เว็บไซต์ที่รวบรวมข่าวสารวงการอุตสาหกรรม ธุรกิจ และอื่นๆ ตลอดทุกวัน

เรานำเสนอข่าวธุรกิจ ข่าวเศรษฐกิจ การเมือง แวดวงอุตสหากรรม สาระน่ารู้ทั่วไป ข่าวเด่นประจำวันและข่าวบันเทิง ตลอดทุกวัน สด ใหม่ เจาะลึกเน้นๆ เนื้อหาครบครัน ตรงประเด็นที่สุด

ข่าวธุรกิจ เศรษฐกิจโลก

ราคาทองคำ ราคาน้ำมัน ตลาดหุ้นไทย SET หรือจะเป็นตลาดหุ้นโลก ราคาดัชนีต่างๆ เรารวบรวมนำเสนอ ครบถ้วนมากที่สุด
เพื่อให้ท่าน ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ครบถ้วน ก่อนการตัดสินใจลงทุน และเห็นภาพรวมเศรษฐกิจโลก ทิศทางการเติบโต GDP

ข่าวการเมือง เรื่องทั่วไป

เสถียรภาพทางการเมือง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ
การได้รับข่าวสารข้อมูลจากเว็บไซต์ของเราอย่างครบถ้วน จะทำให้รู้ทันเหุตการณ์
ข่าวเด่น ข่าวด่วน เรานำเสนอสั้น กระชับ ฉับไว ได้ข้อมูลครบถ้วน
อ่านต่อ

ผอ.นำครูขอโทษนักเรียนและผู้ปกครองถึงบ้าน หลังแชตด่านักเรียนตอแหล ถูกแชร์สนั่นโซเชียล

            เมื่อวันที่ 13 เดือนพฤษภาคมปีพศ 2564  ได้มีการรายงานข่าวเกี่ยวกับโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุโขทัยซึ่งกำลังมีข่าวโด่งดังอยู่ในโลกออนไลน์ในขณะนี้โดยเมื่อวานนี้ได้มีเด็กนักเรียนมีการโพสต์ข้อความเป็นหลักฐานการสนทนากับคุณครูประจำชั้นผ่านทางไลน์เพื่อขอลาหยุดเนื่องจากว่าป่วยแต่คุณครูกับด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย

          รวมถึงยังมีการต่อว่าโดยใช้คำรุนแรงไปถึงผู้ปกครองของเด็กนักเรียนอีกด้วยทำให้เด็กนักเรียนและผู้ปกครองของเด็กนั้นเกิดความไม่พอใจซึ่งตัวเด็กเองนั้นจึงได้นำข้อความต่างๆที่ได้มีการคุยกับครูนำไปโพสต์ลงใน Social Media อีกทั้งยังระบุด้วยว่าการที่ครูพูดต่อว่าเขาเกี่ยวกับเรื่องของเขาติดยาเสพติดนั้นถือว่าเป็นการหมิ่นประมาทและเขาสามารถฟ้องร้องได้

       อย่างไรก็ตามเมื่อข้อความใน Facebook ของเด็กชายคนดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปก็ทำให้คนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ต่อการกระทำของคุณครูประจำชั้นเป็นอย่างมากซึ่งหลายคนมองว่าวุฒิภาวะความเป็นครูนั้นไม่ค่อยมีเพราะใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมในการพูดกับเด็กนักเรียนและผู้ปกครองของเด็กนักเรียนอย่างไรก็ตามหลังจากที่เรื่องราวนี้มีการแชร์เป็นวงกว้าง

             ในที่สุดทางด้านผู้อำนวยการโรงเรียนของโรงเรียนดังกล่าวก็ได้มีการพาคณะครูรวมถึงครูที่เป็นคนก่อเหตุเดินทางมาหาเด็กชายที่มีประเด็นการพร้อมกับผู้ปกครองเพื่อเข้ามาขอโทษกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นสำหรับโรงเรียนที่เกิดเหตุนั้นเป็นโรงเรียนสุโขทัยวิทยาคมซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงโด่งดังในจังหวัดสุโขทัยเลยทีเดียว

