนต่อเยอรมนีก็ต้องตัดทิ้งไป คงเปลี่ยนไปเรียนประเทศที่ใช้ภาษา อังกฤษแทน เพราะจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปเรียนภาษาอีก แต่จะไปเรียนเมื่อไรก็ยังไม่รู้ เพราะต้อง เอาที่เรียนอยู่ให้จบก่อน 

ผมเคยเป็นคนเอาเรื่องเรียนมาก่อนอย่างอื่น ตอนนี้กลายเป็นว่าเรื่องงานต้องมาก่อน เพราะ เราไม่ได้รับผิดชอบแค่ตัวเราคนเดียว แต่ต้องรับผิดชอบทั้งวง ถ้าเราไม่ทำงาน วงก็ไม่มีรายได้ อีก หลายคนก็จะต้องตำหนิมากมาย ถ้าเป็นสมัยเรียน แค่ตื่นมามึน ๆ หัวนิดหน่อยก็บอกพ่อไม่สบาย ไม่ไปเรียน ทั้ง ๆ ที่จริง แค่ง่วงนอน ไม่ได้เป็นอะไรเลย แต่ผมทำอย่างนี้กับงานไม่ได้ การโดดงานนี่เรื่องใหญ่มาก ถึงจะ ป่วยก็ต้องไป ผมจึงเข้าใจแล้วว่าตอนเด็ก ๆ ที่เห็นพ่อป่วย ทำไมพ่อยังไปทำงาน 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

เดนนรกของแท้ ฆ่ายกครัว พ่อแม่ลูกแล้วยังข่มขืนศพอีก

          จากรายงานข่าวของต่างประเทศ มีข่าวที่สร้างความสุดสะเทือนใจให้กับคนอ่านอย่างมาก โดยรายงานข่าวแจงว่ามีเหตุฆาตกรรมเกิดขึ้นกับครอบครัวหนึ่งประกอบไปด้วย พ่ออายุ 35 ปี  แม่อายุ 30 ปี  ลูกชายวัย 4 ขวบ ลูกสาววัยสามขวบ และคนสุดท้องวัยเพียงแค่ 4 เดือนเท่านั้น โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย โดยคนร้ายชื่อ นาย นศิรุดดิน อายุ  38 ปี ได้บุกเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง

ซึ่งอาศัยอยู่ด้วยกัน 5 คน พ่อแม่ลูก โดยนาย นศิรุดดิน ได้บุกเข้าไปใช้ก้อนหินทุบคนเป็นพ่อก่อนจนเสียชีวิต หลังจากนั้น ก็ฆ่าคนเป็นแม่ และลูกน้อยวัย 4 เดือน โดยหลังจากที่ฆ่าแม่ของเด็กๆแล้ว นาย นศิรุดดิน ก็ได้ทำการข่มขืนศพเป็นเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง โดยรายงานข่าวแจ้งว่า นาย นศิรุดดิน ได้มีการวางแผนมาแล้ว เพราะมีการเสพสารกระตุ้นมาก่อนที่จะมาลงมือและที่สำคัญได้เตรียมถุงยางอนามัยมาด้วย

ซึ่งหลังจากที่ข่มขืนศพคนเป็นแม่ ยังมาข่มขืนลูกสาวอายุ 3 ขวบอีกด้วย และใช้ก้อนหินทุบลูกชายอายุ 4 ขวบ  จากการตรวจประวัติของ นาย นศิรุดดิน พบว่าเป็นโรคจิต   คลั่งการมีเซ็กส์ ชื่นชอบการมีเซ็กส์กับศพ โดยระหว่างที่มีการข่มขืนศพก็ได้มีการถ่ายคลิปวิดีโอเอาไว้ด้วย ซึ่งทาง นาย นศิรุดดิน ฆาตกรโรคจิตรายนี้ยังได้บอกกับตำรวจด้วยว่า เขาได้ถ่ายคลิปเอาไว้และได้ส่งให้น้องสะใภ้ดู 