            อย่างไรก็ตามท่านได้ผู้อำนวยการโรงเรียนมองว่าหลังจากที่เรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ออกไปโรงเรียนได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากซึ่งแน่นอนว่าในส่วนตัวแล้วทางด้านผู้อำนวยการโรงเรียนอาจจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนถึงการกระทำความผิดในครั้งนี้และที่ทางผู้อำนวยการโรงเรียนได้มีการพาครูประจำชั้นมาเจอกับนักเรียนและผู้ปกครองถึงที่บ้านก็เพื่อต้องการให้มาปรับความเข้าใจกันและให้ครูนั้นได้ขอโทษผู้ปกครองของเด็กนักเรียน

         สำหรับคุณครูที่ก่อเหตุนั้นได้มีการขอโทษผู้ปกครองทั้งน้ำตายืนยันว่าตนเองนั้นไม่ได้ตั้งใจและที่พูดไปนั้นเพราะมีเจตนาดีอยากจะให้ได้ดีนอกจากนี้ยังบอกได้ว่าเธอนั้นรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมากและต่อไปนี้เธอจะปรับปรุงตัวเองใหม่และจะไม่พูดจากับเด็กนักเรียนในลักษณะที่ไม่ดีแบบนี้อีก

        อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทางด้านผู้ปกครองและเด็กนักเรียนนั้นยืนยันว่าได้มีการให้อภัยคุณครูเป็นที่เรียบร้อยแล้วส่วนข้อความที่ทางโรงเรียนต้องการขอให้เด็กลบทิ้งเป็นนั้นตั้งเด็กนักเรียนยืนยันว่าจะยังคงเก็บข้อความนี้เอาไว้และจะไม่ลบอย่างเด็ดขาด    

 

สนับสนุนโดย  Ufabet เข้าสู่ระบบ

ตำรวจเกษียนอายุ บุกใช้ปืนยิงน้องชายและน้องสะไภ้ตายคาบ้าน  ต้นเหตุมาจากมรดกเลือด

           ปัญหาที่เรามักพบเห็นกันเป็นประจำในหมู่บรรดาพี่น้องที่ทำให้คนที่เติบโตมาด้วยกันต้องทะเลาะกันและฆ่ากันตายนั้นคงหนีไปให้พ้นเกี่ยวกับเรื่องของมรดก  เราจะเห็นได้ว่าไม่ว่าคนไปร่ำรวยเป็นเศรษฐีหรือแม้แต่คนที่ฐานะปานกลางหากมีมรดกเข้ามาเกี่ยวข้องก็มักจะทำร้ายร่างกายทะเลาะกันและบางครอบครัวนั้นก็ถึงขั้นฆ่าแกงกันเลยก็มีด้วยเหตุการมรดกเลือดนี้เรามักจะเห็นอยู่เป็นประจำตามหน้าข่าวต่างๆ

        อย่างล่าสุดที่จังหวัดพิษณุโลกก็มีเหตุการณ์มรดกเลือดโดยเหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณวันที่ 3 เดือนมิถุนายนปีพศ 2564 โดยเวลาเกิดเหตุนั้นเป็นช่วงเวลา 6:30 น.   ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจของ  สภ.  เมืองพิษณุโลกได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนถูกฆ่าตายเสียชีวิตภายในบ้านพักของผู้เสียชีวิตเองจำนวน 2 ศพด้วยกันซึ่งศพทั้ง 2 ศพนั้นเป็นสามีภรรยากัน 

         เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงบ้านที่เกิดเหตุนั้นพบว่าผู้เสียชีวิตเสียชีวิตอยู่ตรงบริเวณหน้าบ้านของตนเองและผู้ที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิตทั้งสองคนนั้นก็คือพี่ชายของฝ่ายชายนั้นเองซึ่งมือปืนนั้นเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีการเกษียณอายุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากคำให้การของผู้ลงมือก่อเหตุนั้นยืนยันว่าเขาได้มีการเดินเข้าไปในบ้านของผู้เสียชีวิตและเมื่อเจอน้องชายกับน้องสะใภ้ก็ใช้อาวุธปืนที่พกมายิงไปทันทีจนถึงแก่ความตายโดยสาเหตุของการยิงกันนั้นเกิดจากที่พวกเขาทะเลาะกันมาก่อนซึ่งสาเหตุนั้นมาจากเรื่องของมรดกที่ดิน

         จากการสอบถามชาวบ้านรวมถึงบรรดาญาติของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลว่าครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ก่อเหตุนั้นเป็นพี่น้องกันแม่ของพวกเขานั้นเสียชีวิตไปแล้ว

และได้มีการแบ่งมรดกให้กับลูกๆเสร็จเรียบร้อยแล้วเหลือเพียงแค่ตรงบริเวณที่มีการปลูกบ้านเท่านั้นซึ่งเป็นเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ซึ่งที่ดินดังกล่าวนั้นยังคงเป็นชื่อของมารดาที่ล่วงลับไปแล้วโดยตอนที่แม่ยังอยู่นั้นลูกทุกคนจะอาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกันและปลูกบ้านอยู่คนละหลังซึ่งอยู่ใกล้ชิดกันแต่เมื่อแม่ไปแล้วทุกคนต่างก็มองว่าที่ดินจำนวน 2 ไร่นี้จะเป็นของใครและเป็นเหตุฉนวนที่ทำให้พี่น้องต้องทะเลาะกัน

      ซึ่งแน่นอนว่าทั้งตัวพี่ชายที่เป็นผู้ก่อเหตุและตัวน้องชายที่เสียชีวิตนั้นต่างก็แย่งเป็นเจ้าของที่ดินซึ่งที่ดินนั้นไม่สามารถที่จะตกลงกันแบบลงตัวได้จึงทำให้มีปากเสียงกันเรื่อยมาและในวันเกิดเหตุนั้นผู้ก่อเหตุก็ได้ตัดสินใจนำอาวุธปืนเข้าไปหาน้องชายที่อยู่ภายในบ้านในช่วงเวลาประมาณ 06:00 น หลังจากนั้นก็ทะเลาะกันอีกครั้งหนึ่งและเป็นเหตุให้ตัดสินใจยิงน้องชายและน้องสะใภ้ตายเมื่อเห็นว่าน้องชายและน้องสะใภ้เสียชีวิตแล้วจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและยืนรอมอบตัวนั้นเอง 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    Gclub ฝากขั้นต่ํา 100

โครงการตำรวจมาแล้วของจังหวัดชัยนาท 

       เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดชัยนาทได้มีการออกโครงการขึ้นมาเป็นโครงการเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการระบาดของไวรัสโควิค   โดยโครงการนี้ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการนำเงินไปทำงานซื้ออาหารไม่ว่าจะเป็นผัก  หรือผลไม้ตามฤดูกาลรวมถึงเนื้อสัตว์เรียกได้ว่าวัตถุดิบ

ที่จะใช้ในการประกอบอาหารจะถูกนำมาเพื่อทำการแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาไวรัสระบาดในครั้งนี้นั่นเองนอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่มีการแจกอาหารที่มีการปลงศพเรียบร้อยแล้วไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวหรือก๋วยจั๊บ  

           โดยมีการนำไอเดียนำรถของทางสถานีตำรวจที่ใช้ในการควบคุมผู้ต้องหาซึ่งในขณะนี้ไม่ค่อยได้ใช้งานนำมาแปรสภาพเป็นรถพุ่มพวงนำวัตถุดิบต่างๆเหล่านี้ขับไปแจกจ่ายชาวบ้านตามชนบทที่ได้รับความเดือดร้อน  โดยโครงการตำรวจมาแล้วนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านซึ่งโครงการนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดชัยนาทและหน่วยงานจิตอาสาพร้อมด้วยกลุ่มจิตอาสาพระราชทาน   

           ซึ่งโครงการนี้รถจะวิ่งไปยังชุมชนต่างๆในหลายตำบลและหลายอำเภอของจังหวัดชัยนาทเกือบทั้งหมดซึ่งจะใช้รถยนต์ที่ใช้ในการควบคุมผู้ต้องหา 1 คันในการทำกิจกรรมโครงการนี้โดยในแต่ละวันนั้นจะมีการเตรียมอาหารชุดเพื่อไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ทุรกันดารซึ่งจะมีการเตรียมวันละประมาณ 200 ชุดด้วยกัน   อย่างไรก็ตามโครงการนี้ได้รับการตอบรับจากชาวบ้านเป็นอย่างดีเพราะในขณะนี้ชาวบ้านต่างก็ได้รับความเดือดร้อนจากการระบาดของไวรัสเพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ตามชนบทนั้นไม่ได้มีการทำงานบริษัทส่วนใหญ่ก็จะเป็นทำนายและทำเกษตรกร

           ซึ่งเมื่อพืชผลทางการเกษตรนั้นยังไม่สามารถที่จะนำไปขายได้ก็จะมีเงินใช้ค่อนข้างน้อยดังนั้นโครงการตำรวจมาแล้วจึงสามารถช่วยเหลือประชาชนในช่วงนี้ได้อย่างดีเลยทีเดียวนอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้มีการเชิญชวนประชาชนที่ออกมารับของแจกจากโครงการตำรวจมาแล้วให้ไปทำการฉีดวัคซีนโควิชเพื่อที่จะได้ลดความเสี่ยงที่อาจจะติดเชื้อไวรัสได้ พร้อมกันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะให้ความรู้กับชาวบ้านเกี่ยวกับเรื่องของการดูแลสุขภาพอนามัยของตนเองทั้งยังเรื่องของการให้ใส่หน้ากากอนามัยการต้องยืนห่างกันประมาณ 2 เมตรหรือแม้แต่ให้ระมัดระวังเรื่องของอาหารการกินเรื่องของความสะอาดและให้ล้างมือบ่อยๆซึ่งวิธีนี้จะเป็นการลดความเสี่ยงที่ชาวบ้านจะได้ไม่ติดเชื้อไวรัส covid นั่นเอง 

   อย่างไรก็ตามนับได้ว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริงเพราะชาวบ้านตามชนบทนั้นอาจจะยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับวิธีการป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ดังนั้นการที่ตำรวจสามารถเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารและให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลตนเองนั้นจะช่วยลดปริมาณการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ได้อย่างดีมากเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย    ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

สาวโพสต์ถามคนในโซเชียล เพื่อนกำลังจะแต่งงานแต่ไม่ให้เธอแต่งหน้าไปร่วมงานควรทำยังไงดี 

      เมื่อวันที่ 19 เดือนพฤษภาคมปีพศ. 2564  ได้มีการเปิดเผยเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งในประเทศอังกฤษซึ่งคือได้มีการเขียนข้อความผ่านทาง Social Media ออกมาสอบถามความคิดเห็นของคนในโซเชียลว่าเธอควรจะทำอย่างไรดีโดยเธอล่ะว่าเธอมีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่งซึ่งคบกันมานานหลายปีแล้วและเพื่อนของเธอนั้นได้ติดต่อแจ้งเธอมาว่ากำลังจะแต่งงาน ซึ่งเธอมองว่านั่นคือข่าวดีของเพื่อนของเธอ