          ไม่ได้มีรายงานข่าวที่แน่ชัดว่าคนที่แจ้งความจับจะเป็นน้องสะใภ้ที่ได้เห็นคลิปนี้หรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตามจับกุมฆาตกรโรคจิตรายนี้ได้เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2562 ที่ผ่านมาโดยเหตุการณ์สุดสะเทือนใจนี้มีมาตั้งแต่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 แล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตามจับกุมฆาตกรโรคจิตนี้ได้ที่บ้านพัก ซึ่งเขาก็รับสารภาพทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว  ตามรายงานข่าวยังระบุอีกว่า ฆาตกรรายนี้ ไม่ได้กระทำการแบบนี้เป็นครั้งแรก แต่เขายังก่อคดีลักษณะคล้ายๆกันแบบนี้มานับไม่ถ้วน ทั้งที่ รัฐหรยาณา  นครเดลี และรัฐเบงกอลตะวันตก

          ในประเทศอินเดีย มีเหตุการณ์ฆ่ากันแบบโหดเหี้ยมออกมาไม่เว้นแต่ละวัน ผู้คนต่างมีจิตใจที่โหดร้าย อันที่จริงญาติของ นาย นศิรุดดินควรจะรู้อยู่แล้วว่านาย นศิรุดดิน เป็นคนมีนิสัยเช่นไร  น่าที่จะพาไปรักษากับทางโรงพยาบาล ไม่ควรปล่อยให้ออกมาก่อเหตุที่โหดเหี้ยมแบบนี้ได้ และไม่ใช่ที่อินเดียเท่านั้น ที่มีเหตุการณ์ที่น่ากลัวแบบนี้ ประเทศไทยเองก็มีเหตุการณ์ฆ่ากันตายทุกวัน ดังนั้น เราควรสังเกตพฤติกรรมคนรอบข้างเขาเราด้วยว่าเขามีความผิดปกติหรือไม่ จะได้พาไปรักษาได้ทันท่วงที

 

 

สนับสนุนโดย  sagame

ลาส เวกัส

ลาส เวกัส เมืองที่แทบทุกคนบนโลกรู้จักเป็นอย่างดี เพราะเป็นเมืองที่ความเจริญค่อนข้างสูง มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย โรงแรมที่พักสุดหรู อาหารเลิศรส ขบวนพาเหรด ปาร์ตี้สังสรรค์ แหล่งความบันเทิงต่างๆ รวมถึง บ่อนการพนันระดับโลก ซึ่งทำให้ ลาส เวกัส กลายเป็นสวรรค์ของนักเสี่ยงโชค ไม่ว่าคุณจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อมาหาความสุขความบันเทิง มาหาโอกาสในชีวิต หรือแม้แต่มาหาเงิน ลาส เวกัส ก็สามารถบันดาลให้คุณได้ทุกอย่าง ที่ ลาส เวกัส คุณอาจจะได้ขึ้นไปอยู่ในจุดสูงสุดของชีวิ

หรืออาจจะจมดิ่งสู่จุดต่ำสุดของชีวิตคุณ ได้เหมือนกัน นั่นทำให้ เมืองที่ไม่เคยหลับใหลแห่งนี้ได้ฉายาว่า “เมืองคนบาป” แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่า เมืองที่มีความเพียบพร้อมสะดวกสบายขนาดนี้ มีตึก มีโรงแรมหรูหรามากมาย เริ่มต้นจะเป็นทะเลทรายสุดลูกหูลูกตามาก่อน แล้วจึงได้ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จากธุรกิจการพนันที่รุ่งเรืองสุดๆ

เรื่องนี้อาจต้องยกความดีความชอบให้กับรัฐบาลกลาง ที่อนุญาตให้เมืองนี้สามารถ ตั้งบ่อนการพนัน คาสิโน รวมถึงมีโสเภณีที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้รัฐนี้มีรายได้จากภาษีการพนันอย่างถล่มถลาย รวมถึงภาษีจากการท่องเที่ยวด้วย ทำให้เกิดการจ้างงาน ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสมัยก่อน ลาส เวกัส ที่ตั้งอยู่ในรัฐเนวาด้า มีสภาพภูมิประเทศที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย

แห้งแล้งจนไม่สามารถเพาะปลูกได้ เวลากลางวันอุณหภูมิจะร้อนระอุ ส่วนเวลากลางคืนก็จะเย็นยะเยือก ช่วงฤดูหนาวหิมะตกก็จะยิ่งแห้งแล้งเข้าไปอีก ทำให้ประชากรมีรายได้ค่อนข้างต่ำ และคุณภาพชีวิตที่ไม่ดีนัก ดังนั้นชาวเมืองจึงยินดีเป็นอย่างมากที่บ้านเมืองกลายเป็นแหล่งการพนันขนาดใหญ่

เพราะนั่นหมายถึงการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้นแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ฟังดูอาจเหมือนเมืองนี้เป็นเมืองที่ไร้ศีลธรรม แต่จริงๆ แล้วเมืองนี้เป็นเมืองที่มีกฎระเบียบควบคุมอย่างเคร่งครัด มีเจ้าหน้าที่คอยสอดส่องดูแลตลอดเวลา แถมมีการคัดกรองที่เข้มงวดสุดๆ ว่าใครสามารถเล่นพนันได้ และใครที่ไม่สามารถเล่นพนันได้ เรียกได้ว่าเมืองนี้มีอบายมุขที่ล่อตาล่อใจแบบสุดๆ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คุณจะได้สัมผัสมัน

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บบาคาร่าที่คนเล่นเยอะที่สุด

กระบะไม่มีน้ำใจขับรถไม่หลบรถฉุกเฉิน

กระบะไม่มีน้ำใจขับรถไม่หลบรถฉุกเฉินทำผู้ป่วยไปโรงพยาบาลไม่ทันเสียชีวิตบนรถฉุกเฉิน

           สังคมไทยทุกวันนี้เป็นสังคมที่แล้งน้ำใจ อย่างที่เราได้เห็นตามข่าวทุกวันนี้ซึ่งล่าสุดว่ามีคลิปวีดีโอที่กำลังแชร์กันอยู่ในขณะนี้ เกี่ยวกับรถกระบะคันนึงวิ่งบนถนนจังหวัดเชียงใหม่ขับรถอยู่ด้านหน้ารถของโรงพยาบาลโดยมีการเปิดขอไฟฉุกเฉินทำกับมีการบีบแตรขอทางแต่รถกระบะคันข้างหน้าดังกล่าวยังคงไม่สนใจขับต่อไปเรื่อยๆบนถนนโดยมีรถพยาบาลวิ่งตามหลังจึงเป็นสาเหตุให้ในที่สุดผู้ป่วยที่นอนอยู่บนรถพยาบาลฉุกเฉินเสียชีวิตโดยยังไปไม่ถึงโรงพยาบาลเนื่องจากว่ารถกระบะคันดังกล่าวมีการรถของทางโรงพยาบาลทำให้รถทางโรงพยาบาลไม่สามารถที่จะใช้ความเร็วพาผู้ป่วยไปส่งถึงโรงพยาบาลได้ทันท่วงทีได้สำหรับเคสนี้ฉันป่วยพบปัญหาเกี่ยวกับการเลือดออกในสมอง

          เมื่อเช้าเน็ตไม่เห็นคลิปวีดีโอดังกล่าวที่กำลังมีการแชร์กันอยู่ตอนนี้ทำให้หลายคนเกิดอาการไม่พอใจเนื่องจากว่ารถกระบะคันดังกล่าวให้รถของโรงพยาบาลได้วิ่งต่อไปก่อนผู้ป่วยที่นอนอยู่รถฉุกเฉินของโรงพยาบาลก็อาจจะไม่เสียชีวิตเพราะถึงมือหมอได้ทันท่วงที 

          หลายคนได้ออกมาต่อว่ารถกระบะคันดังกล่าว เกี่ยวกับความไม่มีน้ำใจในการขับรถบนท้องถนนสิ่งที่สำคัญปัจจุบันประเทศไทยได้มีการออกกฎหมายเกี่ยวกับการขับรถนำหน้ารถฉุกเฉินรถกู้ภัยต่างๆแม้แต่รถของโรงพยาบาลหากมีการเปิดขอไฟฉุกเฉินจำเป็นจะต้องมีการหลบเข้าข้างทางเพื่อให้รถเรานั้นผ่านไปก่อนซึ่งการกระทำของรถกระบะในครั้งนี้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายญาติของผู้เสียชีวิตสามารถทำการแจ้งความจำเจ้าของรถกระบะให้ติดคุกได้โดยจะไม่พบเห็นที่ว่ากระบะจงใจไม่หลบรถโรงพยาบาลถือว่าเป็นหลักฐานชั้นดีในการที่จะเอาผิดคนคนขับรถกระบะ 

         อย่างไรก็ดีเหตุการณ์ที่เกิดเหมือนในคลิปในครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่เคยมีเกิดมาแล้วก่อนหน้านี้แล้วก็มีการออกข่าวเป็นขาวดังใหญ่โตซึ่งมีนักกฎหมายไม่ออกมาบอกเกี่ยวกับกฎหมายที่ห้ามขับรถขวางหน้ารถก็ถือว่ามีความผิดสามารถทั้งติดคุกแล้วก็ถูกเรียกเก็บค่าปรับได้ปัจจุบันก็ยังมีการทำความผิดแบบนี้อีกเนื่องจากเกิดจากความเห็นแก่ตัวของผู้ใช้รถใช้ถนน 

      ยังไงก็ดีหวังว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นอุทาหรณ์ไม่เคยโดนหลายๆคน ที่ขับรถยนต์บนท้องถนนหัดมีน้ำใจให้กับรถคันอื่นหากเขาเปิดไฟขอทาง เพราะบางครั้งเขาอาจจะต้องรีบไปด้วยคำจำเป็นเหมือนกับเคสนี้ที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล เพื่อพาผู้ป่วยฉุกเฉินไปหาหมอแต่น่าเสียเพราะความเห็นแก่ตัวของกระบะทำให้คนป่วยต้องมาเสียชีวิตในครั้งนี้

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์ เล่นยังไง

ข่าวเจ้าสาวมโนทำเงินหายสามแสน 

          ถ้าจำกันได้ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่ามีว่าที่เจ้าสาวเดินทางไปธนาคารเพื่อเบิกเงิน สามแสนบาทเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในงานแต่ง แต่เกิดเป็นลมขณะกำลังจะเดินข้ามถนน และมีพลเมืองดีเข้ามาช่วยมากมายเพื่อส่งโรงพยาบาลแล้วเมื่อฟื้นขึ้นมาก็ถามหาเงินสามแสนที่ไปเบิกแต่ไม่มีใครเห็น

จากที่ตำรวจได้มีการประสานงานหาข้อมูลและเชิญผู้เกี่ยวข้องมากสอบถามและไปดูข้อมูลกล้องวงจรปิดเช็คกับทางธนาคารแล้ว ทำให้รู้ว่าเงินสด สามแสนบาทที่ว่าที่เจ้าสาวแจ้งว่าหายไปนั้นไม่มีจริง ว่าที่เจ้าสาวของเราไม่เคยไปเบิกเงินที่ธนาคารอย่างที่กล่าวอ้าง เมื่อตำรวจมีการติดต่อว่าที่เจ้าสาวไปเพื่อคุยรายละเอียดในที่สุด ว่าที่เจ้าสาวก็มีการยอมรับออกมาว่าเรื่องเงินที่หายไปนั้นไม่เป็นความจริง

ที่ต้องพูดอย่างนั้น เพราะเครียดหาเงินมาจ่ายค่างานแต่งงานไม่ทัน  เมื่อความจริงปรากฏว่าที่เจ้าสาวของเราก็จะถูกแจ้งความกลับจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นการแจ้งความเท็จ ตอนนี้ทางนักข่าวก็บุกขอสัมภาษณ์ทั้งว่าที่เจ้าสาวและแม่ของว่าที่เจ้าสาว ทำให้ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด

          จากข่าวที่ติดตามมานี้ สิ่งที่ว่าที่เจ้าสาวทำมา ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมากถึงสิ่งที่ว่าที่เจ้าสาวได้กระทำไป  เมื่ออ่านข่าวครั้งแรกรู้สึกสงสารว่าที่เจ้าสาวมากที่เงินหายมากมายแบบนั้นและรู้สึกไม่ดีกับกลุ่มคนที่เข้าไปช่วยเหลือที่ช่วยเพราะหวังผล เป็นโจรในคาบของคนดี แต่เมื่อความจริงปรากฏเหตุการณ์กลับตรงกันข้ามกับครั้งแรกทำให้รู้สึกสงสารคนที่เข้าไปช่วยเหลือเพราะตั้งใจดี แต่กลับมาถูกคนทั้งประเทศสงสัย ต้องเสียเวลาทำการทำงานเพื่อไปโรงพักเพื่อให้ข้อมูลกับตำรวจ สิ่งที่ว่าที่เจ้าสาวทำ กำลังจะทำให้คนดี ไม่อยากทำความดี

เพราะไม่ต้องการเดือดร้อน หลายครั้งที่มีแหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นและมีพลเมืองดีเข้าไปช่วยเหลือ กลับเป็นพลเมืองดีที่เป็นฝ่ายเดือนร้อนแทน เช่น มีอุบัติเหตุแล้วพลเมืองดีเข้าไปช่วยเหลือ แต่กลับต้องถูกรถชนด้วย หรือล่าสุดที่มีอุบัติเหตุมีพลเมืองดีไปช่วยแล้วถูกคู่กรณีของคนที่ประสบอุบัติเหตุต่อว่าถึงขนาดจะมีเรื่องชกต่อยกัน

และยังมีอีกหลายกรณีมากที่พลเมืองดีต้องมาเดือดร้อนเพราะเข้าไปช่วยเหลือคนอื่น การกระทำแบบนี้กำลังทำให้พลเมืองดีหมดกำลังใจที่อยากจะทำความดี แล้วในอนาคตก็จะไม่มีใครยอมเข้าไปช่วยเหลือใคร หรือไม่ยอมทำความดีเพราะกลัวตัวเองจะต้องมาเดือดร้อนแทน หวังว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้คงจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนหลายๆคนว่าให้คิดดีทำดี จะได้มีคนดีๆคอยช่วยเหลือ 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  holiday palace

คนขับรถไฟป่วยติดโควิด-19 ตายชาวบ้านพากันต่อว่าเมีย

คนขับรถไฟป่วยติดโควิด-19 ตายชาวบ้านพากันต่อว่าเมีย ทำเมียพ้อมีแต่คนรักเกียจ

           ปัจจุบันยอดผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เยอะขึ้น ซึ่งมีผู้เสียชีวิตคาที่ 16 เป็นเจ้าหน้าที่ทางการรถไฟมีหน้าที่ขับรถไฟก็มีอาการป่วยวันแรกแล้วไปพบหมอที่โรงพยาบาลในวันที่ 16 มีนาคม ซึ่งคุณหมอแจ้งเคลมว่าป่วยธรรมดาแล้วให้ยามาทานหลังจากนั้นวันที่ 21 มีนาคมผู้ป่วยก็เดินทางกลับไปทำงานตามปกติแต่หลังจากที่กินยาจากทางโรงพยาบาลเข้าไปแล้วอาการไม่ดีขึ้นวันที่ 31 มีนาคม

ผู้ป่วยมีอาการทรุดหนักมากขึ้นเหนื่อยหอบจึงได้มีการส่งตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้วทางโรงพยาบาลจึงได้มีการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19ทำให้พบว่าผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19และได้ทำการเข้ารักษาตัวจนถึงวันที่ 2 เมษายนผู้ป่วยก็เสียชีวิต