   ตั้งแต่เธอรู้ว่าเพื่อนของเธอจะแต่งงานเธอก็ไปช่วยเพื่อนเธอเตรียมงานแต่งงานมาโดยตลอด  อย่างไรก็ตามเมื่อใกล้ถึงวันแต่งงานเธอกลับได้รับข้อความจากเพื่อนสาวของเธอว่าในวันแต่งงานนั้นไม่อยากที่จะให้เธอแต่งหน้าไปต้องการให้เธอนั้นใช้หน้าสดไปร่วมงานโดยเธอได้มีการพูดคุยกับเพื่อนของเธอว่าเธอขอแต่งหน้าบางๆและอ่อนๆไปร่วมงานแต่งงานเพื่อนของเธอนั้นก็ไม่ยินยอม

        ซึ่งเธอเล่าว่าเธอนั้นเป็นช่างแต่งหน้าและหน้าของเธอนั้นมีรอยแผลเป็นซึ่งถ้าหากเธอแต่งหน้าเธอจะเกิดความมั่นใจแต่ถ้าจะให้เธอไม่แต่งหน้าเลยเธอไม่สามารถทำได้เพราะโดยปกติแล้วเธอแต่งหน้ามาโดยตลอดและเธอยังได้เล่าถึงเหตุการณ์ระหว่างเธอกับว่าที่เจ้าสาวซึ่งเป็นเพื่อนของเธอด้วยว่าตลอดระยะเวลาที่คบกันมานั้นเป็นของเธอมักจะมีการพูดคุยกับผู้ชายที่เข้ามาจีบเธอว่าให้ดูช่วงเธอที่ไม่แต่งหน้าหรือแม้แต่เมื่อตอนได้ยินฝ่ายชายชมเธอว่าสวยเพื่อนของเธอก็พูดว่าให้เขาลองให้เธอเช็ดเครื่องสำอางออกดูก่อน 

      ซึ่งภายหลังเธอได้มีการเคลียร์กับเพื่อนของเธอโดยเพื่อนของเธอยอมรับว่ารู้สึกอิจฉาที่เธอเป็นที่ดึงดูดของเพศตรงข้ามและมีคนสนใจมากกว่าซึ่งเธอได้เคลียร์กับเพื่อนเธอไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่หลังจากที่เพื่อนของเธอจะแต่งงานในวันหมั้นปรากฏว่าเธอได้รับความสนใจจากคนในงานมากกว่าเจ้าสาวทำให้เพื่อนของเธอนั้นรู้สึกไม่พอใจจนต้องมีการส่งข้อความมาร้องขอไม่ให้เธอแต่งหน้าไปร่วมงานในงานแต่งของเธอทั้งที่เพื่อนคนอื่นๆและแขกในงานคนอื่นนั้นสามารถแต่งหน้าไปร่วมงานกันได้ตามปกติ

      โดยเพื่อนของเธอบอกว่าเขาไม่ต้องการให้เธอไปแย่งซีนของหล่อนในงานแต่งงานเพราะเพื่อนของเธอมองว่าเจ้าสาวควรจะเป็นคนที่เด่นที่สุดในงานแต่งงานดังนั้นจึงขอร้องไม่ให้เธอแต่งหน้าไปเธอจึงเข้ามาสอบถามคนในโลกออนไลน์ว่าเธอควรจะทำอย่างไรดีหรือเธอควรที่จะไม่ต้องไปงานแต่งงานในครั้งนี้

        หลายคนมองว่าเธอยอมเพื่อนของเธอมากจนเกินไปและที่สำคัญเพื่อนของเธอนั้นไม่ได้มีความรู้สึกว่าเธอเป็นเพื่อนเพราะมีความอิจฉาริษยา  ซึ่งหลายคนมองว่าถ้าหากเป็นตัวของพวกเขาเองนั้นคงเลิกคบไปนานแล้ว 

 