          หลังจากที่ผู้ป่วยเสียชีวิตลงแล้วชาวบ้านต่างพากันต่อว่าครอบครัวของผู้เสียชีวิตเนื่องจากว่ามีการปกปิดอาการป่วยโดยชาวบ้านเกรงว่าจะมีการแพร่เชื้อให้กับคนในหมู่บ้านซึ่งภรรยาของผู้เสียชีวิตได้บอกว่าหลังจากที่ชาวบ้านรู้ว่าสามีของตนเองป่วยด้วยอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19ทุกคนก็พากันรังเกียจครอบครัวและพากันมาต่อว่าเป็นจำนวนมากเนื่องจากว่าหลายคนเข้าใจว่าผู้เสียชีวิตรายที่ 16 นี้เสียชีวิตเนื่องจากว่าไปดูมวยที่สนามมวยลุมพินีมาโดยทางภรรยาของผู้เสียชีวิตยืนยันว่าคนตายไม่เคยไปเที่ยวที่ไหนและไม่เคยไปสนามมวยลุมพินีมาก่อน

ซึ่งขณะที่่เล่าให้นักข่าวฟังไป ภรรยาของผู้เสียชีวิตเล่าไปก็ร้องไห้ไปด้วย โดยทางภรรยาของผู้เสียชีวิตยังเล่าอีกว่าทางผู้เสียชีวิตเองตอนที่มีอาการป่วยนั้นก็ไม่ทราบว่าตนเองป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพราะไม่เคยเดินทางไปที่ไหนนอกจากบ้านกับที่ทำงานเท่านั้น และหลังจากที่รู้ว่ามีการติดเชื้อไวรัสคนในบ้านก็พากักกับตัวเองอยู่แต่ในบ้านทันที  ทางด้านลูกชายของผู้เสียชีวิตเล่าว่าในวันที่ไปรับศพของพ่อนั้นมีหลายคนทราบว่าตนเองเป็นลูกชายคนที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19แล้วเสียชีวิตคนที่ทราบเรื่องต่างก็พากันมองด้วยสายตารังเกียจจึงทำให้ครอบครัวของตนเองรู้สึกเสียใจมาก  

ปัจจุบันได้มีการนำศพของผู้เสียชีวิตที่ป่วยด้วยการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปเผาเรียบร้อยแล้วที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตออกไม่ระบุชื่อวัดเนื่องจากว่าจะมีผลกระทบต่อวัดเพราะถ้าหากชาวบ้านรู้ว่าวัดไหนรับของศพของผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19ก็อาจจะรังเกียจวัดได้   ซึ่งอันที่จริงแล้ว ไม่ควรจะไปรังเกียจครอบครัวของผู้ติดเชื้อเพราะเชื้อแพร่ได้จากการที่ต้องอยู่ใกล้กันในระยะ 100 เมตรเท่านั้น 

          

ขอบคุณ  บาคาร่า sa gaming  ที่ให้การสนับสนุน

นักทฤษฏีสมคบคิดได้สันนิษฐาน

นักทฤษฏีสมคบคิดได้สันนิษฐานจากข้อมูลงานวิจัยอินเดียและการรับประทานซุปค้างคาว

ผู้หญิงประเทศจีนที่กำลังกินซุปค้างคาว

ได้มีการคาดเดาว่ามนุษย์นั้นได้รับเชื้อไวรัสโควิด-2019ได้มาจากค้างคาวในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถที่จะแน่ใจได้อย่างชัดว่าโควิด-19นั้นได้มาจากแหล่งใดและแม้จากที่มีการเปรียบเทียบลำดับทางพันธุ์กรรมของไวรัสในสกูลเบต้าไวรัสที่ได้แสดงความคล้ายคลึงกับไวรัสโคโรน่าในค้างคาวถึง96%แต่จากการวิจัยล่าสุดสามารถที่จะระบุได้ว่าโควิด-2019นั้นได้มีข้อมูลทางพันธุ์กรรมเดียวกันกับไวรัสติดตัวนิ่ม

ซึ่งก็ได้มีความคล้ายคลึงกันถึงประมาณ99%แต่ในคนส่วนใหญ่แล้วก็ยังมีการเชื่อว่าโควิด-19นั้นได้แพร่กระจายไปยังมนุษย์หลังจากที่มีคนกินค้างคาวที่ได้มีการติดเชื้อเข้าไปและหนึ่งในนั้นก็คือสาวชาวจีนWang Mengyunหลังจากที่มีการปรากฏฤทธิ์ของเธอในขณะที่เธอนั้นกำลังได้กินซุปค้างคาวที่ได้อ้างว่าได้มีการเกิดขึ้นที่ในภัตตาแห่งหนึ่งที่ืเมืองอู่ฮั่นในประเทศจีน

ซึ่งได้เป็นแหล่งที่กำเนิดของเชื้อไวรัสของโควิด-19และคลิปของเธอนั้นก็ได้มีการถูกวิจารณ์ไปอย่างหนักว่าได้เป็นส่วนหนึ่งของการแพร่ระบาดจากคนไปสู่คนจนได้กลายมาเป็นภารกิจอยู่ในขณะนี้Wang Mengyunก็ได้ออกมายอดรับว่าเธอนั้นคือบุคคลที่อยู่ในคลิปนั้นจริงๆแต่เธอนั้นก็ยังได้บอกอีกว่าการที่เธอนั้นได้รับประทานซุปค้างคาวได้เกิดขึ้นเมื่อในปี2016

ซึ่งมันก็ได้เกิดขึ้นเมื่อ3ปีก่อนก่อนที่ไวรัสโควิด-19จะมาปรากฏขึ้นและมันก็ได้มีการเกิดขึ้นที่เกาะปาเลาซึ่งได้อยู่นอกเขตแดนของประเทศจีนโดยเธอนั้นยังได้บอกอีกว่าเธอไม่ทราบความอันตรายของการกินค้างคาวและในระหว่างการถ่ายทำเธอก็ไม่ได้รู้จักไวรัสชนิดนี้และก็ยังเพื่อจะมารู้เมื่อไม่นานนี่เอง

บุคคลหรือกลุ่มที่ไม่รู้จักบางคน สร้างCOVID-19ขึ้นจากHIV

 ทฤษฏีสมคบคิดนี้ก็ได้ถูกเสนอโดยกลุ่มนักวิจัยชาวอินเดียโดยที่นักวิจัยดังกล่าวได้ระบุว่าไวรัสโควิด-19มีความคล้ายคลึงกับไวรัสHIVที่ได้เริ่มติดต่อสู่มนุษย์ครั้งแรกเมื่อประมาณปี1930 ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่มีลักษณธทางพันธุ์กรรมที่ไกล้เคียงกับไวรัสกอโรคในลิงโดยพวกเขาได้บอกว่าด้วยความคล้ายคลึงระหว่างโควิด-19กับHIVสิ่งนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญและมันก็น่าจะเพียงพอที่จะช่วยพิสูจน์ได้ว่ามีคนดัดแปลงHIV

เพื่อสร้างไวรัสตัวใหม่ขึ้นมาพวกเขาได้มีการวิจัยที่ได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ลงในเว็บไซต์ที่ชื่อว่าbioRxivที่จัดตั้งในห้องปฏิบัติการCSHซึ่งในหน้าที่โดยการรวบรวมในงานวิจัยของสาขาชีวิตวิทยาของงานวิจัยจากทั่วโลกเพราะว่ากลุ่มววิจัยชาวอินเดียไม่ได้พูดชื่อของผู้ที่อยู่เบี้องหลังดังนั้นจึงไม่มีใครทราบของผู้ที่สร้างโควิด-2019ขึ้นมาอย่างไรก็ตามงานวิจัยดังกล่าวก็ได้ทำให้เกิดการถกเถียงกันอย่างรุนแรงก่อนที่กลุ่มนักวิจัยชาวอินเดียจะเก็บคืนงานวิจัยนี้ออกไป