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

งานเลี้ยงตำรวจไต้หวัน วงแตก หลังมีคนนำแมลงสาบออกมาปล่อยกว่าพันตัว 

         เมื่อช่วงเวลาค่ำของวันที่ 3 เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ.2564 ที่ประเทศไต้หวันได้มีการจัดงานเลี้ยงให้กับเหล่าตำรวจ โดยการจัดงานเลี้ยงในครั้งนี้มีการจัดขึ้นที่เมืองไทเป ภายในงานมีทั้งผุ้บัญการกรมตำรวจ ทั้งของกรุงไทเป และของนิวไทเป  รวมถึงตำรวจชั้นผู้น้อยอื่นอื่นอีกมากว่า เจ็ดร้อยคน  สำหรับการจัดงานในครั้งนี้มีการจัดขึ้นที่ร้านอาหารที่ชื่อว่า G – House Taipei โดยอยู่ในเขตพื้นที่จงซาน 

         อย่างไรก็ตามในขณะที่งานเลี้ยงกำลังดำเนินไปอย่างดีอยู่นั้น ก็ต้องมีเรื่องราวที่ทำให้ทุกคนภายในงานต้องประหลาดใจ แปลกใจ รวมถึงสำหรับใครบางคนอาจจะเป็นเหตุการณ์ระทึกขวัญเลยก็ว่าได้

         สำหรับเหตุการณ์ที่สร้างความตกตะลึง ให้กับทุกคนภายในงานนั้นก็คือมีแมลงสาบมากกว่า 1000 ตัวถูกปล่อยเข้ามาภายในงานเลี้ยงดังกล่าวแมลงสาบเหล่านั้นมาจากตรงบริเวณทางเข้างานอย่างไรก็ตามหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องพากันหนีกองทัพแมลงสาบพวกเขาก็เกิดความสงสัยว่าแมลงสาบมากกว่าพันตัวนี้มาจากไหน

          ดังนั้นจึงมีการเปิดกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบดูและพบว่าช่วงเวลาประมาณ 19:24 น. ตรงบริเวณทางเข้าของงานมีชาย 2 คนแต่งชุดดำในมือถือถุงซึ่งคาดว่าข้างในน่าจะเป็นถุงที่เอาไว้ใส่แมลงสาบเพราะหลังจากนั้นภายในกล้องวงจรปิดก็ถ่ายให้เห็นว่าชายทั้งสองคนนั้นได้มีการเทถุงแมลงสาบแล้วพวกมันก็ไต่ยั้วเยี้ยเต็มไปหมดหลังจากที่แมลงสาบถูกปล่อยออกมาแล้วผู้ชายที่ใส่ชุดสีดำทั้งสองคนก็รีบวิ่งหนีออกจากตรงบริเวณดังกล่าวทันที

        จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องมีการสอบสวนอย่างจริงจังเพื่อหาคนที่กระทำความผิดดังกล่าวซึ่งหลังจากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้เธอเป็นผู้หญิง 1 คนและผู้ชาย 5 คนซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าสาเหตุที่เกิดเหตุการณ์นำแมลงสาบมาปล่อยในครั้งนี้อาจจะเกิดจากผู้กระทำความผิดมีปัญหากับทางร้านอาหารโดยอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการเงินแต่อย่างไรก็ตามในขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนผู้ต้องสงสัยทั้ง 6 คน           

          อย่างไรก็ตามหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการสอบสวนผู้ต้องสงสัยทั้ง 6 คนวันรุ่งขึ้นก็มีการออกการแถลงข่าวจากฝั่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าสามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดได้แล้วโดยผู้กระทำความผิดกระทำไปเพราะมีปัญหากับทางร้านอาหารนั่นเองอย่างไรก็ตามการที่ผู้กระทำความผิดมีการโยนแมลงสาบเข้าไปภายในร้านอาหารทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมองว่าเป็นการทำความผิดขั้นรุนแรงเหมือนกับเป็นการใส่ร้ายป้ายสีร้านอาหารนั่นเองดังนั้นจึงมีการปรับให้มีการลงโทษสูงสุด

 

 

สนับสนุนโดย    Ufabet เข้าสู่ระบบ