 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 900

จากวิศวกรเครื่องบินเปลี่ยนมาเป็นช่างล้างแอร์

        มีเรื่องเล่าที่ชวนน่าชื่นชมสำหรับหนุ่มวิศวกรคนหนึ่งซึ่งเคยมีอาชีพเป็นวิศวกรของสายการบินดังมีเงินเดือนในแต่ละเดือนหลักแสนบาทขึ้นไป แต่เนื่องจากสภาวะวิกฤตของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส Corona ทำให้วิศวกรหนุ่มคนนี้ต้องผันตนเองจากวิศวกรของสายการบินมาเป็นช่างแอร์เพื่อที่จะได้นำเงินไปหาเลี้ยงครอบครัว โดยนักข่าวได้มีการไปขอสัมภาษณ์วิศวกรคนดังกล่าวซึ่งเขาให้ข้อมูลว่าในช่วงแรกๆนั้นทางสายการบินมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการลดจำนวนเงินเดือนและการลดจำนวนการทำงานของพนักงานลงซึ่งแรกๆเขาได้ลดจำนวนการทำงานเหลือเดือนละ 15 วัน

แต่ต่อมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าที่ยังไม่ดีขึ้นทั้งสายการบินจึงเจอวิกฤตทางด้านสภาพคล่องทางการเงินทำให้จากที่เคยทำงานเดือนละ 15 วันลดลงมาเหลือเดือนละแค่วันถึง 2 วันเท่านั้นยอดเงินที่เคยได้หลักแสนก็ลดตามลงไปด้วยซึ่งเขาเองก็ต้องหาเลี้ยงครอบครัวไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ภรรยาและเขายังมีลูกน้อยอีกคนดังนั้นเขาจึงต้องหาวิธีที่จะช่วยพยุงตนเองและครอบครัวให้ผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปให้ได้

โดยเขาตั้งใจจะไปเป็นพนักงาน Grab Food แต่เนื่องจากตัวเขาเองไม่ชำนาญเส้นทางจึงไม่สามารถ ทำงาน Grab Food ได้ บังเอิญว่าได้มีเพื่อนทำอาชีพล้างแอร์อยู่เมื่อปรึกษาเพื่อนแล้วเพื่อนชวนมาทำอาชีพล้างแอร์ตนเองจึงได้มาลองทำดูซึ่งผลปรากฏว่าสร้างรายได้ให้กับตนเองได้พอสมควรเพราะแต่ละวันสามารถล้างแอร์ได้ 7-8 เครื่องโดยคิดค่าล้างแอร์เครื่องละ 350 บาทและยิ่งช่วงนี้พนักงานล้างแอร์ค่อนข้างหายากเพราะแต่ละคนก็กลัวการติดเชื้อไวรัสโคโรนาจึงไม่ค่อยมีใครมาล้างแอร์ทำให้รายได้ของเขายิ่งดีโดยเฉลี่ยแล้วมีรายได้เข้ามาแต่ละเดือนอยู่ที่ประมาณ 8 หมื่นกว่าบาท

ทำให้เขาพอจะมีเงินไปช่วยเหลือหาเลี้ยงครอบครัวได้ซึ่งช่วงนี้ก็มีการจัดโปรโมชั่นหากบ้านไหนล้างแอร์เกิน 3 ตัวจะคิดเหลือตัวละ 300 บาทเท่านั้นและในตอนนี้คิวการล้างแอร์ของเขาก็เต็มจนถึงเดือนพฤษภาคมเลยทีเดียว

       สำหรับเรื่องนี้น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับหลายๆคนที่อาจจะเคยมีรายได้สูงแต่เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันอาจจะทำให้ต้องตกงานหรือไม่มีงานทำในช่วงนี้จึงไม่ควรที่จะมาเกี่ยงงานว่าเป็นงานที่น่าอายหรือเป็นงานที่ได้เงินน้อยเพราะไม่เช่นนั้นคุณก็จะไม่มีเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการใช้ในแต่ละวันแต่หากคุณไม่เกี่ยงงานแล้วคุณอาจจะได้ยอดเงินเพียงพอกับปริมาณเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิมจากที่เคยทำในปกติก็ได้ดังนั้นช่วงนี้ไม่ว่าเป็นงานอะไรก็ควรจะรีบทำไปก่อนเพื่อที่จะได้มีรายได้มาเลี้ยงครอบครัวและตัวเองจนกว่าประเทศไทยจะมีการผ่านพ้นวิกฤตช่วงนี้ไปได้

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฟรี 100